วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ตร.พา 3 สาวในคลิปน้องกิ๊ฟมาแจง ยันคดีตามทุกประเด็น จ่อหมายเรียกอีก 2

ตร.พา 3 สาวในคลิปน้องกิ๊ฟมาแจง ยันคดีตามทุกประเด็น จ่อหมายเรียกอีก 2

  • Share:

ตร.เมืองจันท์ เผยความคืบหน้าคดี 4 ทรชนรุมโทรมน้องกิ๊ฟจนเสียชีวิต โดยผลชันสูตรยังไม่ออก ส่วนเงินในบัญชีกำลังสอบเส้นทางการเงิน ด้าน 3 สาวในคลิปปัดเอี่ยวแก๊งหื่น จ่อออกหมายเรียกอีก 2 ราย...

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 1 มิ.ย. 61 ที่ สภ.มะขาม จ.จันทบุรี พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จ.จันทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.เชษฐา กีชวรรณ ผกก.สภ.มะขาม พร้อมตำรวจสืบสวนชุดคลี่คลายคดี ร่วมแถลงผลความคืบหน้าคดี 4 ผู้ต้องหา อุ้ม น.ส.อุมาพร หรือ กิ๊ฟ อายุ 21 ปี สาวพนักงานขายเครื่องสำอาง ก่อนพาไปรุมโทรมที่ล้งผลไม้ในพื้นที่ อ.มะขาม จนเสียชีวิตในเวลาต่อมา การแถลงผลในวันนี้ ทางตำรวจได้ขอความร่วมมือจากพยานทั้ง 3 ปาก คือทั้ง น.ส.แอร์, น.ส.แพรว และ น.ส.ฝน ช่วยตอบคำถามข้อข้องใจต่อสื่อมวลชนและสังคมว่า แต่ละคนมีความเกี่ยวข้องกับคดี หรือมีส่วนรู้จักกับฝ่ายของ น้องกิ๊ฟ หรือ กลุ่มผู้ต้องหา หรือไม่ อย่างไร โดยตั้งกฎเกณฑ์การสัมภาษณ์ให้อยู่ในคำถามที่สุภาพและตรงประเด็น

ขณะที่ ผกก.สภ.มะขาม กล่าวถึงความคืบหน้าของคดีว่า ผลการตรวจหาสาเหตุ ทั้งในเรื่องร่องรอยการถูกกระทำชำเรา การตรวจหาสารพิษตกค้างในกระเพราะ หรือร่องรอยการถูกทำร้ายต่างๆ ยังอยู่ในระหว่างการตรวจชันสูตรของแพทย์นิติเวช รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี ไม่ได้ส่งไปตรวจที่สถาบันนิติเวช อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ ผบก.ภ.จว.จันทบุรี จะประสานกับทางแพทย์นิติเวช เพื่อให้ทางแพทย์นิติเวชช่วยเร่งรัดตรวจชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตในคดีนี้เป็นกรณีพิเศษ

พ.ต.อ.เชษฐา กล่าวอีกว่า ในส่วนเรื่องของเงินในบัญชีธนาคาร ที่มีชื่อ น้องกิ๊ฟ ที่มีเงินหมุนเวียนแต่ละบัญชี หลักแสน ถึงหลักล้านบาท ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบที่มาของเส้นทางการเงิน ว่าเจ้าของที่แท้จริงคือใคร มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับผู้ตาย และคดีที่เกิดขึ้น ทั้งนี้รายละเอียดเชิงลึกอยู่ในชั้นการสอบสวน ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เกรงจะส่งผลต่อรูปคดี ส่วนในแนวทางการสืบสวน หลังสืบทราบว่า มีเพื่อนร่วมขบวนการอุ้ม น้องกิ๊ฟ นอกจาก 4 ผู้ต้องหา อีก 2 คน ขณะนี้รู้ตัวและกำลังติดตามตัวมาสอบสวน หากพบว่ามีส่วนร่วมหรือรู้เห็น ก็เข้าข่ายให้การสนับสนุนให้มีการก่อเหตุ จนท.จะแจ้งข้อหา และนำตัวมาเดินคดีตามกฎหมายด้วย

