วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จับหัวหน้าแก๊งอุ้มรีด 5 ล้าน ผัวอดีตลูกจ้างบงการลงมือ!

จับหัวหน้าแก๊งอุ้มรีด 5 ล้าน ผัวอดีตลูกจ้างบงการลงมือ!

  • Share:

จับแล้วหัวหน้าแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ นักธุรกิจเครื่องสำอางและสวนผลไม้ พร้อมเพื่อนชายรีดเงิน 5 ล้านบาท “บิ๊กปู” สั่งให้ตำรวจ สภ.วังน้อย ควบคุมตัวให้เหยื่อชี้ยืนยันที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่แท้เป็นสามีอดีตลูกจ้างคนสนิท หลังร้องเรียนพื้นที่ทำคดีไม่คืบ ลวงเหยื่อขอซื้อที่ดินให้มาพบที่ จ.ชลบุรี จับมัดมือมัดเท้าเรียกค่าไถ่แต่ต่อรองเหลือ 3 ล้านบาท ขับรถผู้เสียหายพาไปกดเงิน 1 แสนบาท เหยื่อฉวยโอกาสขอเข้าห้องน้ำในปั๊มน้ำมันหลบหนีรอดชีวิตหวุดหวิดทั้งคู่ กลุ่มคนร้ายกลัวทิ้งรถหลบหนี

เหยื่อชี้ตัวยืนยันถูกผัวอดีตลูกจ้างคนสนิทบงการ 4 คนร้ายอุ้มเรียกค่าไถ่ 5 ล้านบาท เปิดเผยขึ้นที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 31 พ.ค. พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีเมื่อวันที่ 7 พ.ค. น.ส.จิราณีย์ ไชยปุริวงศ์ อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 345/57 หมู่ 4 ต.คูคต อ.ลําลูกกา จ.ปทุมธานี นักธุรกิจเครื่องสำอางและสวนผลไม้ และนายยมนา แย้มคร้าม อายุ 27 ปี เพื่อนชาย อยู่บ้านเลขที่ 115/6 หมู่ 7 ต.ท่าไม้ อ.พรานกระต่าย จ.กําแพงเพชร มาร้องขอความเป็นธรรมว่า เมื่อช่วงต้นเดือน มี.ค. รับการติดต่อจากกลุ่มคนร้ายเป็นชาย 3 คน หญิง 1 คน จะขอซื้อที่ดินของผู้เสียหาย นัดหมายให้ไปพูดคุยกันที่สำนักงานของกลุ่มคนร้าย ตั้งอยู่ที่ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี วันที่ 10 มี.ค. เวลา 11.00 น. ผู้เสียหายไปถึงอาคารสำนักงานกลับถูกกลุ่มคนร้ายบังคับมัดมือมัดเท้าและบอกว่าต้องการเงิน 5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว มิฉะนั้นจะฆ่าให้ตาย ผู้เสียหายเกิดความกลัวยอมตกลง ขอต่อรองค่าไถ่เหลือ 3 ล้านบาท

จากนั้นเวลาประมาณ 18.30 น. วันเดียวกัน กลุ่มคนร้ายเป็นชาย 3 คน พาผู้เสียหายขึ้นรถยนต์ที่ผู้เสียหายขับมาไปเบิกเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อในเขต อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี กดเงินสดได้ 100,000 บาท และตกลงกันว่าจะรอให้ลูกจ้างของผู้เสียหายโอนเงินมาเพิ่มให้อีก ระหว่างรอกลุ่มคนร้ายพาผู้เสียหายตระเวนออกนอกพื้นที่มาตามถนนสายมอเตอร์เวย์จนเข้าสู่ถนนพหลโยธินในเขต อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา คนร้ายขับรถเข้าไปเติมน้ำมัน ระหว่างเติมน้ำมัน น.ส.จิราณีย์ทําทีขอเข้าห้องนํ้าแล้วไปขอความช่วยเหลือจากพนักงานในร้านสะดวกซื้อในปั๊มน้ำมัน ขณะเดียวกัน นายยมนาวิ่งหนีออกจากรถด้วย ส่วนคนร้ายขับรถยนต์หนีไปจอดรถทิ้งไว้บริเวณถนนคันคลองชลประทานใกล้ รพ.วังน้อย

ผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.วังน้อย รับคําร้องทุกข์ไว้ตามคดีอาญาที่ 164/2561 ลงวันที่ 11 มี.ค. ต่อมารวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกหมายจับ ผู้ต้องหา ประกอบด้วย นายกําปั่น ทอนเกาะ อายุ 51 ปี นายสมชาย มีสัตย์ อายุ 37 นายกฤษฎา ประวิเศษ อายุ 45 ปี และ น.ส.จิตรัตดา เห็นสีดา อายุ 39 ปี ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน ทําร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทําด้วยประการใดๆ ให้ผู้อื่นได้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ให้การซัดทอดว่าได้รับการจ้างวานจากนายสุทธิโรจน์ ทอนเกาะ อายุ 48 ปี บ้านเลขที่ 9/139 ซอยพหลโยธิน 61 แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. สามีอดีตลูกจ้างของผู้เสียหาย

ต่อมาผู้เสียหายเห็นว่าคดีนี้ไม่คืบหน้าเกรงว่าผู้ต้องหาอาจสนิทสนมกับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรม พล.ต.อ.ศรีวราห์ได้สั่งการให้ตํารวจ สภ.วังน้อย เร่งสืบสวนขยายผลจับกุมผู้กระทําผิด พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อได้ว่า นายสุทธิโรจน์กระทําผิดจริงขออนุมัติศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยาออกหมายจับ และศาลอนุมัติหมายจับที่ จ.222/2561 ลงวันที่ 10 พ.ค.ในความผิดฐานใช้จ้างวานยุยงส่งเสริมหรือกระทําอื่นใดให้ผู้อื่นกระทําความผิดฐานปล้นทรัพย์ในเวลากลางคืน ทําร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ และหน่วงเหนี่ยวกักขัง ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.วังน้อย นายสุทธิโรจน์ให้การปฏิเสธ จึงนําตัวมาที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดให้ผู้เสียหายชี้ตัวยืนยันผู้กระทําผิด

น.ส.จิราณีย์กล่าวว่า เนื่องจากเห็นรูปผู้ต้องหาในโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหาที่จับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้และจำเสียงนายสุทธิโรจน์ได้เนื่องจากมีความสนิทสนมกันมานาน อีกทั้งแฟนของผู้ต้องหาเคยเป็นลูกจ้างตน ยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาหรือขัดแย้งกันมาก่อน เรื่องขู่ฆ่าหวังชีวิตอาจเป็นไปได้ แต่เชื่อว่าผู้ต้องหาประสงค์ต่อทรัพย์สิน ส่วนภรรยาผู้ต้องหาเป็นอดีตลูกจ้างจะเกี่ยวข้องหรือไม่ ต้องรอการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้