วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดตัว“เอนก”นำรวมพลังสร้างการเมืองใหม่ : ปลุกผู้นำยุคปฏิรูป

เปิดตัว“เอนก”นำรวมพลังสร้างการเมืองใหม่ : ปลุกผู้นำยุคปฏิรูป

  • Share:

รวมพลังประชาชาติไทย หลังเปิดตัว 3 มิ.ย.ก็ขับเคลื่อนให้เป็นพรรคทางเลือกใหม่ทันที

โดยมีภารกิจสร้างจุดเปลี่ยนให้ประเทศและการเมืองไทย ภารกิจนี้จะสำเร็จตามเป้าหมายหรือเป็นแค่เพียงแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย แย้มใจให้สัมภาษณ์ ทีมข่าวการเมือง ว่า ที่ผ่านมามักถูกตั้งคำถามจากกระบวนทัศน์การเมืองเดิม

เช่น จะได้ ส.ส.กี่เสียง จะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี จะได้ร่วมรัฐบาลหรือไม่ ไม่กลัวแพ้การเลือกตั้งหรือ ทำพรรคนี้เป็นการส่วนตัวหรือ จะนั่งเป็นหัวหน้าพรรคหรือไม่ คำถามเหล่านี้เรามองข้ามไปหมดแล้ว เพราะผู้ร่วมก่อตั้งมีเจตนารมณ์และอุดมการณ์ ตั้งมั่นอย่างแนวแน่ในรูปแบบการเมืองใหม่ เพื่อปฏิรูปประเทศ

โดยเริ่มจากปั้นนักการเมืองพันธุ์ใหม่ ไม่เอาการเมืองเป็นอาชีพ แต่เอาการเมืองเป็นภารกิจ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชน ซึ่งต้องการพรรคทางเลือก ถ้าประชาชนสนับสนุนเราก็จะทำงานเต็มที่

จะทำตัวเป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งของการเปลี่ยนประเทศในยามวิกฤติหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจะเกิดอะไรขึ้นเป็นเรื่องของอนาคต อย่างน้อยเราเป็นออปชันหนึ่ง ประวัติศาสตร์อาจเลือกให้ไปทำอะไรที่เราก็ยังคิดไม่ได้ในเวลานี้

ผมจะนำความรู้ ประสบการณ์ นำสิ่งที่ตัวเองคิดตลอดชีวิตเรื่องสร้างพรรค ทำให้เกิดพรรคทางเลือก เริ่มจากทำให้เป็นพรรคของสมาชิก กำหนดทิศทางของพรรคได้ ซึ่งจะต้องช่วยกันออกแรง สติปัญญา ระดมเงินสร้างพรรค

ฉะนั้นตำแหน่งหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค จะเป็นใครก็ต่อเมื่อผู้ก่อตั้งพรรคต้องคุ้นเคย รู้ถึงวิธีการทำงานของกันและกันก่อนว่าจะหาสมาชิกพรรคให้ได้พอสมควรก่อนประชุมสมาชิกพรรค เพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค 9 คน อยู่ในวาระ 4 ปี หัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรคมีวาระ 2 ปี เพื่อป้องกันการผูกขาดภายในพรรค และให้การนำของพรรคกระจายเวียนในวงกว้าง

หากกรรมการบริหารพรรค รัฐมนตรี ส.ส. ทำผิดจรรยาบรรณ ทุจริตคอร์รัปชัน คณะกรรมการวินัยจริยธรรมของพรรคที่ตั้งขึ้น จะทำหน้าที่กำกับ ตรวจสอบและพิจารณากรณีที่มีผู้กล่าวหาหรือกรณีคณะกรรมการวินัยจริยธรรมพบเห็นด้วยตัวเองมีบท ลงโทษขั้นเบากล่าวตักเตือน โทษสถานหนักถอดถอนออกจากตำแหน่ง

เราต้องการให้พรรคยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด จึงกำหนดให้สมาชิกพรรคและผู้ก่อตั้งพรรค พิจารณาผู้ที่เหมาะสมเป็นคณะกรรมการ สรรหาผู้สมัคร ส.ส.เขต ผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ และจัดอันดับผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์

รวมถึงระดมสมองช่วยออกแบบนโยบายสำหรับรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งใหญ่ และผมคงจะได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะจัดทำนโยบายของพรรค

