วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ปรับทัศนคติ

ปรับทัศนคติ

โดย ฟ้าคำราม
3 มิ.ย. 2561 05:01 น.
  • Share:

การสัมมนาหัวข้อ “Push The Pass (Part) With Master Plan : กะเทาะเปลือกยุทธศาสตร์ฟุตบอลไทย” ซึ่งทางมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาการจัดการฟุตบอลอาชีพ จัดขึ้นที่การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก ไปเมื่อวันก่อน

มีการนำแผนแม่บทพัฒนาฟุตบอลแห่งชาติ ระยะยาว 20 ปี ที่สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดทำขึ้น มาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในเรื่องฟุตบอลไทย

แน่นอนว่า ภาพใหญ่ก็เป็นเรื่องของแผน เป็นเรื่องของการวางอนาคต

พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ระบุว่า แผนนี้เริ่มใช้มาตั้งแต่ปี 2017 มีไปจนถึงปี 2036 เป็นระยะเวลา 20 ปี จะพัฒนา ทุกด้าน ทั้งองค์ความรู้ การพัฒนาบุคลากร สร้างศูนย์ฝึก พัฒนาเทคโนโลยี สร้างมูลค่า การประชาสัมพันธ์ เป็นต้น

และจะมีการประเมินแผนทุก 5 ปี

เป้าหมายคือ ทีมชาติไทยไปเตะฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2026 เนื่องจากครั้งนั้นจะมีทีมเข้ารอบสุดท้าย 48 ทีม โซนเอเชียได้โควตา 8.5 ทีม ซึ่งทีมไทยเข้าถึงรอบ 12 ทีมเอเชียได้แล้ว ถือว่ามีโอกาสใกล้มากที่สุด

นอกจากนั้นคือ การเข้าถึงรอบรองชนะเลิศฟุตบอลเอเชียนคัพ 2027 โดยนักเตะที่จะเป็นแกนหลักคือ ทีมยู 16 ในขณะนี้

ในประเด็นเหล่านี้ ก็ว่ากันไป แต่จะทำได้หรือไม่ได้ คงยังไม่มีใครตอบได้

แต่เรื่องที่น่าสนใจ อยู่ที่แนวคิดของ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย นักเตะทีมชาติไทย ที่มาร่วมสัมมนาในครั้งนี้ด้วย เจ้าตัวให้ความเห็นไว้อย่างน่าคิด

บอกว่า พื้นฐานสำคัญก่อนที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ นักเตะต้องมีทัศนคติของการเป็น “ผู้ชนะ” มากกว่าที่เป็นอยู่ และผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินแผนอย่างต่อเนื่อง ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์

คนไทยมีศักยภาพ แต่ยังใช้ไปในทางที่ผิด เป็นส่วนใหญ่

เช่นเดียวกับ อิสระ ศรีทะโร หัวหน้าสตาฟฟ์ โค้ชทีมชาติไทยชุดยู 19 ย้ำว่า นักกีฬายังมีความกลัวอยู่ในจิตใจ กลัวถูกตำหนิ กลัวโค้ช กลัวผู้บริหาร มองว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลง

ตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัว เป็นสิ่งที่คนวงการฟุตบอลทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องสร้างให้เกิดขึ้นให้ได้

เชื่อว่าส่วนใหญ่ มีความมุ่งมั่นตั้งใจกันดีอยู่แล้ว แต่แน่นอนว่ายังมีอีกส่วนที่คิดเพียงว่าเตะไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย ได้เงินแค่เลี้ยงชีพเป็นพอ

การจะก้าวไปสู่จุดสูงสุด นักเตะต้องมีความกระหายในชัยชนะเป็นทุน

ไม่ใช่เป็นระดับทีมชาติแล้วคิดเพียงว่า กีฬามีแพ้ มีชนะ ใครจะชนะได้เสมอไป จะว่าอย่างนั้น ก็ใช่ เป็นเรื่องจริง ไม่ได้เถียงอะไร

แต่ในทางจิตวิทยา ถ้าปราศจากความต้องการที่จะเป็นผู้ชนะ ก็เป็นเรื่องยากที่จะประสบความสำเร็จ

จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความกล้าและปรับทัศนคติในเรื่องนี้กันใหม่ แล้วค่อยมองไปถึงเป้าหมาย ความคาดหวังอันสวยหรูที่วางไว้

พื้นฐานตรงนี้ ต้องดีเสียก่อน...

ฟ้าคำราม

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้