วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทำให้เป็นแบบอย่างที่ดี

ทำให้เป็นแบบอย่างที่ดี

  • Share:

มีเสียงเรียกร้องจากบางฝ่าย ให้นายดอน ปรมัตถ์วินัย แสดงสปิริตด้วยการลาออกจากรัฐมนตรีต่างประเทศ หลังจากที่มีรายงานข่าวว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติด้วยเสียงข้างมากให้ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย กรณีที่ภรรยาของนายดอนถือครองหุ้นในบริษัทเกินร้อยละ 5 เข้าลักษณะต้องห้ามดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ 2560

เรื่องนี้เป็นผลสืบเนื่องจากมีผู้ยื่นคำร้อง กกต. ให้ตรวจสอบการถือครองหุ้นของ 9 รัฐมนตรี กกต. ตรวจสอบแล้วพบว่า 8 รัฐมนตรีไม่มีปัญหา มีเพียงรัฐมนตรีต่างประเทศมีคำชี้แจงจากรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ว่ารัฐบาลยังไม่ได้รับรายงานจาก กกต. อย่างเป็นทางการ หากผิดจริงต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่นายดอนไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

กรณีนี้กลายเป็นเรื่องอึมครึม แม้แต่ กกต. ก็ยังอึกอักไม่พูดเต็มถ้อยเต็มคำ เลขาธิการ กกต. ชี้แจงว่าเรื่องอยู่ในกระบวนการ ของ กกต. แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าอยู่ในขั้นตอนใด แม้จะวินิจฉัยชี้ขาดแล้วก็คงพูดไม่ได้ เพราะเป็นการพิจารณาลับ หากพูดไปจะกระทบถึงการทำหน้าที่ของรัฐมนตรี และรัฐบาล เสมือนว่า กกต. มีมติแล้ว จะยื่นคำร้องอย่าง “ลับๆ” ต่อศาล

เป็นการแสดงอาการอึกอัก และแสดงความเกรงใจรัฐบาล เสมือนหนึ่งว่า กกต.ไม่ใช่องค์กรอิสระ จึงน่าสงสัยว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นอิสระ กล้าหาญ และตรงไปตรงมาหรือไม่ ในการจัดการและควบคุมการเลือกตั้งทั่วประเทศ รวมทั้งการวินิจฉัยข้อกล่าวหา เกี่ยวกับการทุจริตหรือทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งอาจมีขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ถ้า กกต. มีมติให้ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ย่อมจะเป็นที่ชัดเจนว่ามติของ กกต. ออกมาในด้านลบ เพราะหากเป็นด้านบวกคำร้องก็จะตกไป ไม่ต้องถึงศาล ส่วนการหยุดหรือไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ของรัฐมนตรี ในระหว่างรอการชี้ขาดของศาล ในอดีตหาก ป.ป.ช. มีมติว่าเป็นข้อกล่าวหาที่มีมูล และยื่นเรื่องให้ศาลวินิจฉัย นักการเมืองที่ถูกกล่าวหาต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

แต่กรณีนายดอน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีก่อนที่จะประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ที่มีบทบัญญัติเรื่องห้ามการถือครองหุ้น แม้ กกต.จะมีมติว่ามีมูลและขอให้ศาลตัดสิน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมายบอกว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย บทบัญญัติเรื่องนี้เป็นมาตรการป้องกันการทุจริต ที่มักเกิดขึ้นในหมู่นักการเมืองและข้าราชการ คือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน

รัฐบาลพร่ำบอกประชาชนอย่างต่อเนื่อง ให้เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย ฉะนั้น รัฐบาลจึงต้องทำให้เป็นแบบอย่างที่ดี ด้วยการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เริ่มด้วยกฎหมายสูงสุดของประเทศ คือรัฐธรรมนูญ เช่น บทบัญญัติเกี่ยวกับเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ และการทำกิจกรรมการเมืองของพรรค รวมทั้งเรื่องการถือหุ้นของรัฐมนตรี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้