วันพุธที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
บิ๊กตู่ ลั่นปฏิรูปต้องทำดีกว่าเดิม ยกปัญหาชาวนา จัดการน้ำ ยืนยัน

บิ๊กตู่ ลั่นปฏิรูปต้องทำดีกว่าเดิม ยกปัญหาชาวนา จัดการน้ำ ยืนยัน

  • Share:

บิ๊กตู่ ลั่น ปฏิรูปต้องทำดีกว่าเดิม ยกปัญหาชาวนา บริหารจัดการน้ำ เครื่องยืนยัน รัฐบาลปฏิรูปแล้ว แก้ปัญหาพร้อมพัฒนาให้มีคุณภาพควบคู่

เมื่อเวลา 20.15 น. วันที่ 1 มิ.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า สัปดาห์หน้าวันที่ 5 มิ.ย.เป็น "วันข้าวและชาวนาแห่งชาติ" มีเรื่องที่น่ายินดี สำหรับกระดูกสันหลังของชาติคือปัจจุบันราคาข้าวเปลือกหอมมะลิ 17,800 บาทต่อตัน และข้าวเปลือกเจ้านาปรัง ราคา 8,200 บาทต่อตัน ซึ่งก็นับว่า อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ทั้งนี้ชาวนาอาจมีปัญหาเพราะมีหนี้สิน ทั้งในระบบ นอกระบบค้างเก่าอยู่จำนวนมาก ทำให้ได้ประโยชน์ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย เพราะถูกหักไปใช้หนี้ รวมทั้งต้องซื้อสินค้าต่างๆ ที่มีราคาสูงขึ้น ต้นทุนการผลิตก็เป็นส่วนสำคัญ วันนี้ก็กำลังให้ไปแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ

ทั้งนี้ พี่น้องเกษตรกรที่ต้องประสบกับปัญหาภัยธรรมชาติ และราคาสินค้าเกษตรที่อยู่ระดับต่ำต่อเนื่องมาหลายปี ต้องหันไปพึ่งพาหนี้นอกระบบ มีภาระดอกเบี้ยสูงมาก จนทำให้ไม่สามารถจับจ่ายใช้สอยดำรงชีวิตได้ดีเท่าที่ควร รัฐบาลได้เร่งดำเนินมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาในเบื้องต้นให้ได้ อย่างเป็นรูปธรรม ภายใน 1 เดือน จากเดิมที่กำหนดไว้ 6 เดือน โดยเรื่องหนี้นอกระบบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด พร้อมด้วยส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และเจ้าหน้าที่ คสช. ร่วมกับกอ.รมน. จังหวัด จัดเตรียมข้อมูลผู้เป็นหนี้นอกระบบ เพื่อให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมีทั้งประชาชนทั่วไปและกลุ่มเกษตรกรที่ไปยืมเงินนอกระบบจากกลุ่มโรงสี โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าไปช่วยเป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ยหนี้กับโรงสี แก้ไขสัญญาให้ถูกต้อง ให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ซึ่งในกลุ่มลูกหนี้ไม่มีขีดความสามารถในการชำระหนี้ รัฐบาลก็จะช่วยผลักดันเข้าสู่ระบบที่ถูกต้อง ต่อไปก็มีหลายมาตรการด้วยกัน

ทั้งนี้ ก็เพื่อให้กลุ่มเกษตรกรสามารถดำรงชีพอยู่ได้ และมีเงินเหลือพอ ไปต่อยอดเพื่อลงทุนทำการเกษตรในคราวต่อไป แล้วก็มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตของครอบครัวไปด้วยในคราวเดียวกัน ก็ขอให้ทุกฝ่ายให้ความร่วมมือกับทางรัฐบาลด้วย

สำหรับการปฏิรูปการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐบาลนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ปี 61 นับเป็นปีแรกไม่มีพื้นที่ใดของประเทศต้องประกาศเป็นเขตภัยแล้ง ด้วยการบูรณาการเชื่อมโยงระบบน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ที่เร็วขึ้นกว่าในอดีต 4 เท่า ประหยัดงบประมาณลงได้กว่าร้อยละ 30 ทำให้มีน้ำใช้เพื่ออุปโภคบริโภค ภาคการผลิต ทั้งเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวและบริการ ประสานหน่วยงานที่มีอยู่เชื่อมโยงการทำงาน เพื่อช่วยในการตัดสินใจได้ครบทุกมิติ ทันเวลาและมีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ทำงานภายใต้คณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ดำเนินการอย่างมียุทธศาสตร์ จัดทำแผนแม่บท การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี พ.ศ.2560-2579 และเร่งรัดออกกฎหมายทรัพยากรน้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับพ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ และพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ

ส่วนภาคการผลิต ได้แก่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) ที่เราจะต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ เนื่องจากจะเป็นกลจักรสำคัญในการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ในยุคดิจิทัล หรืออีกอย่างน้อย 20 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ ทั้งหมดเป็นเครื่องยืนยันว่า การปฏิรูปประเทศได้เกิดขึ้นแล้วในทุกๆ ด้าน" ปัญหาบางอย่างของประเทศได้รับการแก้ไขในทันที อันนี้ก็ถือว่าปฏิรูปด้วย อะไรที่ทำไม่ได้ หรือที่ทำได้ไม่ดี ต้องทำให้ดีกว่าเดิม การปฏิรูปเหมือนกัน

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้