วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
นายกฯ ขอสื่อมองผลงาน รบ.อย่าเอาแต่ตีกิน ปรี๊ดครหาลงพื้นที่หาเสียง

นายกฯ ขอสื่อมองผลงาน รบ.อย่าเอาแต่ตีกิน ปรี๊ดครหาลงพื้นที่หาเสียง

  • Share:

นายกฯ ลั่นขอทุกคนทำงานเหมือนแข่งฟุตบอลโลก ช่วยเตะลูกเข้าประตู ท่ามกลางคนดูบางส่วนพวกห้าวเป้ง เล่นไม่ถูกใจด่าตลอด ขอเข้าใจคนเกเรย่อมมีอยู่บ้าง ย้ำช่วยเร่งทำความเข้าใจ 4 ปี ที่ทำมาอะไรบ้าง วอนสื่ออย่าตีแต่การเมือง ปรี๊ดแตกโดนครหาลงพื้นที่หาเสียงใครหนุนให้งบฯ หมด ซัดสื่อเขียนเลอะเทอะ

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานเปิดการเสวนาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของประเทศ และมอบนโยบายว่า วันนี้บ้านเรากำลังเล่นฟุตบอลอยู่ เพราะฉะนั้นคนที่จะร่วมมือกันเป็นนักเตะ เป็นโค้ช เป็นผู้สนับสนุน คูลเลอร์ ทั้งหมดก็คือพวกเรา นั่นคือข้าราชการ ส่วนประชาชนคือคนดู บนความร่วมมือคือประชารัฐ ซึ่งทำทั้งหมดเป็นทีมประเทศ

"ปีนี้ผมต้องการให้การทำงานเปรียบเหมือนการแข่งขันฟุตบอลโลก ทุกคนเตะลูกเข้าประตูให้ได้ มีทั้งปีกซ้าย ปีกขวา กองหน้า กองกลาง และกองหลัง ที่ในสนามบอลมีคนดูหลากหลาย คนดูบางส่วนก็เป็นพวกห้าวเป้ง เล่นทุกวัน ด่าทุกวัน ไม่ถูกใจก็ด่าทุกวัน" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า ทั้งๆ ที่มีปัญหาอยู่บ้าง คนเกเรมันก็มี จึงขอร้องให้ทุกคนมองภาพทุกอย่างของประเทศไทยวันนี้ เราไม่ได้เลวร้ายจนแก้ไขอะไรไม่ได้ เราต้องแก้ไขกันได้ด้วยพวกเราเองทุกคน ไม่ใช่ว่าข้าราชการต้องรับผิดชอบเพียงอย่างเดียว หรือส่วนนี้ให้ประชาชนรับไป ตนไม่ต้องการแบบนี้ ต้องการให้การแก้ไขปัญหาของประเทศไทยไปด้วยกัน ไม่ถือว่าเป็นงานหน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง ขณะที่ข้าราชการต้องทำตามกฎหมาย ระเบียบ แล้วประชาชนไม่เห็นด้วยไม่ร่วมมือมันก็ไปไม่ได้ หลายคนบอกว่ารัฐบาลชุดนี้มีอำนาจเหลือเฟือ แต่ตนใช้กับประชาชนที่บริสุทธิ์ไม่ได้ หรือคนที่ยากจน คนที่ลำบากไม่ได้ แม้รัฐบาลจะไม่สามารถทำให้ทุกคนดีขึ้นให้ได้ เพียงแต่ขออย่างเดียวคือให้ทุกคนเคารพกฎหมาย และอยากให้ทำอะไรต้องดูความพร้อมประเทศด้วย ถ้าไม่ร่วมมือในการบังคับใช้กฎหมาย ยังไม่พร้อมใช้ประชาธิปไตยที่ถูกต้องคงแก้อะไรไม่ได้ทั้งหมด

นายกฯ กล่าวต่อว่า ทุกคนมีคนเจตนาดี บริสุทธิ์ แต่อย่าลืมว่าวันนี้เรามีคนดูหลายพวกหลายฝ่าย เมื่อเราเป็นนักฟุตบอล เป็นโค้ชก็ต้องแก้ปัญหาให้ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจที่ชัดเจน ง่าย สามารถชี้ถึงผลสัมฤทธิ์ได้ จากที่เราทำงานมา 4 ปี ซึ่งมีงานหลายอย่างที่เราทำสำเร็จ แต่การนำเสนอออกมาแล้วก็จบไป ยืนยันสิ่งที่ทำมาได้ประโยชน์ทั้งสิ้น รัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากทุกๆ ฝ่าย เพราะเชื่อว่าทุกคนอยากมีส่วนร่วม แต่ถ้าเราขัดแย้งกันตั้งแต่แรก งานก็ไม่สำเร็จ แต่ไม่ใช่พอเริ่มต้นก็ปฏิเสธกันแล้ว ก็จะมีปัญหากันทุกฝ่าย สุดท้ายกลายเป็นว่า รัฐบาลไม่รับฟังความคิดเห็น วันนี้เจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง แต่ถ้าใช้มากไปหรือแรงไปประชาชนก็เดือดร้อน โดยเฉพาะคนยากจนที่ไม่มีทางเลือก แต่ถ้ามันผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการซึ่งถือว่าตรงนี้เป็นปัญหาของรัฐบาลมาก

