วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ไปไหว้ "พะวอ" ที่แม่สอด นับถอยหลัง..ปิดเมืองช็อป

ไปไหว้ "พะวอ" ที่แม่สอด นับถอยหลัง..ปิดเมืองช็อป

  • Share:

เราเดินทางจากจังหวัดตากมุ่งหน้าสู่อำเภอแม่สอด ที่ทุกวันนี้ ความเจริญได้ถาโถมเข้าสู่อำเภอชายแดน ไกลปืนเที่ยง ซึ่งเคยเต็มไปด้วยโรคระบาด ทุรกันดาร เมื่อ 20 กว่าปีก่อน กลายมาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ที่แม้แต่ที่ดินแปลงเล็กๆก็ราคาทะลุหลักหลายล้านแล้ว

ก่อนถึงแม่สอดราว 17 กิโลเมตร ต้องผ่านศาลเจ้าพ่อพะวอ คนแม่สอดบอกว่า มาแม่สอดแล้ว ต้องไปไหว้ศาลพะวอ เพราะถือเป็นอีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก

พะวอ เป็นใคร...พี่คนหนึ่งในคณะของเราตั้งคำถาม และนั่นเป็นจุดเริ่มให้ต้องหาคำตอบ...

พะวอเป็นชายชาตินักรบชาวกะเหรี่ยง ที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงแต่งตั้งให้มีศักดิ์ฐานะเป็นนายด่านแม่ละเมา เมืองหน้าด่านของไทย ในรัชสมัยของพระองค์ท่าน คอยดูแลรักษาหาข่าวแจ้งเหตุ เมื่อมีเหตุหรือข้าศึกศัตรูรุกล้ำแดนมา โดยด่านแม่ละเมานั้นเป็นด่านแรกของไทย เป็นเส้นทางเดินทัพ และเส้นทางการค้าในสมัยโบราณนับพันๆปี ว่ากันว่าพม่าจะยกทัพมาตีไทย จะเดินทัพมาได้เพียงสองทางเท่านั้นคือ เมื่อเคลื่อนทัพจากกรุงหงสาวดีมาแล้ว จะมาตั้งชุมนุมจัดกระบวนทัพที่เมืองเมาะตะมะ แล้วเดินเลาะเลียบเชิงเขาตะนาวศรีผ่านด่านแม่ละเมา ทางหนึ่ง กับยกทัพข้ามช่องแคบที่แม่น้ำกษัตริย์ หรือที่เรียกกันว่า ด่านเจดีย์สามองค์ อีกทางหนึ่ง

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว พม่าจะยกทัพผ่านด่านแม่ละเมามากกว่าด่านเจดีย์สามองค์ เพราะต้องการตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ เพื่อตัดกำลังฝ่ายเหนือเสียก่อนแล้วค่อยยกทัพไปตีกรุงศรีอยุธยา

และเมื่อปีมะแม พุทธศักราช 2318 กองทัพพม่าเคลื่อนทัพมายังไทยเพื่อเข้าตีหัวเมืองฝ่ายเหนือ พะวอได้นำกำลังไพร่พลที่มีเพียงหยิบมือเดียว เข้าหาญปะทะกับข้าศึกศัตรูอย่างกล้าหาญ และเด็ดเดี่ยวจนถึงแก่ชีวิตหมดทุกคน ณ ยุทธภูมิด่านแม่ละเมา กลายเป็นตำนานเล่าขาน ถึงความเสียสละชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินไทยไว้อย่างหวงแหน วิญญาณของท่านได้วนเวียนสถิตเป็นเทพยดารักษาเมืองมาตราบเท่าทุกวันนี้

นั่นจึงเป็นที่มาว่า ทำไมจึงต้องแวะสักการะศาลเจ้าพ่อพะวอ...เพราะท่านคือผู้ที่มีบุญคุณอย่างยิ่งต่อแผ่นดินนั่นเอง ภายในศาลมีรูปหล่อของเจ้าพ่อพะวอ ซึ่งประชาชนนิยมนำพวงมาลัยไปแขวนไว้ตรงมือของท่าน และด้วยเหตุที่ท่านเป็นนักรบ จึงชอบเสียงปืน ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อท่านของผู้เดินทางผ่านไปมาหลายคนที่ได้ไปสักการะมักจุดประทัดถวาย หรือบางคนที่ขับรถผ่านก็สักการะท่านด้วยการบีบแตรรถ

