วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดีเดย์พรุ่งนี้! คุมความเร็วดอยรวก ห้ามขับเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ดีเดย์พรุ่งนี้! คุมความเร็วดอยรวก ห้ามขับเกิน 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

  • Share:

พรุ่งนี้วันแรก ประกาศความเร็วรถวิ่งบนถนนสาย 12 "ตาก-แม่สอด" บริเวณดอยรวก รถบรรทุก ไม่เกิน 40 กม./ชม. ตู้ เก๋ง ปิกอัพ ไม่เกิน 60 เผยติดกล้องก็แล้ว โดนขโมยเกลี้ยง

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.61 นายวรศักดิ์ วงษ์รอด ผอ.แขวงการทางตากที่ 1 นำเจ้าหน้าที่กองช่างเข้าติดป้ายเครื่องหมายจราจร ป้ายห้าม ป้ายจำกัดความเร็วในจุดเสี่ยง ดำเนินการจัดทำเครื่องหมายจราจรบนผิวทาง บนทางหลวงหมายเลข 12 ตาก-แม่สอด เพื่อเตือนให้ผู้ใช้ทางหลวงใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ขับช้า ใช้เกียร์ต่ำ ช่วงขึ้นลงเขา

นายวรศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยความห่วงใยจากแขวงฯ ขอให้ใช้รถใช้ถนนด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายบังคับ ป้ายแนะนำ และเครื่องหมายจราจร อย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตัวท่านเองและผู้ร่วมทาง ขับช้าเปิดไฟหน้า คาดเข็มขัดด้วยทุกครั้ง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทาง

ทั้งนี้คณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก จ.ตาก มีการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกำหนดอัตราความเร็วของรถที่จะวิ่งบนถนนสาย 12 ตาก-แม่สอด เพื่อป้องกันอันตรายโดยเฉพาะบริเวณดอยรวก แม้จะมีการขยายช่องการจราจรและปรับความลาดชันลงมาแต่ยังเกิดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง จึงได้อัตราความเร็วที่กำหนดให้รถบรรทุกวิ่งได้ไม่เกิน 40 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนรถยนต์ทั่วไป รถเก๋ง ปิกอัพ รถตู้ ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 60-70 ระหว่างดอยมูเซอถึงดอยรวก เริ่มบังคับใช้ 4 มิถุนายน 2561

ทั้งนี้ถนนสายตาก-แม่สอด หรือสายที่ 12 กระทรวงคมนาคมทุ่มงบประมาณกว่า 2 พันล้านบาท ขยายช่องจราจรจาก 2 ช่องทาง เป็น 4 ช่องทาง รวมทั้งปรับลดความลาดชันเกือบตลอดทั้งสาย เพื่อเป็นการป้องกันรถเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งติดกล้อง CCTV ในจุดเสี่ยงเพื่อเฝ้าดูพฤติกรรมผู้ใช้รถใช้ถนนโดยเฉพาะจุดดอยรวก ก็พบว่ามีการใช้ความเร็วสูงทั้งขาขึ้นและขาล่อง เพราะสภาพถนนดีเอื้อต่อการใช้ความเร็วสูง แต่ปรากฏใช้กล้องส่องพฤติกรรมได้เพียง 9 วันก็ถูกขโมยไปหมดเกลี้ยง

อย่างไรก็ตามคณะอนุกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก จ.ตาก ได้วิเคราะห์ถึงปัญหาที่แท้จริง พบว่าผู้ขับขี่ยังใช้ความเร็วสูง และไม่ปฏิบัติตามป้ายจราจรทำให้เกิดอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้