นับจากวันนี้เป็นต้นไปเรามีคำสัญญาประชาคมตามกรอบอุดมการณ์ของพรรค มีเบ้าหลอมตามโลกทัศน์ปรัชญาในภาพรวม ต้องการเห็นคนไทย สังคมไทย ควรอยู่และพัฒนาตัว ภายใต้ยุทธศาสตร์ แนวทางปฏิรูปและนโยบาย เพื่อสร้างประโยชน์สุขแก่ประชาชน เกิดความเท่าเทียมอย่างยั่งยืนและสมบูรณ์ในสังคมไทย

ฉะนั้น ขอประกาศอุดมการณ์ของพรรค อาทิ เทิดทูน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ มุ่งมั่นปฏิรูปประเทศให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นประชาธิปไตยที่จะต้องนำพระราชปรีชาญาณ พระบรมเดชานุภาพ พระบรมราชวินิจฉัยมาเป็นหลักชัยนำพาประเทศ

ทำให้พรรคการเมืองเป็นสถาบัน มีประชาชนเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง ประชาชนเป็นผู้ร่วมอาสา ร่วมลงทุน ร่วมแรงร่วมตัดสินใจ ร่วมลงมือทำ มิใช่มีส่วนร่วมแค่เพียงผิวเผิน จะปฏิรูปเปลี่ยนแปลงประเทศในด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ การศึกษา กระบวนการยุติธรรม เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

ให้คนไทยรักชาติ ภาคภูมิใจในความเป็นไทย ภูมิใจในการเป็นส่วนหนึ่งของโลกตะวันออก ภูมิใจในสถาบันสืบทอดความคิด และแบบแผนที่ดีงามของบรรพชน รวมทั้งมรดกทางวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีทางการเมืองการปกครอง อันมีเอกลักษณ์เฉพาะของไทย ซึ่งจะนำมาเป็นพื้นฐานของการปฏิรูป

การปฏิรูปต้องไม่ฉีกขาดออกจากความคิดแบบแผนและจารีตที่ดีของไทย

ทีมข่าวการเมือง ถามว่า สัญญาประชาคมเหมือนเป็นพรรคอนุรักษนิยม นายเอนก บอกว่า อนุรักษนิยมในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้แปลว่าไม่แก้ไข ไม่เปลี่ยนแปลง เราไม่ควรมุ่งเปลี่ยนโดยที่ไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปทำไม ถ้าเปลี่ยนแล้วดีขึ้นและรักษาของเดิมให้ยั่งยืนดีขึ้นได้ก็เปลี่ยน

แต่ไม่เปลี่ยนเพราะว่าโลกมันเปลี่ยน ประเทศตะวันตกเปลี่ยน เปลี่ยนเพื่อความทันสมัยเป็นการเปลี่ยนที่อ่อนเขลา ถ้าประเทศไทยมุ่งที่จะเปลี่ยนเพื่อมุ่งไปสู่โลกนานาประเทศ สุดท้ายจะไม่มีอะไรเป็นของตัวเองที่ภูมิใจ

สังคมไทยมีดีเยอะ คนรุ่นใหม่ไม่ควรสนใจเฉพาะโลกหรือประเทศที่เจริญกว่าเรา โดยที่ไม่รู้รากเหง้าของพวกเรากันเอง และมองว่ารากเหง้าของเราว่าที่ผ่านมาไม่มีอะไรดี

เราไม่ใช่เป็นพรรคปฏิวัติ แต่เป็นพรรคปฏิรูป เน้นธรรมาธิปไตย ไม่ได้เน้นเฉพาะประชาธิปไตย ประชาชนเสียงข้างมากปกครองเท่านั้น มันไม่พอ คนไทยไม่ได้ยอมรับแค่นั้น ไม่ได้เห่อหรือตื่นเต้นที่เสียงข้างมากเป็นผู้ปกครอง แต่คนไทยจะตื่นเต้นยินดีมีความสุข ไม่ว่าจะปกครองแบบไหน ถ้าปกครองด้วยธรรมและความดีความงาม

ปรากฏการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นมาได้ ต้องเริ่มจากคุณภาพของสมาชิกพรรค อบรมผ่านโรงเรียนของพรรค ซึ่งผมได้ขอผู้ก่อตั้งพรรคเข้ามาเป็นผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อสร้างทัศนคติ ความทุ่มเท ความเสียสละ สร้างสติปัญญา เสริมสร้างทักษะให้เกิดแก่สมาชิก ผู้นำพรรค ผู้ปฏิบัติงานของพรรค มีสติปัญญาที่ใกล้กันหรือเท่ากันให้มากที่สุด

โรงเรียนจะเป็นเครื่องมือ ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเข้ามาในห้องเรียนเท่านั้น บรรยากาศการทำงานต้องทำให้เป็นบรรยากาศร่วมแรง ร่วมใจกันกู้ประชาธิปไตย

