วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขับก่อนเข้าไทย มาไวเร็วๆ นี้ SKYACTIV-X เครื่องใหม่ใน NEW MAZDA 3

ขับก่อนเข้าไทย มาไวเร็วๆ นี้ SKYACTIV-X เครื่องใหม่ใน NEW MAZDA 3

  • Share:

Mazda Forum คือการเรียนรู้ผลิตภัณฑ์ยานยนต์และเทคโนโลยีใหม่จากค่าย Zoom Zoom ของสื่อมวลชนทั่วโลก Mazda Forum จัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปีที่เมืองฮิโรชิมา ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่ และโรงงานโฮฟุของ Mazda ส่วนใหญ่จะจัดในช่วงเดือนมิถุยายน ถือเป็นการเยี่ยมชมเทคโนโลยีการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น

ในปีนี้ เนื่องจาก Mazda กำลังพัฒนาเครื่องยนต์ตัวใหม่ในเจเนอเรชั่นล่าสุดของนวัตกรรม Skyactiv เพื่อบรรจุลงใน New Mazda 3 ที่จะเปิดตัวในปี ค.ศ. 2019 นี้ เครื่องยนต์รุ่นใหม่ใช้ชื่อว่า Skyactiv-X ขุมกำลังอนาคตที่อยู่ในขั้นตอนของการพัฒนาในช่วงสุดท้าย เป็นเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบการอัดที่ควบคุมด้วยประกายไฟ ซึ่งเป็นวงจรของการเผาไหม้ที่ไม่เคยมีมาก่อน Skyactiv-X นำเสนอเครื่องยนต์แก๊สโซลีนที่มีกลไกของการเผาไหม้หรือสันดาปภายในตามอุดมคติ ซึ่งทางวิศวกรของ Mazda แจ้งว่า มันจะมีให้ทั้งความแรง ความประหยัด ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงการตอบสนองในทุกย่านของรอบเครื่องยนต์ เพื่อบรรลุถึงความสำเร็จในด้านขุมกำลังอนาคตที่จะเข้ามาสานต่อความสำเร็จของเครื่องยนต์ Skyactiv-G และ D 

หลังจากเดินทางมาถึงสนามทดสอบ Mine Circuit ซึ่งตั้งอยู่ใน Nagao Nishiatsu-cho โดยมีพื้นที่ล้อมรอบด้วยเหมืองเก่าชื่อยามากูชิมะ ในเมืองฟุกุโอกะ บนเกาะทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น ก่อนที่จะลงไปขับทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ต้นแบบรุ่นล่าสุด Skyactiv-X ในสนามทดสอบของ Mazda วิศวกรได้อธิบายเพิ่มเติมถึงรายละเอียดของขุมกำลังรุ่นใหม่ที่จะกลายเป็นหัวใจใหม่ของรถยนต์ Mazda ที่จะออกขายในปี ค.ศ. 2019 ดังต่อไปนี้....

Skyactiv-X
เครื่องยนต์ใหม่ของ Mazda ที่จะประจำการในรถ Mazda 3 รุ่นใหม่ที่จะออกขายในปี 2019 เป็นแนวคิดและงานวิศวกรรมยานยนต์ที่มีความแปลกประหลาดแต่ใช้งานได้จริง ด้วยการจุดระเบิดจากทั้งกำลังอัดและประกายไฟ ซึ่งเป็นวิธีการเผาไหม้ผสมผสานที่ไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน! เครื่องยนต์ Skyactiv-X นำเสนอขั้นตอนที่ 2 ของการพัฒนาขุมกำลังยุคใหม่ภายใต้เครื่องยนต์เบนซินแก๊สโซลีนที่มีการเผาไหม้ในอุดมคติ การพัฒนาระบบจุดระเบิดด้วยกำลังอัดของเครื่องยนต์เบนซินเป็นเป้าหมายของวิศวกร Mazda ในเครื่องยนต์ Skyactic X การจุดระเบิดด้วยหัวเทียนแบบเก่าถูกปรับปรุงให้ใช้การควบคุมการจุดระเบิดควบคู่ไปกับกำลังอัด ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการยนตรกรรม

Skyactiv-X รวมข้อดีของเครื่องยนต์เบนซินจุดระเบิดด้วยประกายไฟที่ทำงานในรอบสูงพร้อมการปล่อยไอเสียที่ต่ำกว่าเครื่องยนต์ทั่วไป ผสมผสานกับระบบการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซลที่จุดระเบิดด้วยแรงอัด Skyactiv-X ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อให้การตอบสนองที่ดี ประหยัดเชื้อเพลิงและปล่อยมลพิษต่ำ เป็นการวิจัยและปรับปรุงขุมกำลังที่จะเริ่มเข้าประจำการในรถยนต์ของ Mazda ภายในปี ค.ศ. 2019 นี้ โดยเริ่มจาก New Mazda 3 หลังจากเครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-G และเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D เคยสร้างปรากฏการณ์ใหม่ในด้านขุมกำลังที่มีประสิทธิภาพเมื่อ 5 ปีก่อน  

เป้าหมายของการพัฒนาเครื่องยนต์ SKYACTIV-X
Skyactiv-X ขุมกำลังรุ่นใหม่จาก Mazda ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการปรับปรุงสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้วยระบบการเผาไหม้แบบใหม่ โดยปรับให้มีการเผาไหม้ของปริมาณอากาศที่มากยิ่งขึ้น มีอัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงที่เหมาะสมกับการทำปฏิกิริยาตามทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้ โดยใช้อัตราส่วนกำลังอัด 14.7:1 การสร้างอัตราส่วนอากาศต่อเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ทำให้อากาศไปเพิ่มอัตราส่วนความร้อนจำเพาะสูงขึ้น ลดอุณหภูมิของก๊าซเผาไหม้ ลดการสูญเสียเนื่องจากการระบายความร้อน ถือเป็นการออกแบบวงจรการทำงานของเครื่องยนต์เพื่อนำเอาอากาศปริมาณมากๆ ด้วยชุดอัดอากาศแบบซุปเปอร์ชาร์จ เพื่อลดการสูญเสียกำลังจากการปิดของลิ้นเร่ง ช่วยทำให้ประหยัดเชื้อเพลิง  

Hiroshi Tokushige
Deputy General Manager Powertrain Development DIV Mazda Motor Corporation 