ด้าน น.ส.แอร์ เล่าเหตุการณ์ตั้งแต่เริ่มว่า รู้จักและสนิทกับ น้องกิ๊ฟ วันเกิดเหตุ น้องกิ๊ฟ ได้ชักชวนตนเอง พร้อมกับพี่สาว และเพื่อนอีก 1 คน ไปนั่งดื่มสังสรรค์ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองจันทบุรี จนเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. น้องกิ๊ฟ ได้รบเร้าให้พามาเที่ยวดื่มต่อที่สถานบันเทิงที่เกิดเหตุ โดยที่ น.ส.แอร์ เป็นคนจองโต๊ะให้ ในระหว่างที่อยู่ในผับ น้องกิ๊ฟ ได้เดินแวะทักทายคนรู้จักที่มาเที่ยวในสถานบันเทิง ไม่ค่อยนั่งอยู่กับโต๊ะ ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติทุกครั้งของ น้องกิ๊ฟ ที่มาเที่ยว โดยตนเองได้คอยทักท้วงและเตือน น้องกิ๊ฟ ที่เริ่มอยู่ในอาการมึนเมา ให้ระมัดระวังตัวเอง และกลับมานั่งที่โต๊ะบ้าง โดยยืนยันหนักแน่นว่า ระหว่างที่ น้องกิ๊ฟ เดินหายไปจากโต๊ะ ไม่ทราบว่าไปนั่งดื่มกับกลุ่ม 4 ผู้ต้องหาหรือไม่

ยืนยันว่า ไม่รู้จักกลุ่มผู้ต้องหามาก่อน จนเมื่อเวลาประมาณ 24.00 น. เริ่มรู้สึกว่าไม่ไหว จึงไปบอกน้องกิ๊ฟว่าจะกลับบ้านแล้ว น้องกิ๊ฟ ยังมีสติพูดคุยกันปกติ บอกว่าจะอยู่ต่ออีกสักพัก ตนกับพี่สาวและเพื่อน จึงพากันเดินทางกลับ ยืนยันได้ว่าไม่ได้เจตนา หรือมีส่วนรู้เห็นเปิดทางให้กลุ่มผู้ต้องหา ส่วนในเรื่องประเด็นเรื่องการเงินในบัญชี หรือการหุ้นทำธุรกิจอื่นๆ ของ น้องกิ๊ฟ ที่ได้มีข่าวออกไป ตนเองไม่ทราบ มีเพียง น้องกิ๊ฟ เคยมายืมเงินไป จำนวน 3,000 บาท โดยบอกว่า แฟนเก่ามาทวง และในส่วนเรื่องแฟนเก่า ตนเองไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว เพียงแต่ น้องกิ๊ฟ เคยเล่าให้ฟังว่า มีโทรศัพท์ติดต่อมาหลายครั้งเพื่อขอคืนดีเท่านั้น ที่ตนเองทราบ 