คงไม่ต่างจากกรณีมหาธีร์ โมฮัมหมัด นายกฯมาเลเซีย ที่สร้างพันธมิตรทางการเมือง ในที่สุดก็สำเร็จเข้ามาแก้ปัญหาบ้านเมือง หรือกรณีประธานาธิบดีเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน จับมือกับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ มุน แจ อิน

ทำเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้

ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ปกติในยุคปัจจุบัน ต้องใช้พรรคการเมือง นักการเมืองมากู้ประชาธิปไตย ต้องเชื่อมั่นว่าพรรคการเมือง นักการเมืองจะกู้ประชาธิปไตยได้ ทางที่จะทำให้คนเห็นได้มากที่สุด คือ ต้องลงไปทำเอง ที่ผ่านมาผมพูดเสนอความเห็นก็ได้ผลระดับหนึ่ง แต่ไม่มีคนทำ ทำช้า ทำน้อย ผมก็จะไปช่วยเขาทำ

เราต้องทำให้พรรคของเราเป็นพรรคจิตอาสาเข้ามาพัฒนาการเมือง เป็นนักวิชาชีพทำการเมืองให้เกิดประโยชน์แก่สาธารณะมากที่สุด เป็นพสกนิกรที่เทิดทูน จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

และต้องก้าวข้ามความขัดแย้งที่มีมานับ 10 ปี จะให้สังคมจมอยู่ในความขัดแย้ง ห้ำหั่นแตกแยกต่อไปอีกไม่ได้ และ 4 ปีที่เพิ่งลดลง เพราะถูกคสช.บังคับไม่ให้เคลื่อนไหว และจากนี้ไปจะเปิดเสรีปลดล็อกเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง

“นักการเมืองแทนที่จะทำตัวเป็นเหยื่อถูกคสช.จัดระเบียบ ก็ต้องเลิกพฤติกรรมโกรธ เกลียด ต่อสู้กัน

ควรมุ่งมั่นก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยหันหน้าเข้าหากัน เป็นเจ้าภาพหลักสร้างความรู้รักสามัคคี

และร่วมกันคิดว่าในฐานะเป็นพรรคการเมืองจะพาบ้านเมืองก้าวข้ามความขัดแย้งได้อย่างไร”

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตเลขาธิการ กปปส. ร่วมก่อตั้งพรรคด้วย ฝ่ายสีเสื้ออื่นจะมั่นใจได้อย่างไรว่าพรรคนี้จะไม่มีเงาของ กปปส.ครอบงำอยู่ นายเอนก บอกว่า ยืนยันไม่ใช่เป็นพรรคของ กปปส. แม้มีชื่อนายสุเทพ แต่เมื่อชี้แจงคนก็เข้าใจเจตนารมณ์การก่อตั้งพรรค

เราเปิดประตูยินดีต้อนรับทุกคน สีที่เห็นด้วยกับการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ การยอมรับรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้แปลว่าแก้ไขไม่ได้ ในอนาคตค่อยว่ากัน ขอมุ่งหน้าเป็นหัวขบวนการทำให้บ้านเมืองรู้รักสามัคคี เริ่มจากท่าที ทัศนคติ ต่อไปอาจจะจับมือแถลงต่อประชาชนว่า จะพยายามนำพาพรรคไปร่วมกับพรรคการเมืองอื่นๆสู่ความรู้รักสามัคคี ไม่แยกมิตรแยกศัตรู เห็นทุกคนประชันขันแข่งเพื่อนำประเทศไปสู่การปฏิรูป

หลังการเลือกตั้งจะไม่ทำตัวให้เป็นอุปสรรคต่อการจัดตั้งรัฐบาล

จะเป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน จะไม่ทำให้เกิดความแตกแยกแก่สังคมแน่นอน

ตอนนี้มีข้อเสนอจาก นพ.ประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส หลังการเลือกตั้งขอให้พรรคการเมืองร่วมตั้งคณะกรรมการปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ เพื่อเปิดประตูสู่การปฏิรูปด้านต่างๆ นายเอนก บอกว่า

หลังการเลือกตั้งนายกฯต้องเป็นนักปฏิรูปตัวยง

เป็นหัวขบวนลงมือปฏิบัติและฟันธงว่าจะปฏิรูปอะไร

เราพร้อมนำนวัตกรรมทางการเมือง เชื่อมโยงในมิติอื่นให้เกิดพลัง

เพื่อให้คนไทยร่วมเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นประชาธิปไตย.

ทีมการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้