ปัญหาของระบบการเผาไหม้ที่มีส่วนผสมของเชื้อเพลิงบางอย่าง ซึ่งมีการเผาไหม้ที่เกิดขึ้นจากการแพร่ความร้อนของเปลวไฟเมื่อจุดระเบิดด้วยหัวเทียน มีแนวโน้มที่ไม่มีความเสถียร เพื่อแก้ใขปัญหาดังกล่าว Hiroshi Tokushige วิศวกร Powertrain ของ Mazda แจ้งว่า ได้ทำการปรับระบบการเผาไหม้ด้วยการใช้กำลังอัดในสภาวะอุณหภูมิและแรงดันสูง หมายความว่าเครื่องยนต์เบนซิน Skyactiv-X จะต้องมีระบบการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดคล้ายการทำงานของเครื่องยนต์ดีเซล สำหรับการพัฒนาเครื่องยนต์ Skyactiv-X ค่าย Mazda ทำการปรับปรุง 7 ปัจจัยหลักๆที่จำเป็นเพื่อควบคุมการเผาไหม้ด้วยกำลังอัดขณะที่ส่วนผสมของเชื้อเพลิงบาง รวมถึงอัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องยนต์ที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้ได้สภาวะอุณหภูมิสูงและแรงดันสูงตามที่ต้องการ จังหวะของการเผาไหม้ใกล้กับศูนย์ตายบน ที่พบได้ในระบบการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดกับคาบเวลาของการเผาไหม้ของเชื้อเพลิงไปพร้อมๆ กัน 

จากแนวคิดที่สนันสนุนการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดในเครื่องยนต์แก๊ซโซลีน คือการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดของส่วนผสมที่เป็นเนื้อเดียวกัน HCCI หรือ Homogeneous Charge Compression Ignition  เมื่อเครื่องยนต์เบนซินใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด การเผาไหม้จะแพร่กระจายเปลวไฟที่เกิดจากหัวเทียนซึ่งมีแนวโน้มของการทำงานที่ไม่มีความเสถียร ส่งผลให้ความเร็วในการเผาไหม้ช้าลง ถ้าส่วนผสมของเชื้อเพลิงกับอากาศเกิดขึ้นในลักษณะเชื้อเพลิงบางแต่มีปริมาณของอากาศมากเกินไป เปลวไฟจุดระเบิดจากหัวเทียนจะไม่แพร่กระจายไปทั่วห้องเผาไหม้ หากเป็นการจุดระเบิดด้วยกำลังอัด เชื้อเพลิงทั้งหมดในห้องเผาไหม้จะเกิดการสันดาปไปพร้อมกับปริมาณของอากาศ ส่งผลให้ความเร็วในการเผาไหม้สูงขึ้น เป็นการปรับปรุงให้ส่วนผสมของเชื้อเพลิงที่บางลงสามารถเผาไหม้ได้อย่างปกติ เชื้อเพลิงที่บางลงส่งผลถึงอัตราสิ้นเปลืองที่ลดลง รวมไปถึงมลพิษที่ถูกปล่อยออกมาก็ยังลดลงตามไปด้วย 

การจุดระเบิดด้วยกำลังอัดที่มีการควบคุมประกายไฟใน Skyactiv-X
ขณะที่การจุดระเบิดด้วยกำลังอัดของเครื่องยนต์เบนซินที่ลอกเลียนแบบระบบจุดระเบิดของเครื่องยนต์ดีเซล ด้วยส่วนผสมที่เป็นเนื้อเดียวกันระหว่างอากาศกับเชื้อเพลิงนั้น ได้มีการวิจัยมานานแล้วแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ในอดีต HCCI ยังไม่ถึงจุดที่สามารถนำมาปรับใช้ในเชิงพาณิชย์ นอกจากนี้ ยังมีข้อจำกัดในเชิงวิศวกรรม ทำให้ยากที่จะบรรลุความต้องการในการเปลี่ยนแปลงระหว่างการจุดระเบิดด้วยประกายไฟของหัวเทียนผสมกับการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดได้อย่างมีเสถียรภาพ จนถึงทุกวันนี้ การแก้ปัญหาเชิงวิศวกรรม จำเป็นต้องเพิ่มอัตราส่วนกำลังอัดของเครื่องยนต์เบนซินให้สูงขึ้น เครื่องยนต์มีชิ้นส่วนที่สลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น พร้อมๆ ไปกับการควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น 

Skyactiv-X เป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบใหม่ล่าสุดที่มีความซับซ้อนสูง ประกอบไปด้วยระบบไดเรคคอยล์ ระบบอัดอากาศแบบซุปเปอร์ชาร์จเพื่อเป็นการเพิ่มปริมาณของอากาศสำหรับการเผาไหม้ให้มากกว่าเดิม รวมถึงระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบไดเรคอินเจคชั่นคล้ายกับเครื่องยนต์ดีเซล การจุดระเบิดด้วยกำลังอัดไม่จำเป็นจะต้องใช้หัวเทียน แต่เครื่องยนต์ Skyactiv-X ใช้หัวเทียนในการจุดระเบิดในขณะที่รอบเครื่องยนต์ไม่อยู่ในสภาวะที่ใช้กำลังอัดในการจุดระเบิดได้ การสลับสับเปลี่ยนระบบการจุดระเบิดทั้งสองแบบในเครื่อบยนต์ตัวเดียว เป็นเรื่องที่ยากมากในเชิงวิศวกรรม Mazda ได้นำเอาภูมิปัญญาจากการคิดค้นและทดสอบเกี่ยวกับระบบ HCCI ด้วยการปรับปรุง เพื่อทำให้ระบบนี้สามารถนำมาปรับใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ได้โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาตามมา

จุดเด่นของ SPCCI หรือ Spark-Controlled Compression Ignition
ความก้าวหน้าของ Mazda ได้มาจากแนวคิดทั่วไปที่เครื่องยนต์เบนซินไม่มีความจำเป็นจะต้องใช้หัวเทียนในการจุดระเบิดตลอดเวลา โดยเสนอแนวความคิดที่มีความแตกต่างไปจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ทั่วไป แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากพื้นฐานของการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดที่มีการควบคุมประกายไฟ หรือ Spark Controlled Compression Ignition -SPCCI ซึ่งเป็นขั้นตอนของการเผาไหม้แบบใหม่ในเครื่องยนต์ Skyactiv-X 

การใช้ระบบ SPCCI หมายความว่า ช่วงที่เกิดการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดสามารถเกิดขึ้นได้ในเครื่องยนต์เบนซินที่ใช้หัวเทียนในการจุดระเบิด สามารถครอบคลุมระยะเวลาของการเผาไหม้ได้ทั้งหมด เป็นการประยุกต์ใช้การจุดระเบิดทั้งสองระบบอย่างเต็มศักยภาพ จากการเพิ่มกำลังอัดอย่างรวดเร็ว ทำให้ Skyactiv-X เป็นเทคโนโลยีใหม่ของระบบขับเคลื่อนที่สามารถใช้งานได้ในทุกสภาวะของการขับขี่ เนื่องจากหัวเทียนถูกใช้งานตลอดเวลาในการจุดระเบิดเพื่อเผาไหม้อากาศและเชื้อเพลิงในส่วนผสมที่ถูกต้อง เครื่องยนต์ Skyactiv-X สามารถปรับเปลี่ยนวงจรการทำงานสลับไปมาระหว่างการจุดระเบิดด้วยประกายไฟจากหัวเทียนพร้อมๆไปกับการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดได้อย่างมีประสิทธิภาพไร้รอยต่อหรืออาการกระตุก สะดุด หรือแม้แต่การน็อกจากการทำงานของระบบวาล์วไอดีและไอเสีย 

