ในที่สุดวันนี้ก็ได้ฤกษ์ตัดริบบิ้นจัดระเบียบทางเท้าหน้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าวกันอย่างจริงจัง หลังมีข้อร้องเรียนจากประชาชนที่สัญจรลำบากจากปัญหาร้านค้าแผงลอยบริเวณด้านข้างห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว และรอบห้างเดอะวัน ฝั่งถนนพหลโยธิน รุกล้ำทางเท้าและพื้นผิวการจราจรกว่า 100 ราย
มาตรการครั้งนี้ เร่ิมเกิดขึ้นเมื่อ 21 พ.ค. 61 ซึ่ง นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ป้ายแดง เพิ่งมาเริ่มดำรงตำแหน่งเมื่อ 10 เม.ย. 61 เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ผอ.เขตจตุจักร ผู้แทนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ และเทศกิจ ในฐานะหน่วยงานที่ต้องจัดความเป็นระเบียบเรียบร้อย มาประชุมหารือร่วมกัน
และเพื่อตอกย้ำว่าครั้งนี้ กทม.เอาจริง หลังการประชุมหารือกันได้ 3 วัน ในวันที่ 24 พ.ค. 61 รองผู้ว่าฯ กทม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ Big cleaning ริมถนนพหลโยธินหน้าห้างทั้งทางเท้าและผิวจราจร พร้อมเผยยื่นคำขาดวันที่ 29 พ.ค. นี้ห้ามขายเด็ดขาด หากฝ่าฝืนมีโทษปรับวันละ 2,000 บาท
...
หลังมีมาตรการเข้มงวดเช่นนี้ เหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าเตรียมตั้งรับกันอย่างไร, ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์รีบลงพื้นที่สำรวจ ในวันศุกร์ที่ 25 พ.ค. 61 หลังได้รับแจ้งจากผู้ค้าหลายรายว่าได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก
แม่ค้าสุดเดือด! ไม่มีที่ใหม่รองรับ ขอขายต่อ ยอมถูกปรับวันละ 2 พัน
สามีภรรยาคู่หนึ่ง ขายข้าวโพดนึ่ง และถั่วต้มอยู่บนผิวจราจร ฝั่งหน้าห้างเดอะวัน มา 20 กว่าปี โอดครวญกับทีมข่าวฯ หากมีที่แห่งใหม่ให้ขายก็ยินดีย้าย แต่ถ้ายังไม่มีก็ไม่ยอม เต็มใจถูกปรับวันละ 2 พันบาท ให้หยุดขายก็ไม่มีที่ทำมาหากิน
“มาจัดระเบียบก็ไม่รู้สึกอะไร แต่ขอให้มีที่ขายที่ใหม่ให้ แต่นี่จะให้เลิกขาย แล้วค่อยหาที่ใหม่ ไม่ยอม ถ้าได้ที่ใหม่ก็ย้าย ไม่ได้มีปัญหาอะไร แต่ถ้าไม่ได้ก็จะขายต่อไปก่อน จับก็จับ ยอมเสียวันละ 2 พัน เพราะต้องกินต้องใช้ทุกวัน หยุดขายไปวันหนึ่งจะเอาที่ไหนกิน เงินฝากก็ไม่มีนะ ไปตรวจสอบเงินในบัญชีได้ ไม่มีฝากสักบาท หากินพอใช้ไปวันๆ” นางแก้ว (นามสมมติ) กล่าว
มีแต่จนกับจน คนไทยด้วยกันไม่ควรซ้ำเติม ค้าขายทางเท้าคือเสน่ห์ท่องเที่ยวไทย
ด้านนายโชค พ่อค้าส้มตำสุดแซ่บ ยอมรับกับทีมข่าวฯ ว่ารู้สึกแย่ และรู้สึกไม่ดี เนื่องจากทุกวันนี้ประชาชนทำมาหากินยากอยู่แล้ว ไม่ควรยกเลิกเพราะการค้าขายทางเท้า คือ อีกเสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทยที่ชาวต่างชาติยอมรับ
“คนที่ไปฟ้องในเพจว่าเดือดร้อน เดินไปเดินมา มารอรถ เขาแค่เดินผ่าน มันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเขา แต่พ่อค้าแม่ค้าอย่างเรา บางคนอยู่มา 20 ปี มันคือทั้งหมดของชีวิต อยากให้เห็นใจทั้งสองฝ่าย เศรษฐกิจแบบนี้ คนไทยด้วยกันไม่ควรมาซ้ำเติมกัน สมควรช่วยกัน อันไหนอะลุ่มอล่วยกันได้ก็ควรทำ
เส้นทาง 200 เมตร เหลือแค่นี้ที่อนุญาตให้ขายก็ยังมาบี้ให้ไม่มีที่ทำมาหากิน สรุปจะให้ตายกันไปข้างหนึ่งไหม รถตู้ยืนรออันตราย ใช้เวลาไม่ถึง 30 นาที แต่แม่ค้ายืนทั้งวันไม่อันตรายกว่าเหรอ แต่ก็ต้องทำมาหากิน ต้องสู้
...
