วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดความลับ ย้อนตำนาน รักแห่งสยาม จากใจ นก สินจัย

เปิดความลับ ย้อนตำนาน รักแห่งสยาม จากใจ นก สินจัย

  • Share:

ดีทนทานยาวนานข้ามทศวรรษ กลับมาฉายซ้ำอีกครั้ง รักแห่งสยาม Love of Siam หนังรักชายรักชายสุดละมุน ยอดเยี่ยมดีเด่นข้ามกาลเวลา กลับมากระแทกๆ ใจคนดูอีกครั้ง ล่าสุดจัดฉายเป็นพิเศษสุด ในโอกาสครบรอบ 30 ปี ของชมรมวิจารณ์บันเทิง จัดฉายไปแล้วที่ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

รักแห่งสยาม Love of Siam ผลงานการสร้างจากค่ายยักษ์ สหมงคลฟิล์ม ที่ตาแหลมใจกว้างกล้านำเสนอเรื่องชายรักชายในยุคนั้น เปิดมิติใหม่ให้กับหนังไทยได้อย่างงดงามเกินคาด โกยทั้งเงินและรางวัลมากมาย ได้รับคำชื่นชมในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ ผลงานกำกับสุดประณีตบรรจงของ เจ๊มะเดี่ยว ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล

นำแสดงโดย มาริโอ้ เมาเร่อ ในบทโต้ง หนุ่มน้อยที่กำลังสับสนในเพศสภาพช่วงแตกเนื้อหนุ่ม บทโต้งนี่แหละ ที่ดันส่งให้มาริโอ้กลายเป็นพระเอกฮอตฮิตติดลมบน และ มิว เกย์น้อยคอยรักที่รับบทโดย พิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล ก็เด่นดังไกลไปถึงนานาชาติ โดยเฉพาะแฟนคลับชาวจีนจะเพ้อพิชมากเป็นพิเศษ

ที่สำคัญหลายคนยกย่องเชิดชู ผลงานการแสดงอันเด็ดขาดบาดใจของ นก สินจัย เปล่งพานิช ในบทแม่สุนีย์ ผู้ต้องแบกรักทุกอย่างในชีวิต ที่สุดท้ายก็เป็นผู้เปิดทางเลือกให้ลูกชาย ได้เลือกใช้ชีวิตในแบบที่ตัวเองต้องการ ไม่ว่าจะเพศอะไรก็แล้วแต่ แฟนหนังต่างรัวไลค์แรงว่าบทแม่สุนีย์ เป็นอีกการแสดงสุดยอดของ นก สินจัย

โดยรวมรักแห่งสยาม Love of Siam เป็นหนังไทยคุณภาพทะลักจอ สุดฮือฮาในยุคนั้น เพราะมีฉากจูบจะๆ ของพระเอก เพิ่มความซาบซึ้งตรึงใจให้แฟนหนังชาวไทยและต่างชาติ ด้วยความกลมกล่อมของเรื่องรักหลายแบบ ที่บรรจงร้อยเรียงได้อย่างลงตัวยิ่ง

ก่อนหนังเริ่มฉาย มีลูกสาวเจ้าพ่อหนังไทย คุณเอ๋ อวิกา เตชะรัตนประเสริฐ ลูกสาวของเสี่ยเจียง สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ ควงสามี บุญชู ธนพล คลังธนจินดา มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย แน่นอนว่าคุณเอ๋ อวิกา เป็นอีกคนสำคัญที่ร่วมด้วยช่วยผลักดันให้ รักแห่งสยาม ประสบความสำเร็จ

ระหว่างหนังฉายมีเหตุผิดพลาดนิดหน่อยคือ หนังฉายอยู่ๆ ก็เกิดดับ! ต้องเร่งแก้ปัญหากันนานทีเดียวประมาณ 10 นาที จึงจะฉายได้ตามปกติ หลังหนังจบสองพิธีกรชายรักชาย มีการพูดคุยกับ นก สินจัย ที่รับบทเป็นแม่สุนีย์

นก สินจัย เปิดใจคุยอย่างมีความสุขว่า "ได้ดูรักแห่งสยามครั้งนี้ อยากบอกว่า อยากจะแบ่งรางวัลให้กับ กบ ทรงสิทธิ์​ (เล่นเป็นผัวขี้เหล้า) และแบ่งรางวัลให้กับมิว (พิช วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล) ซึ่งมิวเล่นได้ดีมาก เขาก็สมควรที่จะได้รางวัลจากนกไป (หัวเราะ)

