วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
แฉ!วงการสีกากี จี้ตรงไหนก็เป็นเรื่อง

แฉ!วงการสีกากี จี้ตรงไหนก็เป็นเรื่อง

  • Share:

“แฉ”ความหมายตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน หมายถึง เครื่องตีชนิดหนึ่ง ทำด้วยโลหะ สำหรับตีขัดจังหวะ เล็กกว่าฉาบ, ตีแผ่, เปิดเผย เช่น แฉไพ่

ความหมายตามพจนานุกรม อ.เปลื้อง ณ นคร “แฉ” หมายถึง แบ แผ่ กระจาย เปิดข้อความที่ปิดบังออก แสดงบัญชี, ในการเล่นหวย...แฉโพย หมายถึงตรวจโพย คือตรวจใบโพย (ใบแทงหวย) แล้วจดบัญชีไว้

ราวๆต้นปี 2560 มีการจัดอันดับ 10 นักแฉชาวอเมริกัน ที่กล้าเปิดโปงรัฐบาล เรียบเรียงโดยบุญชัย ธนะไพรินทร์ www.tnews.co.th เขาเหล่านี้เป็นใคร? ลองมาไล่เรียงกันดู จอมแฉอันดับหนึ่งยกให้กับ “ปีเตอร์ เบิร์กซ์ตัน” ออกมาเปิดเผยเรื่องราวความไม่เป็นธรรมและการจารกรรมข้อมูลที่ได้ทำกับประชาชนคนธรรมดา ดำเนินการไปถึงขั้นที่เป็นไปได้ว่า...พวกเขาสามารถที่เปลี่ยนมนุษย์เป็นคนจนหรือคนป่วยได้จากการทดลองขององค์กรดังกล่าว

จอมแฉรายถัดมา... “เอ็ดเวิร์ด สโนว์เดน” ออกมาเปิดโปงความลับของสหรัฐฯในปฏิบัติการโครงการต่างๆ จนทำให้เกิดแรงกระเพื่อมใหญ่และยังทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลเข้ามายุ่ง สอดแนมชีวิตของผู้คนแค่ไหน ลำดับที่ 3 “รัสเซล ไทส์” เจ้าหน้าที่หน่วยความมั่นคงแห่งชาติ ออกมาแฉเกี่ยวกับการเก็บข้อมูลต่างๆของสหรัฐฯ

ลำดับที่ 4 “แบรดลีย์ แมนนิง” ทหารกองทัพสหรัฐฯที่ได้มอบเอกสารลับให้เว็บไซต์วิกิลีกส์ แฉเรื่องราวในอิรัก ภายหลังก็ถูกตั้งข้อหาให้การช่วยเหล่าศัตรู มีโทษ...จำคุกตลอดชีวิต ลำดับที่ 5 “โคลีน โรว์ลีย์” แฉกรณีเหตุการณ์ 11 กันยายน ลำดับที่ 6 “บันนาไทน์ กรีนเฮาส์” แฉรัฐบาลกับบริษัทหนึ่งกับผลประโยชน์กำไรน้ำมันในอิรัก

ลำดับที่ 7 “โทมัส แอนดรู เดรก” กับการแฉโครงการเทรลเบลเซอร์ ที่ถลุงเงินไปกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์ ว่าเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลประชาชนอเมริกัน ช่วงเริ่มต้นแนะนำว่าเป็นทางเลือกในการค้นหาข้อมูลต่างๆ ในอินเตอร์เน็ต ขณะที่มีอีกโครงการที่ทับซ้อนอยู่ทำงานได้ดีกว่า...ถูกกว่า ทว่า...เทรลเบลเซอร์ก็ถูกเลือก

ลำดับที่ 8 “แดเนียล เอลส์เบิร์ก” กรณีเอกสารลับเพนตากอน เขานำบันทึกลับออกมาเปิดโปงในปี 1971 ยืนยันว่า ประธานาธิบดีทั้งสี่คนได้โกหกประชาชนมาโดยตลอด ในเรื่องปฏิบัติการและการแทรกแซง ตลอดจนภารกิจต่างๆในสงครามเวียดนาม รัฐมนตรีกลาโหมในยุคนั้นได้มอบบันทึกนี้ไว้ในปี 1967 เพื่อให้รัฐบาลยุคหลังๆได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความผิดพลาดจากสงครามครั้งนี้...

