วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“วิสาขบูชา” เชื่อมแดนพุทธภูมิ รำลึกวันประสูติ-ตรัสรู้-ปรินิพพาน

“วิสาขบูชา” เชื่อมแดนพุทธภูมิ รำลึกวันประสูติ-ตรัสรู้-ปรินิพพาน

  • Share:

“วิสาขบูชา” วันแห่งการประสูติ วันแห่งการตรัสรู้ และวันแห่งการปรินิพพาน ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี โดยองค์การสหประชาชาติประกาศให้เป็นวันสำคัญสากลของโลก และที่ประเทศอินเดียเรียกวันนี้ว่า “พุทธชยันตี” หรือ “Buddha Jayanti”

บนแผ่นดินพุทธภูมิ ซึ่งคาบเกี่ยวระหว่างประเทศอินเดียกับประเทศเนปาล ปัจจุบันชาวพุทธจากทั่วโลกหลั่งไหลเข้าไปแสวงบุญกันอย่างคับคั่งต่อเนื่อง เป็นการบ่งชี้ว่า “พระพุทธศาสนา” ไม่ได้จางหายไปไหน มีแต่ทวีคูณในความศรัทธาเพิ่มมากขึ้น

ในทุกเทศกาลสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชาวพุทธทั่วโลกไม่เคยละเลย หากไม่ได้เดินทางเข้าสู่แดนพุทธภูมิเพื่อปฏิบัติธรรม ก็จะปฏิบัติธรรมที่วัดใกล้บ้านในประเทศหรือที่บ้านของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

พระสงฆ์ไทยและพระสงฆ์นานาชาติ ร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในวันวิสาขบูชา ณ วัดไทยลุมพินีวัน ประเทศเนปาล สถานที่ประสูติของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.
คณะสงฆ์ไทยและสงฆ์จาก 35 วัดพุทธนานาชาติ ทั้งเถรวาท มหายาน และวัชรยาน (ทิเบต) ในเมืองคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย ร่วมเจริญพระพุทธมนต์บริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ มหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา.
คณะสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย สถานที่ปรินิพพานของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ร่วมเวียนเทียน เนื่องในวันวิสาขบูชา.

ดังนั้น ชาวพุทธมั่นใจได้ว่า “พระพุทธศาสนา” ไม่มีทางสูญหายไปจากโลกใบนี้ แม้ในประเทศไทยที่บางคนกำลังสับสนและเป็นห่วง ทั้งนี้เพราะเหตุที่เกิดนั่นไม่ใช่ปัญหาของพระพุทธศาสนา แต่เป็นแค่ปัญหาเฉพาะตัวบุคคล ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก และก็คงไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เป็นเรื่องที่พุทธบริษัท 4 สามารถแยกแยะได้

ส่วนที่ประเทศอินเดีย-เนปาล แผ่นดินแห่งการเกิดของพระพุทธศาสนา ณ วันนี้ บนแผ่นดินพุทธภูมิ มีมนต์ขลังที่เป็นจุดส่งพลังเติมเต็มไปยังชาวพุทธอย่างมากมายล้นเหลือ พระธรรมทูตจากประเทศไทยและนานาชาติ รวมพลังกันสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามมาโดยตลอด

ล่าสุด ในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล และเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย ได้มอบหมายให้ทุกวัดในสังเวชนียสถาน 4 ตำบล จัดกิจกรรมเต็มรูปแบบของการปฏิบัติธรรมในวันสำคัญนี้ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวพุทธทั้งมวล

ด้วยนโยบายจากแนวทาง “ร้อยดวงใจชาวพุทธให้เป็นหนึ่งเดียวกันในวันวิสาขบูชา”

พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย เนปาล และเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา นำคณะสงฆ์นานาชาติเจริญพระพุทธมนต์.
คณะสงฆ์นานาชาติ ร่วมเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพุทธบูชา ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ มหาเจดีย์พุทธคยา เมืองพุทธคยา เนื่องในวันวิสาขบูชา.
คณะสงฆ์นานาชาติร่วมทำความสะอาดมหาปรินิพพานสถูป เมืองกุสินารา สถานที่ปรินิพพานและเจริญพระพุทธมนต์ พร้อมห่มผ้าพระนอน.