ถึงแม้ว่า SPCCI ในเครื่องยนต์ Skyactiv -X จะเป็นกรรมวิธีการเผาไหม้แบบใหม่ล่าสุด แต่ทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีสองขั้นตอน ได้แก่การจุดระเบิดและการฉีดจ่ายเชื้อเพลิง Mazda ได้ทำการวิจัยและปรับปรุงให้การทำงานของทั้งสองระบบมีความกลมกลืนกันอย่างพิถีพิถัน โดยพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานหลายอย่างในเครื่องยนต์รุ่นใหม่ เช่น การออกแบบหัวลูกสูบใหม่หมดเพื่อให้เข้ากับขั้นตอนของการจุดระเบิดทั้งสองแบบ มีการออกแบบให้ระบบจ่ายเชื้อเพลิงด้วยการใช้หัวฉีดแรงดันสูง (มาก) เพื่อรองรับการจุดระเบิดด้วยกำลังอัด รวมถึงระบบอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ที่มีการตอบสนองอย่างรวดเร็วเพื่อให้ทันกับความต้องการของเครื่องยนต์ตัวใหม่ จากประสิทธิภาพของระบบอัดอากาศแบบซุปเปอร์ชาร์จที่ไม่จำเป็นจะต้องติดตั้งชุดลดอุณหภูมิไอดีเหมือนระบบอัดอากาศแบบเทอร์โบชาร์จทั่วไป ทั้งหมดจะควบรวมเข้ากับเซนเซอร์ที่ควบคุมการทำงานของกระบอกสูบ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมเครื่องยนต์ทั้งหมด เมื่อเทียบกับโครงสร้างที่มีความสลับซับซ้อนเมื่อนำ HCCI มาปรับใช้ อุปกรณ์พวกฮาร์ดแวร์สำหรับ SPCCI กลับกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและไม่มีความยุ่งยากซับซ้อน 

อัตราส่วนกำลังอัดถูกเพิ่มขึ้นไปจนถึงจุดที่ส่วนผสมระหว่างอากาศและเชื้อเพลิงสามารถจุดระเบิดเองได้ที่ศูนย์ตายบน เมื่อมาถึงจุดนี้ เปลวไฟที่กำลังขยายตัว ซึ่งเกิดขึ้นจากการจุดระเบิดด้วยประกายไฟ ทำให้ส่วนผสมของอากาศและเชื้อเพลิงเกิดการระเบิดและเผาไหม้ จังหวะ เวลาและปริมาณของแรงดันที่ต้องการอยู่ในสภาวะเหมาะสม โดยขึ้นตรงกับสภาพการขับขี่ที่แปรผันอยู่ตลอดเวลา ระบบ SPCCI สามารถควบคุมจังหวะของการจุดระเบิดของหัวเทียน หมายความว่าแรงดันและอุณหภูมิภายในห้องเผาไหม้ถูกปรับให้มีความเหมาะสมตลอดเวลา ปลั๊กหัวเทียนแบบไดเรคคอยล์จะทำหน้าที่อย่างต่อเนื่องโดยระบบสามารสลับการเผาไหม้ด้วยการสันดาปในช่วงรอบหรือภาระของการโหลดได้อย่างราบรื่นไม่มีอาการติดขัด SPCCI ช่วยทำให้มั่นใจได้ว่าอัตราส่วนกำลังอัดจะไม่พุ่งสูงมากจนเกินไปในขณะที่ขับใช้งาน จากการออกแบบเครื่องยนต์ Skyactiv-X ที่มีความเรียบง่ายจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มเติมอุปกรณ์ที่สลับซับซ้อน เช่น ระบบวาล์วแปรผัน หรืออัตราส่วนกำลังอัดแบบแปรผันแต่อย่างใดทั้งสิ้น 

การออกแบบระบบสันดาปของเครื่องยนต์ Skyactiv-X เพื่อไม่ให้เกิดการเผาไหม้ที่ผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อส่วนผสมของเชื้อเพลิงที่หนาเกินไปถูกอัดในระยะเวลาที่นานผิดปกติ สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบ่อยครั้ง สำหรับ HCCI SPCCI วิศวกรของ Mazda ได้ออกแบบระบบแบ่งฉีดเชื้อเพลิง โดยเชื้อเพลิงส่วนหนึ่งจะถูกฉีดเข้าไปในห้องเผาไหม้ในจังหวะดูด และเชื้อเพลิงอีกส่วนหนึ่งจะถูกฉีดจ่ายในจังหวะอัด ส่วนผสมของเชื้อเพลิงบางที่มีความหนาแน่นต่ำสำหรับการเผาไหม้ เชื้อเพลิงบางจะถูกฉีดเข้าไปในกระบวนการของการดูดอากาศ จากนั้นในช่วงจังหวะของการอัด การฉีดเชื้อเพลิงแบบแยกส่วน จะสร้างส่วนผสมของเชื้อเพลิงที่หนาแน่นขึ้น ซึ่งจะจุดระเบิดรอบๆ หัวเทียน การออกแบบในลักษณะดังกล่าวไม่เพียงแค่กระจายความหนาแน่นของเชื้อเพลิงและอากาศเพื่อให้ SPCCI เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดคาบเวลาของการผสมกันระหว่างเชื้อเพลิงและอากาศภายใต้กำลังอัดของเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นการควบคุมการเผาไหม้ที่มีความผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หัวฉีดเชื้อเพลิงแรงดันสูง ทำให้ขั้นตอนของการอัดเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะมีความเป็นไปได้ เชื้อเพลิงระเหยและถูกทำให้เป็นละอองฝอยได้อย่างรวดเร็วและกระจายตัวไปทั่วกระบอกสูบ Skyactiv-X จึงเป็นเครื่องยนต์ที่สามารถฉีดเชื้อเพลิงที่แรงดันสูงจากการใช้หัวฉีดเชื้อเพลิงแบบหลายรูวางตำแหน่งอยู่กลางห้องเผาไหม้ น้ำมันเชื้อเพลิงจะระเหยและเกิดละอองฝอยอย่างทันที ช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเผาไหม้ รวมถึงความเร็วของการเผาไหม้ การฉีดเชื้อเพลิงด้วยแรงดันสูงช่วยทำให้ SPCCI ยับยั้งการเผาไหม้ที่ผิดปกติได้ แต่ในเครื่องยนต์เบนซินแบบเก่า จะต้องชะลอการจุดระเบิดลง ทำให้เกิดการเสียประสิทธิภาพของกำลังอย่างเห็นได้ชัด  