ด้าน น.ส.แพรว เจ้าของคลิปเสียงที่พูดคุยกับเพื่อนสนิททางแชตส่วนตัว กล่าวหาว่า น้องกิ๊ฟ เสียชีวิตเนื่องจากเสพยาเคเกินขนาด กล่าวว่า การพูดคุยในคลิป เป็นการสนทนากับเพื่อนคนสนิท ไม่มีเจตนาที่จะมาโพสต์ในโลกโซเชียล ส่วนตัวไม่ได้รู้จักกับ น้องกิ๊ฟ มาก่อน แต่ยอมรับว่ารู้จักและสนิทกับกลุ่มผู้ต้องหา บทสนทนาการพูดคุย เป็นความรู้สึกส่วนตัวว่า สังคมประณามกลุ่มผู้ต้องหามากเกินไป ให้กลับไปมองน้องกิ๊ฟบ้างว่าเบื้องหลังมีพฤติกรรม หรือนิสัยเป็นอย่างไร การเสียชีวิตอาจจะเกิดจากการน็อกยา ก็เป็นไปได้ แต่ไม่นึกว่าผู้ที่นำคลิปการสนทนาของตนเองมาโพสต์ มีเจตนาอย่างไร แต่ก็ทำให้รู้ว่า การพูดจากล่าวหาผู้อื่นโดยไม่มีหลักฐาน จะทำให้ตนเองในขณะนี้ถูกกระแสโจมตีอย่างหนัก จนเกือบไม่มีที่ยืน ถึงขึ้นต้องลบเฟซบุ๊ก จึงอยากให้สังคมให้อภัย ยอมรับว่าสิ่งที่กระทำไปเป็นการรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ในส่วนของ น.ส.ฝน ผู้ที่ในคลิปเป็นผู้ที่ถือกระเป๋าน้องกิ๊ฟ ระหว่างถูกอุ้มไปขึ้นรถกระบะ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นนกต่อ หรือรู้จักเป็นการส่วนตัวกับ น้องกิ๊ฟ แต่ยอมรับว่า รู้จักกับ นายสุรสิทธิ์ หรือ บอล หนึ่งในผู้ต้องหา โดยขณะที่อยู่ในผับได้นั่งโต๊ะที่อยู่ติดกันกับกลุ่มผู้ต้องหา และพบ น้องกิ๊ฟ อยู่ในโต๊ะนั้นด้วย จึงคิดว่าน่าจะมาด้วยกัน ขณะเกิดเหตุ บังเอิญหันมาเห็น น้องกิ๊ฟ ค่อยๆ ฟุบลงไปกับโต๊ะ โดยมี 3 ผู้ต้องหา ช่วยกันพยุง ตนเองจึงได้ไปช่วยถือกระเป๋าให้ จากนั้น 3 ผู้ต้องหาจึงได้พากันอุ้มน้องกิ๊ฟมาที่รถกระบะ ส่วนตัวเองได้เดินกลับมาตาม นายสุรสิทธิ์ หรือ บอล ที่ยังอยู่ด้านใน และอยู่ในอาการมึนเมา เมื่อพา นายสุรสิทธิ์ หรือ บอล กลับมาที่รถ ก็พบว่าผู้ต้องหา 3 คน ก่อนหน้านี้ ได้ช่วยกันนำเสื้อมาสวมทับเสื้อสายเดี่ยวให้กับ น้องกิ๊ฟ แล้ว โดยบอกว่าให้ออกไปแบบนี้ดูไม่ดี จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาจึงพากันขับรถออกไป โดยที่ตนเองไม่ทราบว่าพากันไปไหน

พ.ต.อ.เชษฐา กล่าวด้วยว่า ในคดีนี้ ทางตำรวจยังไม่ได้ปิดคดี โดยยังไม่ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งทิ้งออกไป โดยทุกประเด็นข้อสงสัย อยู่ในขั้นตอนการทำงาน ขั้นตอนการสืบสวน บางข้อมูลไม่สามารถนำมาเปิดเผยต่อสาธารณะได้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน โดยย้ำชัดว่า ผู้ที่ยังมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือกระทำความผิดเกี่ยวกับคดีนี้ ทางตำรวจจะทำการสืบสวนติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ทั้งหมด เบื้องต้น ผู้ต้องหา 4 คน ทางศาลพิจารณาไม่ให้ประกันตัวในชั้นต้น แต่ทางญาติต้องไปยื่นอุทธรณ์เอาในอีก 30 วัน ซึ่งเป็นไปตามที่ตำรวจคัดค้านการประกันตัว.



คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้