เริ่มที่สวนลุมพินีวัน ประเทศเนปาล แผ่นดินแห่งการประสูติ ได้มอบหมายให้ พระศรีโพธิวิเทศ (สุพจน์ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดไทยลุมพินี เนปาล จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรม เวียนเทียน ทั้งในลุมพินีวันสถานที่ชาวเนปาลได้ตกแต่งประดับประดาสถานที่ทรงประสูติแห่งนี้ไว้อย่างสุดสวยงาม และในวัดไทยลุมพินี โดยมีชาวพุทธและพระสงฆ์นานาชาติ เข้าร่วมพิธีมากมาย

ขณะที่แผ่นดินแห่งการตรัสรู้ เมืองคยา รัฐพิหาร อินเดีย พระธรรมโพธิวงศ์ ได้สร้างทานบารมีให้แก่ชาวพุทธในวันอันสำคัญยิ่งนี้ ด้วยการนิมนต์พระสงฆ์จาก 35 วัดพุทธนานาชาติทั้ง เถรวาท มหายาน และ วัชรยาน (ทิเบต) ในเมืองคยา ร่วมกันเจริญพระพุทธมนต์ ตามสำเนียงเสียงภาษาของตนเอง ต่อด้วยการทำบุญใส่บาตรพระสงฆ์นานาชาติ 45 รูป เท่ากับพรรษาของพระพุทธองค์

จากนั้น พระสงฆ์นานาชาติและฆราวาสกลุ่ม “พุทธบริษัทชาวไทย”ที่รวมตัวกันเดินทางไปประกอบพิธีในวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของชาวพุทธนี้ได้จัดขบวนแห่พระพุทธรูป 3 ปาง ประกอบด้วย ปางประสูติ ปางตรัสรู้ ปางปรินิพพาน จากวัดไทยพุทธคยา แห่ไปบูชารอบโพธิมณฑลพิธี ภายใต้ร่มเงาแห่ง “ต้นพระศรีมหาโพธิ์” สถานที่ก่อกำเนิดเป็นองค์พระพุทธศาสดา ณ มหาเจดีย์พุทธคยา

พระธรรมโพธิวงศ์ (วีรยุทฺโธ) นำคณะสงฆ์นานาชาติเวียนประทักษิณ รอบพระมหาเจดีย์พุทธคยา โดยมีพุทธศาสนิกชนชาวไทยร่วมเวียนเทียนด้วย.
พระสงฆ์ไทยออกบิณฑบาต เพื่อให้พุทธศาสนิกชนชาวอินเดียได้ใส่บาตรถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันวิสาขบูชา รอบเมืองกุสินารา.
พระสงฆ์ไทยช่วยกันทำความสะอาดบริเวณรอบมหาปรินิพพานสถูป สถานที่ปรินิพพานของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถวายเป็นพุทธบูชา.

ส่วนที่แผ่นดินแห่งการปรินิพพาน เมืองกุสินารา รัฐอุตตรประเทศ อินเดีย หนึ่งใน 3 สังเวชนียสถานที่เกี่ยวข้องกับวันวิสาขบูชา คณะสงฆ์ของวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ที่มี พระครูนรนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงศ์) เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลวัดไทยกุสินาราฯอยู่ ได้จัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมเพื่อเฉลิมฉลองวันวิสาขบูชาเช่นกัน