เซนเซอร์วัดแรงดันในกระบอกสูบเป็นอุปกรณ์ควบคุม โดยตรวจจับอย่างต่อเนื่องเพื่อทำให้การเผาไหม้มีความเหมาะสม โดยมีการชดเชยแบบเรียลไทม์สำหรับค่าเบี่ยงเบนใดๆ ก็ตามที่อาจเกิดขึ้น และมีค่าที่ผิดเพี้ยนไปจากค่าที่ได้ตั้งเอาไว้ เซนเซอร์ของกระบอกสูบเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้การเผาไหม้ทำงานอย่างมีเสถียรภาพ เหมาะสมกับสภาวะของโหลด และมีความต่อเนื่อง

พื้นฐานของ SPCCI ที่กล่าวมาทั้งหมด ได้ขยายโซนของการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดไปที่ด้านขวาของในช่วงที่ลิ้นเร่งเปิดเต็มที่ ช่วยทำให้การสลับกันระหว่างการเผาไหม้ตามเกณฑ์ของ SPCCI หรือการเผาไหม้ด้วยกำลังอัด และการเผาไหม้ด้วยหัวเทียนจุดระเบิดประกายไฟเป็นไปอย่างราบรื่น 

วิธีการเผาไหม้แบบใหม่นี้ ไม่เพียงแต่ใช้ระบบจุดระเบิดด้วยประกายไฟ เพื่อเสริมการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงระบบควบคุมการเผาไหม้ที่มีการครอบคลุมอุณหภูมิและแรงดันในกระบอกสูบ ควบคุมความหนาแน่นของการกระจายตัวในส่วนผสมระหว่างอากาศกับเชื้อเพลิง และการนำเอาก๊าซไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้งานใหม่อีกครั้ง (EGR)

การเอาเปรียบทางเชิงกลทำให้การตอบสนองดีขึ้น
ด้วยปริมาตรความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv-X ให้แรงบิดมากกว่าเครื่องยนต์ Skyactiv-G ถึง 10% โดยจะเพิ่มขึ้นถึง 30% ที่ความเร็วรอบสูงๆ (ข้อมูลเดือนสิงหาคม 2560 ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงของการพัฒนา) นอกจากนี้ ลิ้นเร่งที่เปิดอยู่ตลอดเวลาแสดงให้เห็นว่ามีการตอบสนองต่อการเร่งความเร็วที่เหนือกว่า โดยพบได้ในเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่มีลิ้นเร่ง ในขณะที่เครื่องยนต์ Skyactiv-X หมุนด้วยรอบความเร็วที่สูงขึ้นอย่างราบรื่น และง่ายดายเช่นเดียวกับเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป

ประหยัดเชื้อเพลิง
ด้วยปริมาตรความจุกระบอกสูบของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร Skyactiv-X ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้เพิ่มขึ้นอีก 20% เมื่อเทียบกับ Skyactiv-G เป็นความประหยัดที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำในเมือง เครื่องยนต์ Skyactiv-X จะประหยัดมากขึ้นอีก 30% โดยวิธีการผสมเชื้อเพลิงกับอากาศด้วยส่วนผสมที่บางลงมาก เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องยนต์ MZR ของ Mazda ในปี 2551 การประหยัดเชื้อเพลิงได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างมากประมาณ 30-40% Skyactiv-X รุ่นเครื่องยนต์เบนซินสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้เกือบจะเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซล Skyactiv-D! และมีความโดดเด่นในด้านของประสิทธิภาพการบริหารเชื้อเพลิงด้วยการปรับปรุงช่วงภาระเครื่องยนต์ ท้าทายความเชื่อเก่าๆ ที่ว่าเครื่องยนต์เบนซินทำยังไงก็ไม่ประหยัดเท่ากับเครื่องยนต์ดีเซล!!

Skyactiv-X เป็นเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในชนิดพิเศษที่มีการผสมผสานข้อได้เปรียบทางเชิงกลของเครื่องยนต์เบนซิน และดีเซลเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ได้สมรรถนะในด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการลดปริมาณการปล่อยของเสีย ได้กำลังในรูปของแรงบิดที่เพิ่มขึ้น ส่งผลไปถึงประสิทธิภาพในด้านอัตราเร่ง เทคโนโลยีอันรุดหน้านี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมใหม่ในระบบขับเคลื่อน เป็นภารกิจที่ใกล้สำเร็จลุล่วงของ Mazda ในการพัฒนาคิดค้นเครื่องยนต์เผาไหม้ภายในที่เหมาะสมกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เปิดประสบการณ์ Jinba-ittai ตามแนวทางของ Mazda เป็นแนวคิดที่จะกลายมาเป็นความจริงในอีกไม่นานนับต่อจากนี้ โดยเป็นเครื่องยนต์ที่มีความแปลกใหม่ในด้านของแนวคิด เพื่อที่จะปรับให้ขุมกำลังของรถยนต์มีการตอบสนองที่ดีขึ้น ผสมกับความสนุกของการขับ และการรักษาสภาพแวดล้อมของโลกควบคู่กันไป

Mazda Vehicle Architecture

Akira Kyoman Program Manager
Vehicle Development Division Mazda Motor Corporation

Akira Kyoman วิศวกรโครงสร้างและออกแบบเบาะนั่งแบบใหม่ที่ใช้ใน New Mazda 3 2019 อธิบายถึงความตั้งใจในการปรับปรุงโครงสร้างและเบาะรองนั่งแบบใหม่ว่า โครงสร้างแบบใหม่จะได้รับการปรับแต่งเพื่อความมั่นใจในการใช้งาน ความปลอดภัย และความรู้สึกในการควบคุมรถยนต์ที่เป็นธรรมชาติในการรักษาสมดุลขณะที่รถกำลังขับเคลื่อน ส่วนประกอบต่างๆ ที่มีความสำคัญต่อคนขับและผู้โดยสาร เช่น เบาะนั่ง ตัวถัง แชสซีส์ ยาง ล้อ และระบบรองรับ ในการวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ของ Mazda วิศวกรแบรนด์ Zoom Zoom เน้นไปที่ความสะดวกสบาย การจัดสรรฟังก์ชัน รวมถึงการออกแบบที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวภายใต้สัญลักษณ์ Skyactiv แพลตฟอร์มแบบใหม่ที่สามารถสื่อสารระหว่างรถยนต์กับคนขับเป็นแนวคิดแบบ Jinba-ittai เพื่อปรับให้รถยนต์ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น