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แล้วก็มาบอกว่าทำไมรัฐบาลและคสช.แก้ปัญหาไม่ได้ทั้งที่มีอำนาจมหาศาล มาตรา 44 ก็มี แล้วสมควรหรือไม่ที่จะต้องจับคนทุกคน พอแตะไปก็กลายเป็นว่าเรารังแกคนจน ทำไมไม่ไปจับคนรวย ซึ่งถ้าคนรวยทำความผิดเราก็พร้อมจับคนรวย ที่ผ่านมาชอบสร้างการรับรู้ผิดๆ ทำให้ประเทศชาติวันนี้วุ่นวายไปหมด แต่ตนถือว่าก็ยังสามารถเดินหน้าต่อไปได้ สื่อมวลชนช่วยติดตามในส่ิงที่ทำด้วย อย่าเอาแต่การเมืองอย่างเดียว ไม่อย่างนั้นจะมีแต่ความขัดแย้งมากมายมหาศาล ทำงานลำบาก อย่าเอาอะไรที่ไม่เกิดประโยชน์มากนักมาทำให้ส่ิงที่มีประโยชน์เสียหาย

"การขยายความขยายข่าวที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ตนก็ไม่รู้จะขยายกันไปทำไม เปิดพื้นที่ออกไปทำไม ทั้งๆ ที่ก็รู้ว่าใครเป็นใครรู้หมด แต่ก็ยังทำอยู่ แล้วมันจะแก้ปัญหาประเทศได้อย่างไร ตนสงสัยตรงนี้ทุกเรื่องเลยที่รัฐบาลมีผลงานไม่พูดถึง หรือพูดถึงนิดเดียว แต่เวลาใครมาพูดตำหนิรัฐบาลขยายไป 3-5 วัน ซึ่งตรงนี้เป็นส่ิงที่ผมอยากขอร้องทุกคน สื่อไม่ใช่บอกว่ารัฐบาลทำให้ประชาชนมีหนี้สิน แต่เกิดจากหลายประการ เช่น ค่าครองชีพสูง ภัยพิบัติ ขายของไม่ได้ ต้นทุนสูง ต้องลงแบบนี้ถึงจะติติงแนะนำรัฐบาลได้ ทุกรัฐบาลโดนเรื่องนี้มาตลอด" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ทุกคนบอกรัฐบาลไม่แก้ปัญหา แต่ไม่รู้ปัญหาเกิดจากอะไรบ้าง จึงทำให้ไม่มีประโยชน์ในการทำงาน การดำเนินการทุกอย่างรัฐบาลนำมาใช้หมด เหลือแต่แค่ให้ทุกคนทำตามเท่านั้น ถ้าไม่ทำตามก็มีปัญหา ข้าราชการสร้างความเข้าใจไม่ได้ มันก็ทำไม่ได้ นั้นคือปัญหาประเทศไทยทุกเรื่อง หลายคนบอกยังจนอยู่ไม่รวยเสียที ไอ้คนนี้รวยกว่าสงสัยทุจริต ตรงนี้ต้องดูทั้งหมด จะทำให้คนจนรวยขึ้นทันทีเป็นไปไม่ได้ นอกจากการรวมกลุ่มเป็นทางเดียวที่จะมีรายได้ดีขึ้น ถ้าไม่ทำอย่างนี้ไม่มีทางต่อให้ร้อยรัฐบาลก็ทำไม่ได้ ถ้าไม่สร้างความเข้มแข็งให้เกิดขึ้น ใช้กลไกเหล่านี้เพื่อเป็นการลงทุนไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง จะร้องเรื่องรายได้อย่างเดียวแล้วไม่ปฏิบัติมันก็ไปไม่ได้ ทุกคนเคยชินกับการเอาเงินมาอุดหนุนง่ายดีแล้วปีหน้าเอาใหม่ เป็นอย่างนี้หมดทุกเรื่อง วันนี้สิ่งสำคัญหลายอย่างมีการปรับปรุงกลไกบริหารจัดการให้มีคุณภาพมากขึ้น มีหลายอย่างเปลี่ยนแปลงสื่อกรุณาดูตรงนี้ด้วย เดิมไม่มีก็มี ทำงานเป็นระบบ ไม่ใช่มาจับผิดจับถูกคำพูดตนอย่างเดียวแล้วไปเสนอเป็นข่าวก็เป็นเรื่องทุกเรื่อง

