วันเสาร์ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ร้องตร.ลวนลาม รีดเงินแถมหอมแก้ม! อีกรายโดนรตอ.ทําร้าย (คลิป)

ร้องตร.ลวนลาม รีดเงินแถมหอมแก้ม! อีกรายโดนรตอ.ทําร้าย (คลิป)

  • Share:

สาวสุดทนพฤติกรรมตำรวจเมืองพัทยา มาเจรจากับคู่คดีขับรถชนกันบนโรงพัก ถูกให้เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ บอกว่าสูงเกินกำหนดหว่านล้อมให้จ่ายเงิน 20,000 บาท เพื่อไม่ดำเนินคดี พอถูกปฏิเสธเลยจับยัดห้องขังจนต้องยอมทำตาม มีตำรวจอีกนายมารับเงินกลับฉวยโอกาสหอมแก้มต่อหน้าผู้คน แจ้งความดำเนินคดีกรรโชกทรัพย์และกระทำอนาจาร อีกรายสาวลูกจ้างร้านขายยาพร้อมทนายความเข้าร้องเรียนผู้การกองปราบฯ ขอให้ความเป็นธรรม ถูกพนักงานสอบสวน สภ.ปากท่อ ยศ ร.ต.อ.ทำร้ายร่างกายพาเข้ารีสอร์ตหมายข่มขืน โชคดีเจ้าของรีสอร์ตช่วยรอดพ้นตกเป็นเหยื่อกาม แจ้งความดำเนินคดีแล้วแต่คดีไม่คืบ

สาวโร่แจ้งความดำเนินคดีตำรวจยัดข้อหาเมาขับรีดเงินแถมยังลวนลามต่อหน้าธารกำนัลรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 31 พ.ค. ที่ สภ.เมือง พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี น.ส.อัญชลี แยกจตุรัส อายุ 23 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ร้องเรียนต่อผู้สื่อข่าว หลังเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ขอให้สอบสวนดำเนินคดีตำรวจโรงพักเดียวกันยัดข้อหารีดเงิน และลวนลามหอมแก้มต่อหน้าผู้คน เหตุเกิดบนโรงพักช่วงเช้ามืดวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา

น.ส.อัญชลีกล่าวว่า เมื่อตอนตีห้า วันที่ 28 พ.ค. ขับรถเก๋งโตโยต้ายาริสกลับจากเที่ยวฮอลลีวู๊ดผับ เพื่อกลับบ้านน้องสาวย่านถนนสุขุมวิท อ.บางละมุง จ.ชลบุรี กระทั่งถึงถนนสายสองพัทยา มีรถปิกอัพโตโยต้า จอดข้างทางแต่เปิดประตูข้างคนขับทิ้งไว้ ทำให้รถของตนเฉี่ยวชนประตูรถคู่กรณีเสียหาย แต่ไม่สามารถตกลงกันในที่เกิดเหตุ ต้องมาเคลียร์กันบนโรงพัก โดยมี พ.ต.ท.ธัมมัญชิษฐ์ สิทธิศาสตร์ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เป็นเจ้าของคดี

ปรากฏว่ามีตำรวจแต่งกายครึ่งท่อน สวมเสื้อคอกลมสีขาว เสื้อกั๊กดำ กางเกงขายาวสีกากี ทราบชื่อ “ดาบเสก” ให้ตนเป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์เพื่อวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือด ปรากฏว่าเป่า 2 ครั้งแรกผลไม่ออกมา แต่พอเป่าครั้งที่สามถึงมีใบแจ้งผลออกมา ดาบเสกบอกว่าปริมาณแอลกอฮอล์เกินมาตรฐาน แต่ไม่ยอมให้ดูผลตรวจ บอกว่าต้องส่งฟ้องศาลต้องนำตัวเข้าห้องขัง ถ้าไม่ให้ดำเนินคดีข้อหานี้ต้องจ่ายเงิน 20,000 บาท แต่ตนไม่ยอมจ่ายบอกให้ฟ้องศาล ดาบเสกพาตนเข้าห้องขังทันทีทั้งที่ยังเจรจาเรื่องค่าเสียหายกับคู่กรณีไม่เรียบร้อย

เหยื่อตำรวจนอกรีตกล่าวต่อว่า หลังถูกนำเข้าห้องขังเห็นว่าผู้ต้องขังชายและผู้ต้องขังหญิงเดินถึงกันได้ ทำให้กลัวบอกกับสิบเวรห้องควบคุมว่ายอมจ่ายเงินเคลียร์คดี และมอบบัตรเอทีเอ็มให้ไปกดเบิกเงินให้ 20,000 บาท หลังจากนั้นมีตำรวจสวมเครื่องแบบอีกนายรับเงินกับตน พร้อมเอ่ยปากขอหอมแก้มแล้วยื่นหน้าหอมแก้มตนทั้งที่มีลูกกรงห้องขังกั้นอยู่ต่อหน้าผู้มาติดต่อราชการและผู้ต้องขังอีกหลายคน โดยที่ตนไม่กล้าต่อว่าเพราะกลัวเคลียร์คดีไม่จบและในช่วงที่ตนเก็บข้าวของออกจากห้องควบคุมเวลาประมาณ 10 โมงเช้า ตำรวจคนเดิมฉวยโอกาสตนหยิบรองเท้าเดินออกจากห้องควบคุมปรี่เข้ามากอดและหอมแก้มตนต่อหน้าคนจำนวนมาก ทำให้ได้รับความอับอาย

