วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จะเบี่ยงอุบัติเหตุ ชนสนั่น 3 คันรวด บนถนนวิภาฯขาออก เจ็บ 4 ราย

จะเบี่ยงอุบัติเหตุ ชนสนั่น 3 คันรวด บนถนนวิภาฯขาออก เจ็บ 4 ราย

  • Share:

พยายามจะเบี่ยงอุบัติเหตุด้านหน้า คันหลังตามมา เบรกไม่ทัน ชนสนั่น 3 คันรวด บนถนนวิภาฯขาออก เจ็บ 4 ราย...

เมื่อเวลา 06.00 น. วันที่ 3 มิ.ย. พ.ต.ท.ธีรยุทธ เสรีนนท์ชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สน.วิภาวดี รับแจ้งเหตุรถยนต์ชนกันจำนวนหลายคัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนหลายราย บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ด้านขาออก ก่อนถึงตลาดใหม่ดอนเมือง แขวงและเขตดอนเมือง กทม. จึงรุดตรวจสอบ พร้อมหน่วยกู้ชีพ และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุ บนถนนวิภาวดีรังสิตด้านขาออก ซึ่งเป็นถนน 4 เลน ระหว่างตอม่อที่ 98 และ 99 ก่อนถึงตลาดใหม่ดอนเมืองประมาณ 20 เมตร ในช่องทางขวาสุดพบรถแท็กซี่สีชมพู หมายเลขทะเบียน ทษ 9162 กรุงเทพมหานคร มีนายจรูญ ขันสังข์ อายุ 60 ปี เป็นคนขับ ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ถูกรถแท็กซี่สีเหลือง หมายเลขทะเบียน ทห 2237 กรุงเทพมหานคร ชนที่ท้ายรถได้รับความเสียหาย และทำให้นายจำนง ปราอาภรณ์ อายุ 53 ปี คนขับได้รับบาดเจ็บที่ขาไปด้วย

ทั้งนี้ ห่างออกไปประมาณ 5 เมตร ด้านหลังรถทั้ง 2 คันยังพบรถกระบะ โตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน ชห 4417 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ขวางช่องทางที่ 3 และ 4 จากการตรวจสอบในรถพบนายถวิล ศรีจันทร์ อายุ 50 ปี คนขับ และนางฉวี ศรีจันทร์ อายุ 51 ปี ภรรยาที่นั่งมาด้วยได้รับบาดเจ็บฟกช้ำตามลำตัวและใบหน้าทั้งคู่ เจ้าหน้าที่จึงเร่งให้การช่วยเหลือทำแผลเบื้องต้นผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 4 ราย ก่อนนำตัวส่ง รพ.ภูมิพลฯ ทั้งหมด

จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบยังพบแท่งแบริเออร์พลาสติกได้รับความเสียหายอีก 1 อัน เจ้าหน้าที่ได้ปิดการจราจร 2 ช่องทางขวา เหลือใช้ได้เพียง 2 ช่องทางด้านซ้ายทำให้การจราจรชะลอตัว

จากการสอบถาม นายณรงค์เดช ผู้อยู่ในเหตุการเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนกำลังยืนเคลียร์กับคู่กรณี ภายหลังที่ตนขับรถชนท้ายกับรถคันอื่นอีกจำนวน 5 คัน ในช่องทางขวาสุด ซึ่งรถตนเป็นคันสุดท้าย และเห็นว่ารถเยอะ จึงบอกคู่กรณีช่วยลากแบริเออร์พลาสติกที่อยู่ใกล้ๆ ไปวางขวางถนนเอาไว้ ซึ่งห่างจากจุดที่รถชนกันประมาณ 20 เมตร เพื่อเป็นการเตือนรถคันหลังให้ทราบ

คล้อยหลังไปประมาณ 10 นาที ตนได้ยินเสียงรถชนกันดังสนั่นจึงเดินออกมาดู ก็พบว่ามีรถแท็กซี่คันสีเหลืองชนท้ายรถแท็กซี่สีชมพู ตรงจุดที่ตนนำแบริเออร์ไปวางไว้ สักพักก็ได้ยินเสียงเบรกลากยาว เมื่อมองไปเห็นรถกระบะวิ่งมาชนท้ายรถแท็กซี่สีเหลืองอีกครั้ง ก่อนจะหมุนไปหยุดขวางช่องทางที่ 2 จากขวา หลังจากนั้นเห็นคนขับทยอยกันออกมาจากตัวรถ

ด้าน พ.ต.ท.ธีรยุทธ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนทราบว่า อุบัติเหตุดังกล่าวเป็นเหตุชนท้ายกันธรรมดา ซึ่งต้องแบ่งออกเป็น 2 เคส โดยเคสแรกเป็นการชนท้ายกันจำนวน 5 คัน ซึ่งอยู่ระหว่างรอประกัน ส่วนอีกเคสเป็นเหตุชนท้ายกันเช่นกันจำนวน 3 คัน ในเวลาไล่เลี่ยกัน และจุดเกิดเหตุใกล้กัน

จากการสอบสวนเบื้องต้นคาดว่า เมื่อรถกลุ่มแรกชนกัน ทำให้รถได้รับความเสียหายทั้ง 5 คัน ไม่สามารถเคลื่อนย้ายออกจากจุดเกิดเหตุได้ เมื่อรถกลุ่มหลังเห็นข้างหน้ามีอุบัติเหตุ จึงชะลอรถเพื่อที่จะเบี่ยงออก รถคันที่ตามมาด้านหลังไม่ทันระวังจึงทำให้ชนท้ายจนเป็นเหตุให้มีคนเจ็บ และเบื้องต้นยังไม่ได้แจ้งข้อหากับผู้ใด เนื่องจากยังไม่ได้ทำการสอบสวนคนขับรถกลุ่มหลังเนื่องจากคนขับรถทั้งหมด 3 คัน รวมถึงผู้โดยสารอีก 1 คนได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน คงต้องรอให้หายดีเสียก่อนจึงจะเรียกมาสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้