พร้อมทั้งคำสั่งเสียต่างๆ...สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง สำหรับรัฐบาลต่อไปที่บริหารประเทศในอนาคต

ข้อมูลข้างต้นนี้ถูกส่งให้กับนิวยอร์กไทมส์เผยแพร่ ทำให้วงการเมืองสะเทือนอย่างหนัก ด้วยหลายประเด็นที่มีการวิพากษ์กล่าวถึง อาทิ รัฐบาลมีข้อมูลอย่างละเอียดและสมบูรณ์ทำให้รู้ว่าสงครามเวียดนามไม่ใช่ว่าจะสามารถเอาชนะได้ แต่ก็ยังดันทุรังไปเปิดสงคราม ถัดมา...อเมริกาไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย จากการช่วยเหลือเวียดนามใต้ พวกเขาเพียงทำเพื่อต้องการเล่นการเมืองกันเท่านั้น

“รัฐบาลจอห์น เอฟ. เคนเนดี ได้วางแผนโค่นล้มประธานาธิบดีเวียดนามใต้ นายโง ดินห์ เตียม...ลินคอน บีจอห์นสัน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้สัญญาในการปราศรัยครั้งหนึ่งว่า อเมริกาจะลดการเข้าร่วมในสงครามเวียดนามให้น้อยลง และมีโปรแกรมทิ้งระเบิดในเวียดนามทางตอนเหนือ...สหรัฐฯไม่เคยบอกความจริงกับประชาชนทั้งเรื่องสงคราม การทิ้งระเบิดว่าไปทำอะไรบ้างในเวียดนาม” โดยสรุปแล้ว เคนเนดี จอห์นสัน นิกสัน ไอเซนฮาวร์ ทั้งหมดต่างก็โกหกต่อชาวโลกในสงครามเวียดนาม

ลำดับที่ 9 “มาร์ค เฟลธ์” ข่าวอื้อฉาวคดีวอเตอร์เกต เขาคนนี้เป็นอดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ได้ชื่อว่าเปิดโปงความลับระดับท็อปๆ ได้ส่งข้อมูลให้นักข่าววอชิงตันกรณีวอเตอร์เกตจนทำให้ริชาร์ด นิกสัน ต้องลาออกจากการเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ เขาแฉว่า “รัฐบาลนิกสันพยายามที่จะล้มคู่ต่อสู้อย่างผิดกฎหมาย” พวกเขาไปรวมตัวอยู่ที่โรงแรมวอเตอร์เกต ...นักแฉคนสุดท้าย “แกรี สตีเฟน เวบบ์” นักเขียนหนังสือพิมพ์ San Jose Mercury News เขาคนนี้ได้ออกมาเปิดโปงเรื่องราวของซีไอเอที่ได้ลักลอบขนยาเสพติดในปี 1980 และได้จำหน่ายในเมืองลอสแอนเจลิส ในหัวเรื่องว่า “พันธมิตรมืด” ด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็เหมือนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น ไม่สนใจ....กระทั่งผู้กระทำผิดถูกนำตัวมาพิจารณาดำเนินคดี รัฐบาลก็เหมือนจะปกป้อง การเปิดโปงที่ว่านี้สร้างความโกลาหลอย่างมาก

การร่วมกันปิดบังความจริง ถูกขยายกระจายข่าวอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า...เขาก็ต้องเสียอาชีพ ไม่มีหนังสือพิมพ์ สำนักพิมพ์ไหนรับเข้าทำงานอีกเลย...ในปี 2004 มีผู้พบศพเวบบ์มีกระสุนฝังในหัว 2 นัดมีข่าวออกมาว่า เขาฆ่าตัวตาย แม้ว่าครอบครัวก็เชื่ออย่างนั้น แต่คนไม่น้อยก็ยังเชื่อว่าถูกฆ่าปิดปาก

จอมแฉต่างประเทศเปิดประเด็นสั่นสะเทือนโลก สำหรับ “เมืองไทย” ...ไม่ว่าวันวานหรือวันนี้ เรื่องแฉๆก็มีเป็นระดับตำนานไม่แพ้กัน แต่อาจจะไม่ใหญ่โตโด่งดังระดับโลกแบบที่กล่าวมา แต่ก็มีมาเรื่อยๆเป็นระลอกๆ

ขีดวงเฉพาะแวดวงสีกากี แบบล่าๆวันนี้...ก็ต้องยกให้ข่าวคนดังย่านตลาดใหม่ดอนเมืองกับข่าวที่ตั้งท่าว่าจะออกมาแฉเรื่องการทุจริตของคนในรัฐบาล จริง...ไม่จริง? อย่างไร น่าสนใจมากน้อยแค่ไหน จะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือเปล่า ชวนให้ติดตาม ที่ผ่านมาชื่อ “สันธนะ” อดีตนายตำรวจคนนี้ถือเป็นจอมปูดคนสำคัญที่สร้างสีสันไว้มาก