การพัฒนาความสมดุลของรถยนต์โดยวิเคราะห์รูปแบบการเดินของมนุษย์ Akira Kyoman วิศวกรของ Mazda อธิบายว่า เมื่อมนุษย์เดิน ร่างกายของเราจะสร้างแกนการเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ซึ่งทำหน้าที่พื้นฐานสำหรับรักษาความสมดุล โดยใช้ความยืดหยุ่นของกระดูกสันหลัง วิศวกรของ Mazda เรียกเส้นนี้ว่า แกนความก้าวหน้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นในการรักษาสภาพสมดุลเชิงพลวัต กระดูกเชิงกรานและส่วนบนของร่างกายเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับการออกแรงกล้ามเนื้อ การปรับท่าทางเล็กน้อย เพื่อควบคุมจุดศูนย์ถ่วงของร่างกายและหักล้างการเคลื่อนที่ของศีรษะ

เมื่อคนเดินเปลี่ยนทิศทาง หรือพบการเปลี่ยนแปลงระดับความลาดเอียงของพื้น ร่างกายสามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้อย่างราบรื่นและต่อเนื่องในทิศทางที่ตั้งใจไว้ อย่างไรก็ตาม มนุษย์ไม่ได้ตระหนักถึงเรื่องนี้เท่าไร ความสามารถในการทรงตัวนั้น เป็นความสามารถขั้นสูง เป็นทักษะที่มนุษย์เกือบทุกคนใช้เป็นประจำโดยไม่รู้ตัว ความสามารถของการทรงตัวนั้น ร่างกายจะต้องรักษาท่าทาง โดยกระดูกเชิงกรานจะเป็นแนวตั้ง ส่วนกระดูกสันหลังเป็นรูปตัว S ขณะที่แรงปฏิกิริยาจากพื้นถูกส่งถ่ายไปยังกระดูกเชิงกรานผ่านขาท่อนล่าง ทำให้กระดูกเชิงกรานเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่นในรูปแบบที่เป็นระบบและต่อเนื่อง

การเคลื่อนไหวของมนุษย์ที่กำลังเดินแสดงให้เห็นถึงสภาพการเคลื่อนไหวในอุดมคติ ทำให้มนุษย์เดินได้อย่างสะดวกสบายและมีความเมื่อยล้าน้อยที่สุด ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะตอบสนองต่อการรบกวนอย่างฉับพลันทันที ด้วยระบบประสาทที่มีความรุดหน้า Mazda ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่เหมาะสม โดยมีจุดมุ่งหมายก็คือ การออกแบบรถยนต์ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารใช้ความสามารถในการทรงตัวตามธรรมชาติและสัญชาตญาณของตนเช่นเดียวกับการเดิน

เบาะที่นั่งในรถยนต์ ช่วยทำให้คนขับนั่งอยู่บนกระดูกเชิงกรานที่รองรับแกนกระดูกสันหลัง ขณะที่แรงปฏิกิริยาจากพื้นถนนถูกถ่ายโอนจากระบบรองรับอย่างราบรื่น ผ่านโช็คอัพ สปริง และจุดยึดต่างๆ ของช่วงล่างอย่างต่อเนื่องตลอดการขับเคลื่อน แนวคิด Mazda Vehicle Architecture ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กับร่างกายของมนุษย์ เช่น เบาะที่นั่ง ตัวถัง แชสซีส์ ยาง เพื่อสร้างรถยนต์ที่มีการเคลื่อนตัวเป็นธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ เพื่อการขับขี่ที่ผ่อนคลาย ศีรษะไม่โยกคลอน ผู้โดยสารและคนขับสามารถตอบสนองได้ทันทีเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมของการขับขี่

เพื่อทำให้ผู้โดยสารและคนขับสามารถทรงตัวตามธรรมชาติได้อย่างเต็มที่เมื่ออยู่ในรถ การเคลื่อนไหวของมวลกลายเป็นจุดสำคัญ เช่น รถกำลังวิ่งเข้าโค้ง มวลเหนือสปริงจะต้องเคลื่อนที่ได้อย่างราบรื่นและมีความต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการอธิบายพื้นผิวทรงกลม ในขณะที่เบาะนั่งซึ่งอยู่ระหว่างมวลเหนือสปริงกับกระดูกเชิงกรานของคนในรถเคลื่อนที่ไปด้วยกันโดยไม่หน่วงเวลา พลังงานอินพุตจะถูกส่งผ่านไปยังอุ้งเชิงกรานของคนในรถได้อย่างราบรื่น

เพื่อพัฒนามวลเหนือสปริงที่มีความสามารถและมีประสิทธิภาพในการเคลื่อนที่อย่างราบรื่นต่อเนื่อง Mazda ได้มุ่งไปที่ประเด็นหลักๆ ดังต่อไปนี้

1. มั่นใจว่า พลังงานได้ถูกส่งผ่านจากมวลใต้สปริงไปยังมวลเหนือสปริงในรูปคลื่นเรียบ

2. ทำให้แรงไปในทิศทางเดียวกัน

3. ลดความแปรผันของความแข็งแรงระหว่างมุมตรงข้ามในแนวทแยงมุม

การบรรลุจุดมุ่งหมายทั้งสามข้อ ช่วยทำให้มั่นใจได้ว่า มุมตรงข้ามในแนวทแยงมุมจะเคลื่อนไปข้างหน้าโดยไม่หน่วงเวลา เมื่อเกิดการส่งและรับพลังงาน

เบาะที่นั่งแบบใหม่ เคลื่อนที่ไปพร้อมกับมวลเหนือสปริง
ใน Mazda Vehicle Architecture ข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการวิจัยเกี่ยวกับชีววิทยาของมนุษย์ถูกนำไปรวมไว้กับการออกแบบเบาะนั่ง เพื่อทำให้ผู้โดยสารใช้ความสามารถในการทรงตัวได้อย่างเต็มที่เมื่ออยู่ในรถยนต์ โครงกระดูกเชิงกรานของผู้โดยสารจะได้รับการรองรับ เพื่อรักษาแนวของกระดูกสันหลังให้โค้งเป็นรูปตัว S เทคโนโลยีนี้ รองรับกระดูกเชิงกรานด้านบน เพื่อให้แน่ใจว่ามันอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ขณะเดียวกัน รูปทรงของเบาะนั่งจะอยู่ที่จุดศูนย์ถ่วงของกระดูกซี่โครง (ตรงกับส่วนบนของเส้นโค้งรูปตัว S ของกระดูกสันหลัง) ช่วยรักษาแนวของกระดูกสันหลังในตำแหน่งดังกล่าว รูปทรงและความแข็งแรงของเบาะรองกระดูกต้นขา ช่วยทำให้ผู้โดยสารสามารถปรับมุมของต้นขาได้อย่างอิสระ โดยเบาะที่นั่งสามารถรองรับและปรับให้เข้ากับสรีระความแตกต่างของร่างกายได้

