วันศุกร์ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ก.ท่องเที่ยว ผนึก 6 ชาติลุ่มน้ำโขง จัดใหญ่ 'Mekong Tourism Forum 2018'

ก.ท่องเที่ยว ผนึก 6 ชาติลุ่มน้ำโขง จัดใหญ่ 'Mekong Tourism Forum 2018'

  • Share:

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับจังหวัดนครพนมและสำนักงานประสานความร่วมมือ การท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขง (MTCO) พร้อมเป็นเจ้าภาพการจัดงาน Mekong Tourism Forum 2018 (MTF 2018) เพื่อเป็นเวทีให้ประเทศสมาชิกได้พบปะหารือ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวร่วมกัน ภายใต้หัวข้อ "Transforming Travel Transforming Lives"

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.61 นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานแถลงข่าวการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม Mekong Tourism Forum 2018 (MTF 2018) โดยมีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-29 มิ.ย.61 ณ จ.นครพนม

นายวีระศักดิ์ กล่าวว่า การประชุมท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (MTF 2018) เป็นเวทีการประชุมประจำปี สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา จีน (เฉพาะจังหวัดยูนนานและเขตปกครองตนเองกวางสี) สปป.ลาว เมียนมา ไทย และเวียดนาม ได้พบปะหารือเกี่ยวกับการพัฒนาการตลาดและการส่งเสริมการท่องเที่ยว รวมทั้งนำเสนอโอกาสในเชิงบวก เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมของภาครัฐและเอกชน ในการผลักดันให้การท่องเที่ยวของประเทศสมาชิก GMS เป็นจุดหมายปลายทางเดียวกัน นอกจากนี้การประชุมดังกล่าว จะเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมการประชุมได้สัมผัสกับประสบการณ์ การท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวที่เกิดขึ้นใหม่รวมทั้งการท่องเที่ยวที่เป็นกระแส (Trend) ในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) โดยการจัดงานครั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 500 คน จากบุคลากรด้านการท่องเที่ยวในประเทศสมาชิก อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง นักธุรกิจนักลงทุนด้านการท่องเที่ยวต่างชาติและภายในประเทศ

โดยการประชุม Mekong Tourism Forum 2018 ในครั้งนี้จะแบ่งเป็น 2 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่

1. การประชุมคณะทำงานด้านการท่องเที่ยวครั้งที่ 41 (TWG-41) ในวันที่ 25 มิ.ย.61 ซึ่งจะเป็นการประชุมในระดับนโยบายด้านการท่องเที่ยวอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงของประเทศสมาชิก GMS ร่วมกับผู้แทนสำนักงานประสานความร่วมมือการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขง (Mekong Tourism Coordinating Office: MTCO) และผู้แทนธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ASEAN Development Bank เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์การท่องเที่ยวของประเทศสมาชิกในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา และความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ปี 2558-2568 แผนยุทธศาสตร์การตลาดท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ปี 2558-2563 และแผนงาน การท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ปี 2561 รวมทั้งประเด็นสำคัญที่จะส่งเสริมในระยะต่อไป

2. การประชุมท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (MTF 2018) ระหว่างวันที่ 26-29 มิ.ย.61 โดยจะมี 2 กิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ 1) Mekong Innovative Startups in Tourism (MIST) ซึ่งจะเป็นการนำเสนอนวัตกรรมและแนวคิดใหม่ๆ ด้านการท่องเที่ยวของสมาชิก MIST ทั้งรายเก่าและใหม่ ให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และ 2) Mekong Mini Movie Festival ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยจะมีการสัมมนาเรื่อง "Film & Destination Marketing Conference" และการประกวดภาพยนตร์สั้น Mekong Minis 60 วินาที โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ภาพยนตร์เป็นแรงบันดาลใจ ให้ผู้คนนับล้านเข้าเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ในอนุภูมิภาค

สำหรับประเทศไทย จะใช้เวทีนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเป็นผู้นำด้านการท่องเที่ยว เชิงพระพุทธศาสนา (Buddhist Tourism) ของอาเซียนและเอเชียใต้ โดยจะนำเสนอข้อมูลโครงการจัดทำ ASEAN South Asia Buddhist Tourism Story Book และจะขอความร่วมมือประเทศสมาชิกในการสนับสนุนโครงการดังกล่าวรวมทั้งจะมีเวทีสัมมนาโดยผู้เชี่ยวชาญและผู้มีประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวเชิงศาสนาพุทธ ในประเด็น "Buddhist Tourism in the Mekong Region"

ขณะที่ นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เลือก จ.นครพนมเป็นที่จัดงาน MTF 2018 เพราะเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวลุ่มแม่น้ำโขง แม้ว่าปัจจุบันยังถือเป็นเมืองรองด้านการท่องเที่ยว แต่เนื่องด้วยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ฐานขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรม ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จึงเชื่อมั่นในความพร้อมของ จ.นครพนม

ทั้งนี้การประชุมท่องเที่ยวอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง MTF 2018 มีกิจกรรมหลากหลาย ผู้เข้าร่วมงานเป็นผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐและภาคเอกชน จึงเชื่อมั่นว่าจะก่อประโยชน์แก่การท่องเที่ยวของไทยและภูมิภาคลุ่มน้ำโขงดังนี้

(1) สร้างความเชื่อมโยง (connectivity) ของนโยบายภาครัฐเพื่อนำไปสู่ความเป็น Single Destination
(2) ผลักดัน Buddhist Tourism ให้มีผลเป็นรูปธรรม
(3) กระตุ้นนวัตกรรม (Innovation) ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผ่านผู้ประกอบการ Start-up และ SME
(4) ใช้ภาพยนตร์กระตุ้นความสนใจในสถานที่ท่องเที่ยวลุ่มน้ำโขง ผ่านการประกวดและมอบรางวัล ในงาน Mekong Mini Movies Festival
(5) สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยนำผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวระดับโลกลงพื้นที่เพื่อประชุมร่วมกับผู้นำชุมชนใน 8 หมู่บ้าน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้