วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ถูกโยกเข้ากรุ ร.ต.อ.ตบสาว อีกคดีให้ออก ดต.หอมแก้ม

ถูกโยกเข้ากรุ ร.ต.อ.ตบสาว อีกคดีให้ออก ดต.หอมแก้ม

  • Share:

เหยื่อสาวให้ปากคำเพิ่ม พอใจตำรวจเร่งดำเนินคดีดาบตำรวจ เมืองพัทยาฉาว เรียกรับเงินและหอมแก้มบนโรงพัก ภายหลัง ผบก.ภ.จ.ชลบุรี สั่งให้ดาบตำรวจออกจากราชการไว้ก่อน เผยมีพฤติกรรมทำผิดอย่างชัดเจน เตรียมดำเนินคดี 4 ข้อหาหนัก ตั้งกรรมการสอบ 3 ตำรวจเอี่ยว รองโฆษก ตร. แจง ร.ต.อ.ตบบ้องหูพาสาวเข้าโรงแรมหมายข่มขืน ถูกแจ้งข้อหาหนัก เด้งออกนอกพื้นที่ไปช่วยราชการที่ ศปก.บก.ภ.จ.ราชบุรี

ยังคงเป็นที่จับตาของสังคมกรณี น.ส.อัญชลี แยกจตุรัส อายุ 23 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ เข้าร้องเรียนสื่อมวลชนภายหลังตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เรียกมาเจรจากับคู่กรณีคดีขับรถชนบนโรงพัก แต่ถูกยัดข้อหาเมาแล้วขับและรีดเงิน 2 หมื่นบาท แลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีเมาขับ แต่เมื่อปฏิเสธถูกจับยัดห้องขังจนต้องยอมจ่ายเงิน กลับถูกตำรวจฉวยโอกาสกอดและหอมแก้มต่อหน้าผู้คนจำนวนมากจนเกิดความอับอาย และแจ้งความดำเนินคดีตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวตรวจสอบเบื้องต้นพบตำรวจ 1 นายมีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำความผิดอย่างชัดเจนคือ ด.ต.ไชยา เที่ยงไธสง ผบ.หมู่ (ป.) ทำหน้าที่สิบเวรควบคุมผู้ต้องหาวันเกิดเหตุ เป็นผู้รับเงินจากผู้เสียหาย 2 หมื่นบาท รวมถึงเป็นคนไขกุญแจปล่อยตัวผู้เสียหายพร้อมหอมแก้มและลวนลามตามที่ผู้เสียหายกล่าวอ้าง พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จ.ชลบุรี มีคำสั่งให้ ด.ต.ไชยยาออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอการสอบสวนข้อเท็จจริงใน 4 ข้อหา คือ 1.ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ 2.หน่วงเหนี่ยวกักขัง 3.เรียกรับผลประโยชน์ และ 4.กระทำอนาจาร

พ.ต.อ.อภิชัยกล่าวต่อว่า ส่วนตำรวจที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องอีก 3 นาย ได้แก่ 1.ด.ต.เสกสิริ พิรัญเขต ผบ.หมู่ (ป.) ทำหน้าที่คนขับรถร้อยเวร เป็นคนเรียกเงินแลกกับไม่ดำเนินคดีข้อหาเมาแล้วขับ 2.ส.ต.ท.ทวิช ทองปลาย ผบ.หมู่ (ป.) ทำหน้าที่สิบเวร ผลัดเก่าเป็นผู้เอาบัตรเอทีเอ็มของผู้เสียหายไปกดเงิน 3.พ.ต.ท.ธัมมัญชิษฐ์ สิทธิศาสตร์ สว. (สอบสวน) รับผิดชอบคดีรถชนของผู้เสียหาย ขณะนี้ทั้งหมดอยู่ในระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หากพบว่ามีส่วนร่วมในการกระทำผิดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

ต่อมาเวลา 16.00 น. น.ส.อัญชลี แยกจตุรัส อายุ 23 ปี ผู้เสียหาย เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม พร้อมเปิดเผยว่า รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ความเป็นธรรม ดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุอย่างรวดเร็วและไม่ทอดทิ้งประชาชน ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่คอยรักษาความปลอดภัยป้องกันการข่มขู่พยานอย่างใกล้ชิด ขณะนี้สภาพจิตใจและความรู้สึกดีขึ้นมาก

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณี น.ส.แพรว (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ลูกจ้างร้านขายยา เข้าร้องขอความเป็นธรรมกรณีถูกตำรวจตบบ้องหูจนแก้วหูฉีกและพยายามข่มขืน เหตุเกิดท้องที่ สภ.เมืองราชบุรี ว่า ได้รับรายงานจาก บก.ภ.จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองราชบุรี รับแจ้งจากผู้เสียหายว่า เมื่อวันที่ 27 เม.ย. ร.ต.อ.สนธยา เย็นใจ รอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากท่อ ผู้ต้องหา คบหาเป็นเพื่อนได้ประมาณ 3 เดือน โทรศัพท์ชักชวนออกไปงานเลี้ยงสังสรรค์ และนั่งดื่มเหล้าที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ต่อมาเวลา 23.00 น. ผู้เสียหายได้ชวน ร.ต.อ.สนธยากลับบ้านและได้มีปากเสียง จนเกิดการทำลายทรัพย์สินและทำร้ายร่างกาย ใช้มือตบไปที่ใบหน้าผู้เสียหาย จากนั้นขับรถพาผู้เสียหายไปที่โรงแรมแห่งหนึ่งพยายามพาเข้าไปยังห้องพัก ผู้เสียหายดิ้นรนขัดขืนและร้องขอความช่วยเหลือจนเกิดการทำร้ายร่างกายขึ้นอีก ต่อมาผู้เสียหายอาศัยจังหวะที่ ร.ต.อ.สนธยาเข้าห้องน้ำ วิ่งออกจากห้องพักมาแจ้งความร้องทุกข์

พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวต่อว่า เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า ผู้เสียหายมีรอยฟกช้ำบริเวณข้อมือและต้นแขน เยื่อหูข้างซ้ายฉีกขาด แก้วหูข้างซ้ายทะลุ ต้องใช้ระยะเวลาในการรักษาไม่น้อยกว่า 6 เดือน เมื่อวันที่ 8 พ.ค. พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา ร.ต.อ.สนธยาในความผิดฐานกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้, พาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจาร ขู่เข็ญ ใช้กำลังประทุษร้าย หรือใช้วิธีข่มขืนใจด้วยประการใด, กักขังหรือหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ผู้อื่น ปราศจากเสรีภาพในร่างกายจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส นอกจากนี้ ตำรวจ สภ.ปากท่อ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ร.ต.อ.สนธยาในฐานความผิดดังกล่าวว่า มีมูลหรือไม่ พร้อมกับมีคำสั่งให้ไปช่วยราชการที่ ศปก.บก.ภ.จ.ราชบุรี ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. สั่งให้ข้าราชการตำรวจทุกนายไม่ให้ กระทำผิดกฎหมาย หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย ตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติตนนอกแถวจะถูกดำเนินการทางวินัยและทางอาญาอย่างเด็ดขาด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้