Mazda แจ้งว่า ได้ทำการปรับเพิ่มความแข็งแรงของเบาะนั่งในแต่ละส่วนรวมไปถึงจุดยึดที่จะถ่ายเทกำลังจากตัวถัง ช่วยลดการหน่วงเวลาระหว่างการเคลื่อนที่ของมวลใต้สปริงและเบาะที่นั่ง พลังงานที่ส่งถ่ายไปยังอุ้งเชิงกรานของผู้โดยสารได้อย่างราบรื่น Mazda ได้ทำโครงสร้างภายในของเบาะนั่งให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุเบาะนั่งที่ดีจะช่วยลดอาการบาดเจ็บได้เมื่อทำงานร่วมกับอุปกรณ์นิรภัยในส่วนอื่นๆ

Skyactiv Body
การส่งถ่ายพลังงานจากพื้นถนนไปสู่ตัวถัง Mazda ได้นำโมเดลพื้นฐาน Skyactiv Body ภายใต้กรอบแนวคิด เส้นตรงและต่อเนื่อง โดยทำการปรับแต่งแชสซีและตัวถังให้ดีขึ้น โครงสร้างรูปวงแหวนที่เชื่อมต่อกับแชสซีในแนวดิ่งและแนวขวางในตัวถังของรถยนต์ Mazda รุ่นก่อนหน้านี้ วิศวกรของ Mazda ได้เพิ่มการเชื่อมต่อจากด้านหน้าไปด้านหลังเพื่อปรับโครงสร้างแบบวงแหวนหลายทิศทางที่ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในแนวทแยง แผงข้างด้านหน้า จุดยึดตัวหน่วงด้านหน้าและด้านหลัง การเปิดประตูบานหลังได้รับการวางตำแหน่งใหม่เพื่อประสิทธิภาพที่ขึ้นตรงกับการวิเคราะห์ทิศทางของพลังงานที่ถูกถ่ายเทตลอดการขับเคลื่อน

ผลลัพธ์ที่เกิดจากโครงสร้างวงแหวนแบบหลายทิศทาง ทำให้ความล่าช้าในการถ่ายเทพลังงานอินพุตสู่เส้นทแยงมุมที่ยืดออกจากด้านหน้าไปด้านหลังลดลงถึง 30% เมื่อเทียบกับตัวถังของรถยนต์ Mazda ในปัจจุบัน โดยมีแรงส่งเกือบจะทันทีระหว่างเส้นทแยงมุมทั้งหมด 4 เส้น พลังงานอินพุตที่ส่งจากพื้นถนนไปยังตัวถังผ่านระบบรองรับหรือช่วงล่าง Mazda Vehicle Architecture ถูกออกแบบเพื่อลดขนาดของแรงที่ส่งไปยังมวลเหนือสปริง เป็นแนวคิดใหม่เพื่อทำให้แรงที่ส่งไปยังมวลใต้สปริงมีความราบเรียบตลอดเวลา Mazda ได้ทำการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อจัดสรรส่วนประกอบต่างๆ ให้ลงตัว และทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Mazda ยังปรับการทำงานของยางเพื่อทำให้สามารถถ่ายเทประสิทธิภาพได้อย่างเต็มที่ โดยเน้นไปที่ความยืดหยุ่นในแนวดิ่งของยาง วิศวกรพยายามปรับระบบรองรับในรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะออกขายในอนาคตให้เข้ากับ Mazda G-Vectoring Control ซึ่งเป็นอุปกรณ์ควบคุมความสมดุลในย่านความเร็วต่ำในขั้นตอนแรกของการพัฒนาแพลตฟอร์ม เพื่อทำให้การทรงตัวของรถยนต์มีความเสถียรสูงสุด ยางล้อคือชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่ดูดซับแรงสั่นสะเทือนและช่วยลดแรงกระแทกในระดับสูงสุด ในขณะที่การถ่ายเทน้ำหนักที่เกิดขึ้นในระหว่างการเลี้ยวก็มีความสมดุล ทำให้ควบคุมทิศทางของรถได้ง่ายยิ่งขึ้น

Mazda G-Vectoring Control
ทำงานในย่านความเร็วต่ำโดยการปรับแรงบิดจากเครื่องยนต์ให้สอดรับและตอบสนองต่อการบังคับทิศทางของคนขับ เพื่อควบคุมแรงจากการเร่งในแนวขวางและแนวยาวของตัวรถ โดยทั้งสองแรงจะถูกควบคุมแยกจากกัน การปรับให้ยางสามารถอยู่ในแนวดิ่งเพื่อทำให้การทรงตัวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เป็นการเสริมความสะดวกสบายในการโดยสารหรือขับขี่ ลดอาการโคลงตัวและช่วยทำให้ไม่เมารถเมื่อขับบนเส้นทางภูเขา

การเก็บเสียง การสั่นสะเทือนและความแข็งกระด้าง ถูกปรับปรุงใหม่หมด
การทำให้ห้องโดยสารเงียบสงบปราศจากเสียงแปลกปลอมจากภายนอกเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความสำคัญ Skyactiv Vehicle Architecture เป็นก้าวย่างสำคัญของประสิทธิภาพด้านการเก็บเสียง ลดแรงสั่นสะเทือน อาการกระด้างของช่วงล่าง จากการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกลไกการรับฟังของมนุษย์ เราจะรู้สึกไม่สบายตัวเมื่อมีเสียงแปลกปลอมและแรงสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ภายใต้สภาวะปกติ Mazda พยายามปรับลดเสียงแปลกปลอมจากภายนอกด้วยวัสดุซับเสียงและมาตรการป้องกันเสียงจากภายนอกรวมถึงเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ รวมถึงอาการสั่นสะเทือนเมื่อขับผ่านผิวถนนที่ไม่เรียบ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างรถยนต์ที่มีห้องโดยสารเงียบสงบและมีการสั่นสะเทือนน้อยลงกว่าเดิมเมื่อวิ่งบนผิวถนนที่ขรุขระ คุณลักษณะของตัวหน่วงพลังงานที่ลดอาการสั่นสะเทือนมีความสำคัญในแง่มุมของการควบคุมรถยนต์ทั้งในเวลาที่มีเสียงรบกวนจากภายนอก Mazda ใช้ตัวหน่วงที่มีประสิทธิภาพแบบใหม่ซึ่งรวมไปถึงพันธะของการหน่วง ขึ้นอยู่กับคุณลักษณะของจุดที่พลังงานมีแนวโน้มที่จะเกิดความหนาแน่น