ผู้ใหญ่ต้องลงมาดูความเป็นอยู่จริงๆ ของประชาชน ทุกวันนี้ประเทศไทยก็เงียบอยู่แล้ว ให้เงียบกว่านี้หรือ ขอจัดให้เป็นระเบียบ ให้สะอาด แต่ไม่ควรยกเลิก ประเทศไทยมีเสน่ห์ตรงหาของกินอร่อยริมถนนได้ง่าย ทัวร์จีน ฮ่องกง ไต้หวันมาเพราะอย่างนี้ด้วย ทุกวันนี้เงียบ เพราะแบบนี้ไม่มีแล้ว เศรษฐกิจเงียบ คนมีเงินเดือน ข้าราชการอยู่ได้ แต่ประชาชนทั่วไปอยู่ไม่ได้แล้ว มีแต่จนกับจน” นายโชคระบายความอัดอั้นในใจ
หวั่นโดนลอยแพ ส่งหนังสือถึง ผู้ว่าฯ กทม. และรถไฟ ขอยืดเวลา
ส่วนแม่ค้าขายน้ำผลไม้ นางกัญจน์รัตน์ ดีโนนโพธิ์ ซึ่งเป็นผู้ค้าที่ได้เข้าไปคุยหารือกับ กทม. เมื่อวันที่ 21 พ.ค. นั้น เผยว่าในวันประชุม ฝ่ายโยธาเขตจตุจักร บอกขอใช้เวลา 7 วัน ในการจัดสรรพื้นที่เต็นท์เขียว ซึ่งเป็นสถานที่แห่งใหม่ให้ผู้ค้า แต่ผ่านมาจนถึงวันนี้ (25 พ.ค. 61) ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง เกรงถูกลอยแพ จึงทำหนังสือถึงผู้ว่าฯ กทม. และรถไฟ ขอให้เมตตาชะลอวัน เนื่องจากกะทันหัน
...
“จากที่บอกให้หยุดขาย เดี๋ยวจะให้ไปขายตรงเต็นท์เขียว มองปุ๊บรู้เลยว่าโดนลอยเเพ ป่านนี้ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นรูปเป็นร่างให้เห็นว่าผู้ค้าอยู่ได้เท่าไร เพราะมีตั้งหลายชีวิต บอกแต่จะไม่ให้มีๆ
ขอแค่ทำอะไรให้ชัดเจน มีล็อกให้เห็น แม่ค้าไม่ได้ดื้อหรอก หยุดขายไป ไม่มีรายรับเข้ามา เราต้องใช้จ่าย บางคนยังเป็นหนี้สินรายวันอยู่ อันนี้เรื่องจริง ไม่ได้อ้าง บางทีโลกโซเชียลก็ไม่เข้าใจว่าเราอยู่แบบไหน ถ้าจะแก้ปัญหาจริงๆ ต้องจัดสรรพื้นที่ให้เสร็จก่อน อย่าได้แต่ให้สัมภาษณ์ มาดูก่อนว่าทำได้จริงไหม ทำแล้วอยู่ได้ไหม ไม่ได้ส่งไปตาย”
29 พ.ค. ขีดเส้นตายห้ามขาย ไม่มีที่ใหม่ ขอสู้เพื่อความอยู่รอด
ทีมข่าวฯ ถามว่า หากวันนี้ (29 พ.ค. 61) ซึ่งชี้เส้นตายห้ามขายของเด็ดขาด แต่ยังไม่มีที่รองรับให้ จะทำอย่างไรต่อไป นางกัญจ์รัตน์ตอบด้วยแววตามุ่งมั่น ถ้าไม่มีหมายศาล ก็ต้องสู้
...