"พอมาดูวันนี้ เฮ้ย! เราจะแสดงไม่ได้เลย ถ้าพี่กบไม่ได้แสดงแบบนี้ อย่างฉากไข่พะโล้ที่ทุกคนพูดถึงตลอดเวลา นกมาดูวันนี้เฉยๆ กับตัวเองมากๆ พี่กบต่างหากที่ทำให้ฉากนี้มีความหมาย แทบจะเอารางวัลไปคืนพี่กบเลย แล้วให้เชิญพี่กบมารับรางวัลด้วยกันเลยทีเดียว (หัวเราะ) พอเวลาผ่านไปนานกว่า 11 ปี ทำให้เราเห็นอะไรได้เยอะมาก"

"ตอนนั้นเป็นนักแสดงอีกชุดหนึ่งเลย ถ่ายภาพนิ่งกันไปหมดแล้ว เป็นดาราที่มีชื่อเสียงแล้ว แต่ทางค่ายสหมงคลบอกว่า ไม่น่าจะขายได้ เพราะหนังสไตล์นี้มันขายยาก หยุดก่อนได้มั้ย ให้ผู้กำกับมะเดี่ยวไปทำหนัง 13 เกมสยองไปก่อน

มะเดี่ยวก็โทรมาบอกว่า พี่ๆ หยุดไปก่อนได้มั้ย เราก็โอเคไม่เป็นไร แล้วจะทำมั้ย เดี๋ยวผมจะไปหานายทุนที่อื่นก็ได้ ถ้าเสี่ยเจียง สมศักดิ์ ไม่ให้ทำ แต่เสี่ยเจียงบอกว่าให้ทำ 13 เกมสยองไปก่อน พี่จะรอมั้ย นกก็รอไปปีหนึ่ง มะเดี่ยวโทรมาบอก ได้ทำแล้ว แต่เป็นทีมนักแสดงหน้าใหม่หมดเลย อ๊ะ ใหม่ก็ใหม่ เราชอบบทอยากเล่น

"มันไม่มีบทหนังแบบนี้มานานแล้ว ที่อ่านแล้วเรารู้สึกว่า เฮ้ย! ต้องเล่นๆ ยังไงก็ต้องเล่น แต่ในใจตอนนั้นรู้สึกว่าเจ๊งแน่นอน เพราะเป็นหนังเพื่อกลุ่มหนึ่งซึ่งเล็กมาก ถ้านายทุนให้ทำเราก็ต้องเล่นแล้วอ่ะ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มาบ่อยๆ ส่วนกบ ทรงสิทธิ์ (เล่นเป็นสามีในเรื่อง) บอกว่าถ้านก สินจัย เล่นผมก็เล่น เพราะเชื่อว่า นก สินจัย ก็คงเลือกบทที่ดีมาแล้ว

"เราก็ทำให้ดีที่สุด ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าหนังจะประสบความสำเร็จยังไง นกบอกกับมะเดี่ยวว่ามันเป็นหนังครอบครัวนะ มันไม่ใช่หนังกะเทย ไม่ใช่หนังเกย์ เฮ้ย ทำเลยพี่อยากเห็นมันออกมา พอวันหนึ่งมันประสบความสำเร็จ ทุกคนคิดไม่ถึง แม้แต่มะเดี่ยวก็ยังพูดเลยว่า เฮ้ย ผมงงมากเลย มันเกิดอะไรขึ้น!!!

"แรกๆ มะเดี่ยวตั้งพี่นกไว้ก่อนเป็นตุ๊กตา ว่าอยากจะให้เล่น เหมือนเรารอบทมานาน เออ!!! บทแบบนี้แหละที่เราอยากเล่น ก็โชคดีที่เป็นเรื่องนี้ นกได้ดูหนังรอบเรื่องในโรงเลย แม้แต่วันที่ถ่ายพี่นก มะเดี่ยวก็ไม่ให้ดูนะ ผมให้พี่นกเล่นเอง จินตนาการเอง แล้วพี่ไปเจอกันในโรง ห๊ะ เล่นกันอย่างนี้เลยเหรอ พอได้ดูฉากนี้ (มิวโต้งจูบกัน) เฮ้ย!!! มะเดี่ยว!!! เล่นยังงี้เลยเหรอ!!!