ที่นี่มีเยาวชนอินเดียกว่า 300 คน เข้าวัดฟังธรรม เวียนเทียนรอบพระมหาธาตุเจดีย์ ขณะที่พระสงฆ์ แม่ชี อาสาสมัคร ร่วมกันถวายหยาดเหงื่อแรงกายเป็นพุทธบูชา ทำความสะอาดบริเวณสาลวโนทยานสถูปปรินิพพาน และมกุฏพันธนเจดีย์ สถานที่ถวายพระเพลิงพระบรมศาสดา

รวมทั้งพระสงฆ์จากวัดไทยกุสินาราฯ ได้ออกบิณฑบาตโปรดชาวเมืองกุสินารา พระสงฆ์นานาชาติเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตภาวนา เวียนเทียน ที่มหาปรินิพพานสถูป พระสงฆ์ แม่ชี อาสาสมัคร ทำวัตรสวดมนต์เย็น เจริญจิตภาวนาภายในพระอุโบสถ และเวียนประทักษิณรอบพระมหาธาตุเฉลิมราชศรัทธา

นอกจากนี้ พระธรรมโพธิวงศ์ ยังได้จัดให้มีการเชื่อมต่อจาก “แดน พุทธภูมิมาสู่แผ่นดินพุทธประเทศไทย” ที่วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จ.สมุทรปราการ ซึ่งคณะพระธรรมทูตไทยได้สร้างวัดแห่งนี้พร้อมการจัดสร้างมหาเจดีย์พุทธคยาจำลองขึ้น เพื่อให้ชาวพุทธในประเทศไทยที่ไม่มีโอกาสเดินทางไปยังแดนพุทธภูมิได้ใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมเสมือนได้ไปปฏิบัติธรรมที่อินเดีย เนปาล

พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนร่วมเจริญจิตภาวนาถวายเป็นพุทธบูชา เนื่องในวันวิสาขบูชา ที่บริเวณสถานที่ประสูติ เมืองลุมพินีวัน ประเทศเนปาล.
พุทธศาสนิกชนจากประเทศไทยร่วมขบวนแห่พระพุทธรูป 3 ปาง ไปยังบริเวณต้นพระศรีมหาโพธิ์ มหาเจดีย์พุทธคยา สถานที่ตรัสรู้.
พระเมธีวรญาณ (เจ้าคุณสายน้ำเพชร) รักษาการเจ้าอาวาสวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี จ.สมุทรปราการ นำคณะสงฆ์เวียนเทียนเชื่อมพุทธภูมิ ในวันวิสาขบูชา.

การเชื่อมแผ่นดินพุทธในวันวิสาขบูชาที่ผ่านมา พระธรรมโพธิวงศ์ ได้มอบหมายให้ พระเมธีวรญาณ (เจ้าคุณสายเพชร) รักษาการเจ้าอาวาสวัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี และ พระครูนรนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงศ์) นำชาวพุทธปฏิบัติธรรม และเวียนเทียนรอบพระมหาเจดีย์พุทธคยาจำลอง วัดสุวรรณภูมิพุทธชยันตี ด้วยความปีติเปี่ยมล้นในดวงใจ

ทั้งหมดทั้งปวงนี้เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา รำลึกถึงสมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้า พระรัตนตรัยและเหตุการณ์สำคัญ 3 เหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นวันคล้าย วัน “ประสูติ” ของเจ้าชายสิทธัตถะ ผู้ซึ่งต่อมาได้ “ตรัสรู้” เป็นพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า ผู้ทรงกอปรไปด้วย “พระบริสุทธิคุณ” และ “พระปัญญาคุณ” ผู้ซึ่งได้ทรงสั่งสอนประกาศพระสัจธรรม คือ ความจริงของโลก แก่ชนทั้งปวงโดย “พระมหากรุณาธิคุณ” จวบจนทรง “เสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน” ในวาระสุดท้าย

ทั้งสามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องในวันเพ็ญ เดือน 6 นี้ ทำให้พระพุทธศาสนาได้บังเกิดและพุทธศาสนิกชนสืบสานต่อมาอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน.

เด่นชัย เด่นชัยประดิษฐ์ รายงาน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้