“วันที่ 29 นี้ บอกได้เลยว่ายังไม่ออก ถ้าที่ทางใหม่ยังไม่เห็นเป็นรูปเป็นร่าง ไม่ได้ดื้อรั้นแต่ขอเอาตัวรอดกัน เราจะปกป้องตัวเอง ถ้ามาจับ มายกของ ถ้าไม่มีหมายศาลจะไม่ให้คืน” นางกัญจน์รัตน์กล่าวยืนยัน
จัดที่ใหม่เสร็จ ค่อยไล่ ถ้าทำไม่ได้ ก็ต้องขายรอต่อไป
อย่างไรก็ตาม นางตุ่น ขาวผ่อง ซึ่งจับจองที่ไว้ขายกล้วยทอดมา 28 ปี ในบริเวณเต็นท์ซึ่งเป็นที่ที่ต้องจัดสรรให้กับผู้ค้าทางเท้าฝั่งหน้าห้างเดอะวัน ก็เป็นผู้ค้าที่ได้รับความเดือดร้อนเช่นกัน แต่หากมีการจัดสรรพื้นที่ใหม่ด้วยดีก็พร้อมให้ความร่วมมือ
“เขตจัดให้อยู่ตรงไหน ยังไงก็ต้องทำตาม ขออย่างเดียว จัดที่ใหม่ให้แม่ค้าก่อนแล้วค่อยไล่ ถ้าจัดไม่ได้ก็ต้องขายรอต่อไป ให้หยุดขายแล้วรอที่ใหม่ก็ไม่ไหว เพราะมีค่าใช้จ่ายทุกวัน” นางตุ่นเผยความรู้สึกกับทีมข่าวฯ ด้วยแววตาสิ้นหวัง กับทางออกที่ยังมืดมน
โค้งริมสวนหย่อม อีกพื้นที่รอสรุปว่าเปิดขายได้หรือไม่
นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าฯ ให้มาดูแลเรื่องนี้ เปิดเผยกับทีมข่าวฯ ว่า จากมาตรการดังกล่าวที่ได้ดำเนินการไปนั้นก็มีผู้ค้าที่ไม่พอใจเท่าไร แต่พยายามหาทางออกที่ทำให้รับกันได้ทั้งฝ่ายบ้านเมืองและผู้ค้า โดยส่วนตัวแล้วเป็นเรื่องที่หนักใจ เนื่องจากเป็นคนใจอ่อน แต่ก็ต้องทำเพื่อความเป็นระเบียบ และความสะดวกของผู้ใช้รถใช้ถนน
สำหรับพื้นที่แห่งใหม่ที่จัดสรรให้นี้มีจุดเดียวตรงบริเวณเต็นท์ตรงโค้งถนนข้างห้างเซ็นทรัล โดยไม่ให้ล้ำมาตรงฟุตปาท และผิวจราจร ซึ่งเดิมมี 70 ล็อก แต่ปัจจุบันกลายเป็นว่าหลายคนขายมานานแล้วยึดพื้นที่ บางคนก็เอาไป 2-3 ล็อกมารวมเป็นล็อกเดียว จึงให้ทางเขตจตุจักรเข้าไปดูแลและดำเนินการ
โดยหากพื้นที่ในเต็นท์เต็ม ผู้ค้าที่ยังไม่มีพื้นที่ขายนั้น ได้มอบหมายให้เขตจตุจักรปรึกษากับทางรถไฟในฐานะเจ้าของพื้นที่ว่าบริเวณโค้งริมสวนหย่อม ยอมให้เป็นพื้นที่ให้คนเข้าไปขายโดยไม่ล้ำไปบนผิวทางเท้าและผิวจราจรได้ตามจำนวนเท่าที่รับได้
โดยให้สำนักงานเขตจตุจักรไปทำการจัดบัญชีผู้ค้าและแบ่งช่องให้ผู้ค้าไปขายบริเวณนั้นให้ได้มากที่สุด โดยที่ทาง รฟท.ยินยอม และให้คุยเรื่องค่าเช่าและสัญญากับทาง รฟท.กันเองโดยทาง กทม.จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องทั้งสิ้นยกเว้นการจัดระเบียบเท่านั้นตามนโยบายท่านผู้ว่าฯ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง
ขอทำตามหน้าที่ 29 พ.ค. ผู้ค้าฝ่าฝืน จับปรับ 2 พันทันที
และหากวันนี้ ซึ่งเป็นวันแรกที่ห้ามขายของก็คงจับปรับ โดยได้ให้เจ้าหน้าที่ของเขต กอ.รมน. กทม เจ้าหน้าที่ทหาร และสำนักเทศกิจ เข้าสนธิกำลังเข้าดูแล หากตรึงพื้นที่ได้หมด ต่อไปจะให้เจ้าหน้าที่เทศกิจลงพื้นที่ทุกวันอย่างจริงจัง กวดขัน พบผู้ฝ่าฝืนก็ปรับวันละ 2 พันทันที
สำหรับพื้นที่ห้างต่อไปที่จะจัดระเบียบผู้ค้าที่มีลักษณะขายล้ำพื้นที่เช่นเซ็นทรัลลาดพร้าวนั้น ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นห้างสรรพสินค้าใด ขอปรึกษาสำนักเทศกิจก่อน ซึ่งรองผู้ว่าฯ เปิดเผยอีกว่า การจัดระเบียบผู้ค้าที่หน้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ถือว่าเป็นงานใหญ่และยาก เนื่องจากผู้ค้าหลายคนอยู่กันมานานหลาย 10 ปี หากทำพื้นที่นี้ได้สำเร็จ พื้นที่บริเวณอื่นๆ คงไม่ยาก
ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน
สืบเสาะข่าว รับเรื่องราวร้องทุกข์ สามารถส่งเรื่องราว หรือประเด็นปัญหาของท่านมาได้ที่ reporter.thairath@gmail.com หรือช่องทาง Facebook : ทีมข่าวเฉพาะกิจ