"ซีนนี้มะเดี่ยวบอกพี่นกว่า มิวโต้งก็นั่งหันหลังอย่างนั้นแหละ ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรกัน แต่ผมว่าคนเป็นแม่คงไม่คาดคิด โอเคอย่างนี้ก็ได้ นกก็จินตนาการเอาเอง มะเดี่ยวบอกว่าผมไม่รู้ว่ามันจะจูบกันหรือเปล่า พี่นกคิดให้ผมหน่อยว่าเห็นแล้วจะเป็นยังไง

"สิ่งที่นกได้รับกลับมา หลังจากหนังฉายไปแล้วคือ คนในวงการไม่ว่าจะเป็นช่างแต่งหน้า สไตลิตส์ ดีไซเนอร์ ฯลฯ ไปดูกันสองสามรอบ ตอนแรกเราไม่คิดว่า ผู้หญิง ผู้ชาย ผู้ใหญ่จะรับได้กับหนังแบบนี้หรือเปล่า แต่คนดูบอกว่า มันใช่มาก!!! มันมีเรื่องความรัก เรื่องครอบครัว

"หลายคนพาแม่ไปดู แล้วมันก็เกิดกระแส เออ แม่เข้าใจเขา จากที่เมื่อก่อนไม่กล้าพูดเรื่องนี้กัน หรือรู้ทั้งรู้แต่ไม่กล้าพูดกัน แต่วันนี้พาแม่ไปดูรักแห่งสยาม แล้วแม่กอดเขา แม่พูดแม่คุยกับเขา เออ มันทำให้เขารู้สึกดีขึ้น นกว่าตรงนี้แหละ มันเลยเป็นกระแสหรือเปล่า รักแห่งสยามที่มาเป็นเพื่อน เป็นตัวแทนที่ช่วยเปิดประตูบานหนึ่งให้หลายๆ คนมองเข้ามา

"นกว่าตรงนี้เลยทำให้หลายคนสนใจ หรือน้องๆ ที่เป็นเพศที่สาม หลังจากได้ดูแล้ว เฮ้ย มันเป็นเพื่อนเขาได้ มันเยียวยาเขาได้ มันไม่ได้ทำให้เขาดูน่ารังเกียจ หรือสังคมไม่ยอมรับ มันไม่ใช่แบบนั้น เราพูดถึงสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น เราพูดถึงความรักมากกว่า

"เรื่องนี้มะเดี่ยวให้นกทำงานแบบสบายมากๆ เลย ทุกครั้งที่เล่นซีนสำคัญ มะเดี่ยวจะบอกว่า พี่ใจเย็นๆ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นทุกวัน อย่างฉากพะโล้ โอ้โห วันนั้นตั้งใจมากเลย รู้สึกว่าเลยว่าฉากนี้ดี รับรองว่าฉากนี้ออกไปคนจะรู้สึกมาก เทคแรกที่เล่น มะเดี่ยวกลับบอกเราว่า พี่ลืมทุกอย่างเลยนะ พี่ทำแบบนี้ทุกวัน พี่กลับมาเอาข้าวของแฟนกินทุกวัน มันไม่มีใครเห็นเท่านั้นเอง แค่วันนี้ผมจะทำให้คนเห็น พี่ไม่ต้องทำหน้าฝืนกิน ไม่ต้องไปบดข้าว พี่กินทุกวันมันเป็นฉากธรรมดามาก เออ! เราก็ลืมไป เราเป็นนักแสดงก็จะพยายามเล่นๆ มากเกินไป

"ฉากสุดท้าย เราก็ถามว่า เออ เอาตุ๊กตาให้โต้งติด มะเดี่ยวก็บอกว่า เดี๋ยวก่อนนะ เขาจะไม่ยอมบอกอะไรทั้งสิ้น พอถึงเวลาถ่ายหยิบตุ๊กตาสองตัว อ๊ะ ถ่ายเลย คือจะถามมันก็ไม่ทันแล้ว (หัวเราะ) มะเดี่ยวจะไม่ซ้อม เอาสดเลย ผมจะไม่บอกอะไรพี่ทั้งนั้น อย่างฉากที่แตงหายไป แล้วจูนมาแทน ตกลงใช่แตงมั้ย มะเดี่ยวก็ตอบว่าผมก็ไม่รู้เหมือนกัน อ้าว! เล่นอย่างนี้เลยเหรอ (ยิ้ม) ผมไม่รู้ไง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่แตงหายไป ใช่แตงหรือเปล่า อาจจะเป็นแตงก็ได้...คือมะเดี่ยวปล่อยให้นักแสดงได้แสดงไป ปล่อยให้บทได้ดำเนินไป มันเลยทำให้คนดูมีคำถามเหมือนนักแสดง ว่าใช่หรือไม่ใช่