ด้วยงานสถาปัตยกรรมยานยนต์แบบใหม่ที่คำนึงถึงความสบายและการควบคุมที่ดีขึ้น การเปลี่ยนแปลงช่วยสร้างมาตรฐานที่ดีในการผลิตรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบที่งดงาม ความสามารถของระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ ความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่ปรับแต่งมาเป็นอย่างดีพร้อมระบบความปลอดภัยที่รุดหน้า สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะช่วยทำให้รถยนต์ Mazda ในเจนเนอเรชั่นต่อไปมีความน่าใช้งานมากยิ่งขึ้น Skyactiv กลายเป็นนวัตกรรมที่ผลักดันให้ Mazda ก้าวไปสู่อนาคต ด้วยรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพและมีรูปแบบที่หลากหลาย กลายเป็นแบรนด์รถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่ใส่ใจต่อการพัฒนาอย่างสูงสุดเพื่อคงความเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตยานยนต์ของญี่ปุ่น

หลังจากฟังบรรยายรายละเอียดการทำงานของเครื่องยนต์ Skyactiv-X และ แชสซีส์ใหม่ Mazda Vehicle Architecture ก็ถึงเวลาขับทดสอบประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ตัวใหม่ที่จะลงไปประจำการในรถยนต์ New Mazda 3 ซึ่งจะเข้ามาขายในประเทศไทยภายในปี 2562 นี้ เครื่องยนต์ใหม่ Skyactiv-X อยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการวิจัยและพัฒนา โดยยังคงเป็นเครื่องยนต์ต้นแบบ Prototype ที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ 100% แต่ Mazda มั่นใจในระบบการทำงานของเครื่องยนต์ที่มีทั้งการจุดระเบิดด้วยหัวเทียน และการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดผสมผสานอยู่ในเครื่องยนต์ตัวเดียวกัน 

Mine Circuit สนามทดสอบรถยนต์ของ Mazda ความยาว 3.331 กิโลเมตร เคยใช้งานเป็นสนามแข่งมอเตอร์สปอร์ตทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ Mine Circuit มีที่ตั้งอยู่ใน Nagao Nishiatsu-cho พื้นที่ล้อมรอบด้วยเหมืองเก่าชื่อยามากูชิมะ ในเมืองฟุกุโอกะ บนเกาะทางตอนใต้ของประเทศญี่ปุ่น Mine Circuit มีประวัติยาวนานภายใต้ความหลากหลายของผังสนามที่มีความแตกต่างกันทั้งทางตรงยาวและโค้งหลากหลายรูปแบบ เริ่มก่อสร้างในช่วงปี 1990 และถูกซื้อมาโดย Mazda Motor ในปี 2006 เพื่อใช้เป็นสนามทดสอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์รุ่นใหม่ของ Mazda สนามแข่งแห่งนี้เคยใช้จัดการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศญี่ปุ่นในรายการ Super GT และ Japan Formula 3 รูปแบบของสนามแข่งแห่งนี้มีความท้าทายสูงมาก ประกอบไปด้วยทางตรงยาวกับสารพัดโค้งคดเคี้ยวหลายรูปแบบ

จากปี 1990 จนมาถึงปี 2002 การดำเนินงานและการจัดการแข่งขันที่ค่อนข้างซบเซาใน Mine Circuit ทำให้สนามแข่งแห่งนี้ต้องปิดตัวลงชั่วคราว หลังจากนั้นในเดือนมกราคมปี 2006 ผู้บริหารของ Mazda Motor เข้ามาซื้อกิจการทั้งหมดของสนามแข่ง Mine Circuit เพื่อทำการปรับปรุงและใช้สำหรับการทดสอบรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่จะออกสู่ตลาด โดยเฉพาะการทดสอบที่เน้นในเรื่องของการยึดเกาะขณะเข้าโค้งของระบบรองรับและชุดบังคับเลี้ยว การวิ่งขึ้น-ลงเนินเขาด้วยความเร็วสูง การทดสอบแรงเสียดทานของตัวรถและระบบห้ามล้อ เป็นต้น Mazda ยังมีแผนการที่จะเพิ่มขยายสัดส่วนของสนามทดสอบแห่งนี้ให้กว้างและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น แผนงานดังกล่าวจะมีการปรับปรุงสภาพสนามให้กลายเป็นสนามทดสอบรถยนต์ความเร็วสูงสำหรับการทดสอบประสิทธิภาพของยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่จะออกขายในอนาคต Mine Circuit จึงเป็นสนามแข่งที่มีรูปแบบคล้ายกับสนามทดสอบของค่ายรถยนต์ชั้นนำจากทวีปยุโรป

เริ่มต้นการขับทดสอบด้วยรถ Mazda 3 โมเดลปัจจุบันเพื่อเป็นการเปรียบเทียบกับการตอบสนองของเครื่องยนต์ตัวเก่า Skyactiv-G 2.0 ทั้งรุ่นเกียร์ออโต้ 6 สปีดและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เนื่องจากเป็นการขับเพื่อเปรียบเทียบการทำงานของเครื่องยนต์ทั้งเก่าและใหม่ ในย่านความเร็วที่ไม่สูงมาก ผังสนามถูกปรับใหม่ให้มีลักษณะคล้ายกับการขับบนถนนปกติ เมื่อขับรถ Mazda 3 รุ่นปัจจุบันเสร็จสิ้นลงก็ย้ายมาขับรถต้นแบบที่ยังคงใช้ตัวถังของ Mazda 3 โฉมล่าสุดแต่วางเครื่องยนต์ใหม่ Skyactiv-X เนื่องจาก Mazda 3 รุ่นล่าสุดนั้นยังไม่ได้มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ วิศวกรของ Mazda จึงเอาเครื่องตัวใหม่ยัดใส่รถรุ่นปัจจุบันให้ลองขับทดสอบก่อนการเปิดตัวที่จะมาถึงเร็วนี้  สองรอบแรกกับการขับทดสอบการทำงานของเครื่องยนต์ Skyactiv-X ผมเริ่มจากรถที่ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เครื่องยนต์ใหม่กับช่วงล่างที่ปรับปรุงใหม่หมดให้การตอบสนองในย่านความเร็วต่ำใช้ได้ เสียงการทำงานในรอบต่ำเบามากจนแทบไม่ได้ยิน แต่การใช้รอบสูงเมื่อเร่งความเร็วยังคงมีเสียงการทำงานของระบบวาล์วดังเข้ามาให้ได้ยินอยู่บ้าง สัมผัสของช่วงล่างที่เซ็ตมาใหม่หมดให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงกับช่วงล่างของรถยุโรป แม้จะรู้สึกว่าช่วงล่างนั้นแข็งขึ้นแต่ก็ไม่ได้กระด้างมากจนทำให้เกิดอาการสั่นสะเทือน เครื่องยนต์ Skyactiv-X ตัว Prototype อย่างที่บอกว่ามันสามารถทำงานได้แบบสองระบบจุดระเบิด ทั้งการจุดระเบิดด้วยหัวเทียนแบบเครื่องยนต์เบนซินทั่วไป รวมถึงการจุดระเบิดด้วยกำลังอัดในลักษณะของเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนบนโลกใบนี้! 