เปิดประเด็นธุรกิจสีเทา ธุรกิจลับๆ บ่อน ผู้มีอิทธิพล...ด้วยลีลาท่าทางการพูดสไตล์นักเลงแบบว่าใจถึงพึ่งได้...มักจะเรียกความสนใจด้วยข้อมูลลึกๆลับเฉพาะ กระนั้น...ถนนสายนี้ก็ทำให้ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ

หรือ...รุ่นใหญ่อีกคนที่ออกมาจัดหนักอยู่เป็นระยะๆ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อดีต ผบ.ตร.เจ้าของฉายา “วีรบุรุษนาแก” และ “มือปราบตงฉิน” แฉขบวนการโค่น 30 บาท...แฉขบวนการซื้อขายตำแหน่งในวงการตำรวจ ...แฉพฤติกรรมคนใหญ่ไม่ทำงานในหน้าที่ตำรวจ มัวแต่ทำงานเอาใจนาย...

พลตำรวจเอกประทิน สันติประภพ อีกหนึ่งรุ่นใหญ่ที่คนในแวดวงกระซิบมาว่าดีกรีความแรงไม่แพ้กัน เคยกล่าวไว้ว่า สังคมตำรวจหากหัวไม่ส่าย หางก็ไม่กระดิก ว่ากันว่า...ตำรวจท้องที่คือแหล่งต้นทางของ “ส่วย” หากท้องที่ไหนเข้มงวดไม่มีสีเทาเลย ตำรวจนอกหน่วยหรือหน่วยอื่นๆก็ไม่สามารถเข้ามายุ่มย่ามหาประโยชน์ได้

อีกคนแม้ไม่ได้เป็นตำรวจแต่ก็ถือว่าเป็นจอมแฉระดับท็อปของประเทศ เอ่ยชื่อ “ชูวิทย์” น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก วันวานนับจากสิบกว่าปีในการต่อสู้คดีรื้อบาร์เบียร์ทำให้ “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” กลายเป็นบุคคลระดับตำนาน จากเจ้าพ่ออ่างผันตัวมาเป็น ส.ส.ผู้ทรงเกียรติในสภา จนได้รับฉายา “จอมแฉ” สร้างสีสันในแวดวงการเมือง

จุดพลุการเปิดประเด็น “ส่วยอาบอบนวด”...แล้วถูกอุ้ม อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญจนมาถึงวันนี้ เพราะการรักษาชีวิตรอดได้ ต้อง...เป็นข่าว ต้อง...ตั้งพรรคการเมือง ต้อง...มาเป็นนักการเมือง

หรือแม้กระทั่งต้อง...มาเป็นนักข่าวทำสื่อเสียเอง โดยเฉพาะมาเปิดเผยเรื่องราวในแวดวงที่ชำนาญการเป็นพิเศษ...“วงการสีกากี” เข้าตำรา “ผีเห็นผี”

เฮียชูมักจะกัดแบบไม่ปล่อยมีมุกเด็ดๆจุดประเด็นร้อนๆได้แบบเห็นภาพชัดเจนถึงพริกถึงขิงสะท้านวงการทุกครั้งไป ทุกวันนี้ภาพเจ้าพ่ออ่างลบเลือนไปมากแล้ว เหลือแต่ภาพเจ้าพ่อแฉ...แฉรายวันแบบ “ตีแสกหน้า”...

ทำให้สังคมได้รู้ได้เห็นมุมสีเทา เบื้องหน้าเบื้องหลังเน่าๆของขบวนการเก็บส่วยบ่อน ส่วยน้ำกาม และมุมอื่นๆที่เขารู้เขาเห็นจากประสบการณ์ที่สั่งสมประสบพบพานมาทั้งชีวิต

ตีแผ่...“แฉ” แวดวงตำรวจ คนในผู้คุ้นเคยบอกว่าพูดอะไรตรงไหนก็โดน...มีแต่เป็นเรื่องกับเรื่อง มุมหนึ่ง...ทำให้สังคมรับรู้ ประชาชนตาสว่าง อีกมุมหนึ่ง...ก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้น หัวใจเต้นแรง รอลุ้นกันว่า “คนแฉ” หรือ “คนถูกแฉ” ใครจะอยู่ใครจะไปก่อนกัน...เป็นเหมือนยาชูกำลังชั้นดี.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้