"มันมีฉากที่พลอยไปกระซิบกับพี่กบ นกก็ไปถามว่าพลอยพูดอะไรกับพี่กบ พลอยก็บอกว่าไม่รู้ (หัวเราะ) จนถึงวันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแตงและจูนในหนัง (หัวเราะ) นกว่านี่แหละ! อาจจะเป็นเสน่ห์ของการกำกับ เลยทำให้การแสดงมันสด แล้วมันก็ได้อะไรที่ไปเจอไปเห็นตรงนั้น มันกระทบใจตรงนั้น ซึ่งนกชอบมากเลย มันเป็นความรู้สึกที่ใช่! และจริงมากๆ เลย"

"จริงๆ ให้พูดตรงๆ รักแห่งสยาม มันเป็นการทำงานที่สั้นมาก นกใช้คิวไปไม่ถึง 12 คิวในการถ่ายทำ มันเป็นบรรยากาศการทำงานแบบปกติ ทุกอย่างเกิดขึ้นตรงนั้น ไม่ต้องท่องบทมา ไม่ต้องเตรียมตัวมาว่าจะมีฉากร้องไห้ หรือว่าฉากอะไร มาถึงกองก็แต่งหน้าทำผม แต่เราก็รู้ว่าจะถ่ายทำอะไร เราก็เตรียมตัวมาแบบไม่ท่องบทเลย การแสดงจะเกิดขึ้นต่อเมื่อเร่ิมถ่ายทำ

"เป็นเรื่องที่ง่ายที่สุดตั้งแต่ถ่ายทำมา ไม่ได้บอกว่าตัวเองเก่ง แต่รู้สึกว่าไม่ต้องแสดงมาก เราแค่เล่นตามบทเพราะบทมันดี บทมันบอกเราอยู่แล้ว เราแค่ไปตามบทเท่านั้นเอง คือมะเดี่ยวพยายามบอกเรื่องราวของสังคมผ่านตัวละครต่างๆ อย่างแม่สุนีย์ เฮ้ย สามีต้องเป็นแบบนี้ มีลูกก็ต้องเป็นแบบนี้ ชีวิตต้องเป็นแบบนี้จึงจะถูกต้องดีงาม นกเข้าใจสิ่งที่มะเดี่ยวกำลังจะบอก นกก็ถ่ายทอดออกมา

"ส่ิงที่ได้มันก็ได้จริงๆ ได้ผู้ชมที่ต้องการบอกเรื่องราวแบบนี้กับตัวเอง หรือบอกเรื่องราวแบบนี้กับครอบครัวตัวเอง มะเดี่ยวก็ได้ทำแบบนั้นอย่างดีที่สุด แล้วเขาก็ได้ผู้ชมแบบนั้นจริงๆ ซึ่งถือว่าผู้กำกับทำหน้าที่ได้ดี เขียนบทได้ดี ทำให้หนังเรื่องนี้ ให้อะไรๆ กับผู้ชมจริงๆ นอกจากความบันเทิง

"จำได้ว่าตอนนั้น อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้กำกับ มะเดี่ยว (ชูเกียตริ ศักดิ์วีระกุล) ชอบแนวคิดการทำงานของเขา เออ! คิดในใจอยากจะเล่นหนังกับผู้กำกับคนนี้ หลังจากนั้นไม่นาน ก็ได้รับการติดต่อจากทีมงานมะเดี่ยว ว่าอยากให้พี่นกไปเล่นหนังรักแห่งสยาม ก็ได้อ่านบทแล้วชอบเลยอยากเล่น แต่หลายคนที่ได้อ่านบท ก็บอกว่าเป็นบทแม่ธรรมดา แต่เราอ่านแล้ว เฮ้ย มันเห็นภาพ มันน่าเล่นมาก มันสนุก มันรู้สึกว่ามีอะไรน่าสนใจ พี่นกเป็นคนชอบเล่นหนังมากกว่า

ระหว่างที่ นก สินจัย เปิดใจ ก็มีการสลับการพูดคุยกับแฟนหนังไปด้วย เริ่มด้วยแฟนคลับเกย์สูงวัยค่อนข้างสวย เคยตะลุยดูรักแห่งสยาม ในโรงหนัง ขอย้ำ! ดูในโรงหนังหลายโรงมาแล้ว รวมมากกว่า 15 รอบ ส่วนรอบที่ดูทางทีวีดีวีดีไม่ได้นับรวมด้วย