นายกฯ กล่าวต่อว่า การตั้งสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ไม่ใช่หน่วยงานเพื่อบังคับบัญชาเพื่อไปรวบงบประมาณอย่างที่หลายคนวิจารณ์ แต่เพื่อบูรณาการ แผนงานจากทุกหน่วยงาน

"การทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่มาจับผิดจับถูกว่าโกงๆ แล้วโกงตรงไหน ถ้าพูดกันแบบนี้ก็โกงไปหมด วันนี้มีระบบตรวจสอบอยู่ ถ้าตรวจสอบไม่พบก็คือไม่พบ แต่ถ้าโกงก็ตรวจสอบมา เอาหลักฐานมาก็ติดคุกทั้งหมด ผมไม่เคยเว้นใครอยู่แล้ว หลายคนบอกว่าทำไมไม่ทำ เอาไอ้คนพูดมาทำตรงนี้ จะทำได้อย่างผมไหม กล้าทำไหม อย่ามาคาดหวังผมคนเดียวต้องแก้ ต้องแก้ไขปรับปรุงตัวเองด้วย พอผมมาเป็นประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ก็หาทุจริตอีก ถ้ามีผมก็ให้ตรวจสอบไปจับเข้ากระบวนการ ถูกหรือผิดก็จบแค่นี้ แต่นี้เล่นไม่เลิกเสียทีก็รู้อยู่ว่าไอ้พวกไหนใคร ผมก็รู้อยู่แล้ว และไอ้คนของเราก็ดันไปกับเขาด้วย เปิดดูในโซเชียลมีเดียสิแล้วบ้านเมืองจะสงบได้อย่างไร มันไม่มีคนตรงกลาง ไม่ซ้ายก็ขวา ไม่รู้จะทำอย่างไรเหมือนกัน แล้วบอกให้รัฐบาลปรองดองให้ได้ ซึ่งปรองดองต้องมาจากใจทุกคน บอกเราไม่ชอบไอ้นี้ แต่ก็ทนๆ ไปหน่อยเพื่อประเทศชาติ คิดอย่างนี้กันเป็นไหม ถ้าคิดไม่ได้ก็ไปไม่ได้ทั้งหมด เอาตัวเองเป็นหลักไม่ได้ ผมไม่เคยเอาตัวเองเป็นหลักสักอย่าง และบางอย่างพูดไปแล้วไม่ใช่พูดไปแล้วประเทศเสียหาย เรื่องทุจริตไม่ได้บอกว่าไม่มีแต่ยังอยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีต้องแยกให้ออก วันนี้มีกี่คดีที่เข้ามา เขากำลังทำอยู่" นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวต่อว่า รัฐบาลได้ลงไปรับทราบความเดือดร้อนความต้องการของประชาชนมาแล้ว ตนลงไปประชุมครม.นอกสถานที่หลายครั้ง ทุกภาค ไม่ได้ไปทำงานการเมืองไปฟังทุกภาคส่วนว่าเขาต้องการอะไร ก่อนมีการเสนอแผนงานเข้ามา ส่วนหนึ่งหยิบยกมาพูดในห้องประชุม ตนให้ไม่ได้ แต่อนุมัติหลักการแล้วไปหารือกันต่อว่าจะทำได้หรือไม่ ใช้งบตรงไหน

"ไม่ใช่วิพากษ์วิจารณ์นายกฯ ไปหาเสียงการเมือง ขออะไรก็ให้ ถ้าหนุนรัฐบาล หนุน พล.อ.ประยุทธ์ ก็ให้หมด ผมให้ได้ยังไง มันเงินของผมที่ไหน มันเงินของรัฐบาล ต้องอนุมัติโดย ครม. สื่อเขียนไปเรื่อย เขียนจนไม่รับผิดชอบอย่างนี้ผมไม่ยอม บ้านเมืองสงบไม่สงบเลือกตั้งไม่เลือกตั้ง ก็เขียนกันเข้าไป และผมยืนยันเลือกตั้งก็เลือกแล้วมาเขียนให้มันเลอะเทอะไปอีก" นายกฯ กล่าวและว่า วันนี้เริ่มวันด้วยความเข้มแข็ง แข็งแรง รับรองตนโดนอยู่แล้วละ วันนี้สื่อเชิญท่านตามสบาย ประเทศของท่านเหมือนกัน ตนไปแบกคนเดียวไม่ไหวท่านก็รับผิดชอบกันบ้าง เสียหายก็รับกันไป ตนรับอยู่แล้วของตน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้