จากศาลพะวอ เข้าสู่แม่สอด จุดหมายแรกของเราคือ ตลาดริมเมย แหล่งช็อปปิ้งสินค้าสารพัด เป็นตลาดชายแดนที่อยู่ตรงข้ามกับอำเภอเมียวดีของพม่า สินค้าหลายอย่างก็มาจากฝั่งพม่า เช่น รูปแกะสลักไม้ อัญมณี รวมไปถึงของพื้นเมืองอย่าง หน่อไม้แห้ง ปลาแห้ง ปลาหัวยุ่ง เห็ดหอม ถั่วเครื่องหนัง ผ้าซาติน ฯลฯ หลายอย่างราคาถูกกว่ากรุงเทพฯ แต่หลายอย่างก็ไม่ถูกนัก

จากริมเมย กลับเข้าสู่ที่พัก พี่หน่อง ธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฎฐ์ ผอ.ททท.สำนักงานตาก แนะนำให้เข้าไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ วัดไทยวัฒนาราม ซึ่งแม้จะเป็นวัดไทยใหญ่ แต่ก็รวมเอาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นศิลปะของชาติพันธุ์ในพม่า ทั้งมอญ ไทยใหญ่ และพม่า มารวมไว้ในที่เดียวกัน ทั้ง วิหารสีทอง ที่โดดเด่นด้วยศิลปะแบบพม่า มีลวดลายแกะสลัก

สีทองลงบนพื้นผนังสีแดง ล้อมด้วยกำแพงสีแดง ใกล้ๆกันมีรูปปั้นหงส์สีทอง สัญลักษณ์ของมอญ โดดเด่นเป็นตระหง่าน หน้า พระเจดีย์โกนาวิน เจดีย์เก้ายอด ทรงมอญ สีทองสุกปลั่งทรงเครื่อง สวมฉัตร มีระฆังรอบฉัตร และเสาหงส์ อันเป็นลักษณะของศิลปะมอญ และเป็นที่มาของชื่อเมืองหลวงของรัฐมอญ ว่า หงสาวดี...ด้วย

นอกจากนี้ ยังมี พระมหามัยมุนี จำลอง เหมือนกับที่มัณฑะเลย์ พระนอนองค์ใหญ่ เหมือนพระนอนตาหวานในพม่า แถมด้วย นัตโบโบจี หรือ เทพทันใจ ที่ศาลาด้านหน้าของวัด

วันรุ่งขึ้น ผอ.ททท.ตาก ต้อนรับด้วยโรตีโอ่ง...ขึ้นชื่อของแม่สอด ก่อนจะเชิญชวนให้กลับมาเที่ยวอีกครั้งในวันที่ 8-10 มิ.ย.2561 นี้ เพราะจะมีกิจกรรมครั้งยิ่งใหญ่ของแม่สอด นั่นก็คือ งาน Thailand Shopping & Dining Paradise 2018 @ Mae Sot เป็นมหกรรมลดกระหน่ำทั้งเมืองแม่สอดตลอดเดือน ม.ย.-ส.ค.2561

เรียกว่าปิดเมืองช็อปกันเลยทีเดียว เพราะสินค้า ร้านอาหาร และ บริการต่างๆในแม่สอด จะพากันลดราคาเพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและพม่าให้มาเยือนในช่วงเวลาดังกล่าว ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังเป็นการสร้างรายได้ที่ต่อยอดจากการท่องเที่ยวอีกด้วย

ก่อนกลับ กทม. แวะจิบกาแฟที่ร้าน แม่สอดวิว 360 องศา ร้านกาแฟสุดชิคที่เต็มไปด้วยสีสันของการตกแต่งร้าน ทั้งด้วยวิวที่ต้องบอกว่าสุดยอดแล้ว ยังมีบรรดาฮีโร่ในดวงใจไม่ว่าจะเป็น ซุปเปอร์แมน แบทแมน สไปเดอร์แมน ให้เราได้ถ่ายรูปคู่...ด้วย

ถ้าจะให้พูดถึงแม่สอดในวันนี้ ต้องบอกว่านางเป็นสาวที่กำลังเนื้อหอม...อย่างที่สุด ทั้งธุรกิจ การค้า การลงทุน นักท่องเที่ยวต่างมุ่งหน้าสู่เมืองชายแดนแห่งนี้

พูดแบบไทยๆก็ต้องบอกต่อไปว่า...หัวกระไดไม่แห้งกันเลยทีเดียวเชียวล่ะ...!!!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้