บ่ายวันที่ 1 มิ.ย. พ.ต.ท.พิทักษ์ เนินแสง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า น.ส.อัญชลี ได้เข้าแจ้งความว่าในระหว่างรอตกลงเรื่องค่าเสียหายคดีรถชนกัน มีตำรวจให้เป่าเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์แล้วเรียกเงินเพื่อจะไม่ดำเนินคดี และยังมีการกระทำอนาจารตามที่ร้องเรียนผู้สื่อข่าว โดยให้ดำเนินคดีตำรวจที่เกี่ยวข้องในข้อหากรรโชกทรัพย์ และกระทำอนาจาร อยู่ระหว่างสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด

ขณะที่ น.ส.อัญชลี แยกจตุรัส ผู้เสียหาย เปิดเผยอีกว่า จะเอาเรื่องผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด และในช่วงบ่าย พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา โทรศัพท์มาหาบอกให้ไปพบที่โรงพักตอนสายวันที่ 2 มิ.ย. แต่ไม่รู้ว่าให้ไปพบเรื่องอะไร คดีขับรถชนกันหรือคดีกรรโชกทรัพย์และอนาจารที่แจ้งความไว้

ทางด้าน พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ด.ต.ไชยา เที่ยงไธสง สิบเวรห้องควบคุมผลัดเช้า เป็นผู้รับเงินและกระทำอนาจาร น.ส.อัญชลี ออกจากราชการไว้ก่อน ส่วนดาบเสกและพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีอุบัติเหตุระหว่างผู้เสียหายกับคู่กรณี อยู่ระหว่างตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง

ส่วนที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรม พร้อมผู้เสียหาย น.ส.แพรว (นามสมมติ) อายุ 47 ปี ลูกจ้างในร้านขายยาแห่งหนึ่ง ชาว จ.ราชบุรี เดินทางยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. หลังถูกนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ตำแหน่งรอง สว. (สอบสวน) สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ทำร้ายร่างกายจนได้รับบาดเจ็บสาหัสและพยายามข่มขืนภายในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง แต่สามารถหลบหนีออกมาได้ ก่อนแจ้งความดำเนินคดีไว้ที่ สภ.เมืองราชบุรี แต่คดีไม่มีความคืบหน้า

นายรณรงค์เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นคืนวันที่ 27 เม.ย. น.ส.แพรวผู้เสียหายรายนี้ไปกินข้าวที่ร้านอาหารในตัวเมืองราชบุรีกับนายตำรวจยศร้อยตำรวจเอก ระหว่างการรับประทานอาหาร ผู้เสียหายขอตัวกลับก่อน ขณะเดินมาที่รถตำรวจนายนี้เดินตามมาและทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บ จากนั้นนำตัวขึ้นรถพาผู้เสียหายเข้าไปในรีสอร์ตแห่งหนึ่ง และพยายามจะข่มขืน แต่ผู้เสียหายขัดขืนทำให้ตำรวจนายนี้ไม่พอใจ ทำร้ายร่างกายซ้ำจนเลือดออกที่ใบหูด้านซ้ายและฟกช้ำตามตัวหลายแห่ง กระทั่งเจ้าของรีสอร์ตเข้ามาช่วยเหลือห้ามให้หยุดทำร้ายแต่ตำรวจนายนี้ยังคงกักตัวไว้ในห้องพัก ต่อมาผู้เสียหายหลบหนีออกมาได้ ก่อนเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับตำรวจนายนี้ที่ สภ.เมืองราชบุรี แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า นอกจากนี้ ยังมีตำรวจนอกเครื่องแบบเข้ามาพบผู้เสียหายที่บ้าน เจรจาขอให้ผู้เสียหายถอนแจ้งความและไม่เอาเรื่องดังกล่าว สำหรับการกระทำดังกล่าวถือว่าเป็นการคุกคามพยาน จึงอยากให้พนักงานสอบสวน บก.ป.เข้าไปทำคดี

ด้าน น.ส.แพรวผู้เสียหายรายนี้ เปิดเผยว่า รู้จักกับนายตำรวจคนนี้หลังจากไปแจ้งความคดีฉ้อโกงที่ สภ.ปากท่อ จ.ราชบุรี โดยนายตำรวจคนดังกล่าวเป็นเจ้าของคดี ต่อมามีการพูดคุยกันทั้งเรื่องคดีความและส่วนตัว ก่อนตำรวจนายนี้เอ่ยปากขอจีบเป็นแฟน ต่อมาทราบว่านายตำรวจคนดังกล่าวมีครอบครัวอยู่แล้วจึงพยายามตีตัวออกห่างไม่พูดคุยเชิงชู้สาวอีก แม้กระทั่งวันเกิดเหตุก็ไม่คาดคิดว่าตำรวจคนนี้จะมีพฤติกรรมรุนแรง เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ป.สอบปากคำและตรวจพยานหลักฐานที่ผู้เสียหายนำมามอบ ก่อนเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้