แฟนคลับสาวใหญ่อีกท่าน รีบเกทับทันที ดูรักแห่งสยามมากกว่า 50 รอบ "ต้องบอกว่าตอนหนังเข้าโรงไม่ได้ดูเลยค่ะ จนมาได้ดูอีกทีหนึ่ง 3 พฤษภาคม 2551 ตอนแรกไม่ได้สนใจเลย เพราะโปสเตอร์หนังเป็นภาพหวานแหว๋ว ผู้ชายสองคน ผู้หญิงสองคน แต่ว่าอย่างหนึ่งที่เราได้ยินมาคือหนังเกย์ พอได้ยินเราก็หูผึ่ง เฮ้ย หนังเป็นยังไง ก็ตามไปหามาดู

"พอได้ดูความคิดเปลี่ยนไป มันคือหนังครอบครัว ไม่ใช่หนังเกย์ ไม่ใช่หนังรักคู่รักชายชาย ถ้าได้ยินใครพูดว่าหนังเกย์ จะหันไปตบปาก (หัวเราะ) ถ้าคุณดูจริงๆ จะรู้ว่าไม่ใช่หนังเกย์ มีทั้งความรักแบบเพื่อน ครอบครัว แล้วก็รักแบบญาติพี่น้อง รักแห่งสยามเป็นหนังที่ดีที่สุดในชีวิต ใช้คำนี้ได้เลยค่ะ (เน้นเสียงดังมากๆ) และที่ดูรักแห่งสยาม 50 รอบ คือดูจากซีดี ดีวีดี ดูทุกอย่างค่ะซื้อมาหมด ทุกวันนี้ถ้าไปเจอกองๆ ซีดี ดีวีดี จะซื้อ ที่บ้านมีหลายแผ่นมาก หนังเรื่องนี้ฝังใจเรามากๆ เป็นหนังดีที่สุดในชีวิตเราจริงๆ"

ส่วนผู้ชมหนุ่มแน่นคนหนึ่ง พูดได้น่าคิดถึงฉากจี๊ดที่ แม่สุนีย์ต้องไปพูดกับมิวเชิงบังคับ เพื่อให้เลิกคบกับโต้ง ว่าสังคมส่วนใหญ่มีรูปแผนการใช้ชีวิตคือ เรียนจบ ทำงาน แต่งงานกับผู้หญิง สร้างครอบครัวที่อบอุ่น อยู่ดูแลกันไปจนแก่เฒ่า ซึ่งจริงๆ แล้วชีวิตคนเราไม่จำเป็นต้องเดินไปตามทางของสังคมกำหนดก็ได้ ชีวิตมีทางเลือกที่มากมาย ชีวิตรักเพศเดียวกันชายรักชาย หญิงรักหญิง ก็มีความสุขได้ ขึ้นอยู่ที่ว่าเราจะนิยามความสุขความสำเร็จในชีวิตในรูปแบบไหนมากกว่า

หนุ่มน้อยวัยรุ่นฮอร์โมนพุ่งเกินหญิง บอกเสียงดังฟังชัดว่า เพิ่งได้ดูรักแห่งสยามเป็นครั้งแรกในชีวิต เพราะตอนที่รักแห่งสยามเข้าฉายในโรง เพิ่งอายุ 7 ขวบ เลยไม่ได้ชมภาพยนตร์ ส่วนตัวอยากดูมากๆ แต่ไม่อยากซื้อแผ่นมาดู อยากจะดูในโรงใหญ่ๆ ได้แต่อ่านพวกรีวิว ได้แต่ยินคนพูดถึงมาตลอดว่า รักแห่งสยามดียังไงบ้าง

"วันนี้ได้โอกาสมาดู รู้สึกดีมาก เพราะหนังแสดงให้เราเห็นถึงความอบอุ่น แสดงถึงความรัก ให้เห็นถึงปัญหาของครอบครัวในหนังด้วย เมื่อ 11 ปีที่แล้ว เรื่องเพศที่สามยังไม่ได้รับการยอมรับกันมาก แต่หนังเรื่องนี้ก็กล้านำเสนอ รักแห่งสยามเป็นหนังไทยที่ดีเรื่องหนึ่ง ขอบคุณพี่นกได้แสดงในหนังเรื่องนี้" ซึ่ง นก สินจัย ก็ได้กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า "ขอบคุณผู้ชมด้วยเช่นกันค่ะ (ยิ้ม)".

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้