ทางตรงยาวในสนามทดสอบ Mine Circuit สามารถเร่งความเร็วได้ถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เสียงเครื่องยนต์ในรอบสูงฟังดูเร้าใจพร้อมๆกับการตอบสนองด้วยแรงดึงที่รู้สึกได้ แต่ก็ยังมีเสียงการทำงานของระบบวาล์วดังแต๊กๆ ให้ได้ยินอยู่บ้างเมื่อกดคันเร่งลึกๆ แล้วถอน ส่วนการทรงตัวในช่วงล่างที่เซตมาใหม่ก็ให้ความรู้สึกถึงความเป็นรถยนต์ Mazda ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายเทน้ำหนัก ความแม่นยำของพวงมาลัยและความหนึบแน่นของช่วงล่างซึ่งหมายถึงหัวใจของรถยนต์ยี่ห้อ Mazda วิศวกรของ Mazda แจ้งว่า ระบบรองรับด้านหลังของ Mazda 3 รุ่นใหม่จะถูกเปลี่ยนมาเป็นทอร์ชั่นบีม การปรับเปลี่ยนระบบรองรับด้านหลังให้กลายมาเป็นทอร์ชั่น เพื่อลดอาการบิดตัวของช่วงล่างด้านหลัง และสร้างความมั่นคงเมื่อขับเข้าโค้งให้มากกว่าเดิม เมื่อลองจับอาการของระบบรองรับด้านหลังที่กลายเป็นแบบคานแข็งหรือทอร์ชั่นบีม ความรู้สึกที่ได้รับก็ไม่ได้แตกต่างไปจากช่วงล่างด้านหลังแบบเก่าของ Mazda 3 โฉมปัจจุบันแม้แต่น้อย  

สองรอบสนามกับการขับ Skyactiv-X รุ่นเกียร์อัตโนมัติจบลงอย่างรวดเร็ว ผมย้ายมาขับรถรุ่นเกียร์ธรรมดาพวงมาลัยซ้าย ที่ต้องใช้มือขวายัดเกียร์ขึ้นๆ ลงๆ ไปตามผังสนามที่ออกแบบให้มีความคล้ายกับถนนปกติในยุโรป เจ้า 3 รุ่นเกียร์แมนนวลนั้นขับสนุกกว่าเกียร์ออโต้อย่างเห็นได้ชัด ระยะของการยัดเกียร์ที่สั้นกระชับรวมถึงแป้นคลัตช์ที่นุ่มนวลทำให้มันเป็นรถเกียร์ธรรมดาที่ขับได้ง่ายมาก เครื่องยนต์ Skyactiv-X เมื่อนำมาชนเข้ากับเกียร์แมนนวล 6 สปีด ให้ความรู้สึกถึงการตอบสนองที่ดีกว่ารุ่นเกียร์อัตโนมัติเล็กน้อย ความแม่นยำในการทำงานเมื่อรอบเครื่องต้องขึ้นๆ ลงๆ ไปตามการขับขี่ที่มีทั้งการเร่งความเร็ว เลี้ยวแล้วเบรก เร่งส่งอย่างต่อเนื่องแล้วเบรกอีกครั้ง เกียร์ธรรมดา 6 สปีดใน Skyactiv-X มีประสิทธิภาพดีในด้านการเร่งความเร็วและตอบสนองได้ดั่งใจ ทั้งการเร่งออกจากช่วงปลายโค้ง หรือการทำความเร็วคงที่เมื่อขับบนไฮเวย์ และไม่ว่าจะเป็นประกายไฟ หรือกำลังอัดที่ Skyactiv-X ใช้จุดระเบิด คนขับก็แทบจะไม่รู้สึกว่าอะไรกำลังทำหน้าที่เผาไหม้เชื้อเพลิง มีแค่เสียงวาล์วเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่บ้างเมื่อถอนคันเร่ง ทางวิศวกรของค่าย Zoom Zoom แจ้งมาว่า ระบบวาล์วจะถูกปรับตั้งอีกครั้งให้มีเสียงการทำงานที่เงียบลง ก่อนที่จะดันเครื่องยนต์รุ่นใหม่ตัวนี้ขึ้นสู่สายการผลิต 

เมื่อ 26 ปีก่อน Mazda สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการครองแชมป์ Le Mans ด้วยรถแข่งรุ่น 787B โดยยืนแป้นโพเดียมเหนือรถคู่แข่งเจ้าถิ่นอย่าง Porsche Mercedes Benz และ Jaguar หลังควบเข้าเส้นชัยในการแข่งขันแบบเอนดูลานซ์ 24 ชั่วโมง นั่นคือสิ่งที่ยืนยังถึงความเจ๋งของเครื่องยนต์ที่ผลิตโดยบริษัท Mazda ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซินแบบสูบหมุนโรตารี่ที่มีความทนทาน มีสมรรถนะสูง มอบการควบคุมอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม ทำให้คว้าชัยชนะเหนือทีมแข่งชั้นนำของยุโรป รวมไปถึงความเสถียรและความเหนียวแน่นของเครื่องยนต์ ตลอดระยะทางของการวิ่งแบบไม่หยุดกว่า 4922.810 กิโลเมตร ภายในระยะเวลาของการแข่งขัน 24 ชั่วโมง ในปี 2562 คุณจะพบกับเครื่องยนต์เบนซินรุ่นใหม่ Skyactiv-X ที่ใช้ระบบจุดระเบิดสองแบบในเครื่องยนต์ตัวเดียวกัน ซึ่งจะวางลงใน New Mazda 3 2019 และจะเข้ามาทำตลาดในไทยภายในปี 2562 นี้ Mazda แจ้งว่า มันจะประหยัดเชื้อเพลิงขึ้นอีก 20% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ Skyactiv-G รุ่นปัจจุบัน ขับสนุกขึ้นจากการตอบสนองที่ถูกปรับตั้งให้เข้ากับการขับขี่ที่หลากหลายของลูกค้า รวมถึงยังปล่อยมลพิษต่ำตามมาตรฐาน EURO-6 ทุกวันนี้ Mazda และผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นทุกบริษัทต้องเผชิญกับมาตรฐานไอเสียที่เข้มงวดกวดขันมากยิ่งขึ้น การถือกำเนิดของเทคโนโลยี Skyactiv-X ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและรุดหน้า จะทำให้ Mazda กลายเป็นบริษัทรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่เจ้าแรกๆ ที่สามารถสร้างรถให้มีการขับขี่ใกล้เคียงกับรถยุโรปมากที่สุดในปัจจุบัน. 


อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้