วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชูไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นเจาะลูกค้า “แสนสิริ”ผนึก“โตคิว”ลุยตลาดคอนโดหรู

ชูไลฟ์สไตล์ญี่ปุ่นเจาะลูกค้า “แสนสิริ”ผนึก“โตคิว”ลุยตลาดคอนโดหรู

  • Share:

“แสนสิริ” ตอกย้ำความสำเร็จ ทากะ เฮาส์ บุกญี่ปุ่นจับมือโตคิว เปิด 2 โครงการคอนโดมิเนียมสไตล์ญี่ปุ่น บนทำเลยอด นิยมคนเมือง เอกมัย–อ่อนนุช มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ตั้งเป้าขายได้ทันที 50% ภายใน 2 สัปดาห์ ด้านโตคิวเผยพร้อมลงทุนกับแสนสิริต่อเนื่อง แย้มสนใจร่วมธุรกิจโรงแรม

นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในการแถลงข่าวร่วมกับนายโทชิยูคิ โฮชิโนะ ผู้จัดการใหญ่ โตคิว คอร์ปอเรชั่น จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ว่า แสนสิริจะยังสานต่อ ความสำเร็จในการร่วมมือพัฒนาโครงการกับโตคิวต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมา ได้ร่วมกันพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม “taka HAUS” (ทากะ เฮาส์) มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท โดยทากะ เฮาส์ จะเป็นโครงการที่นำเสนอผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากกลุ่มลูกค้าทั้งคนไทยและต่างชาติ รวมถึงชาวญี่ปุ่น ปัจจุบันมียอดขายแล้วเกือบ 100%

ทั้งนี้ สำหรับแผนธุรกิจในปีนี้ แสนสิริ และโตคิว คอร์ปอเรชั่น จะต่อยอดความสำเร็จดังกล่าว ด้วยเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียม 2 โครงการใหม่มูลค่า รวมกว่า 5,000 ล้านบาท โดยโครงการแรกจะเป็นคอนโดมิเนียมแบบไฮไรส์ (Hi Rise) ความสูง 38 ชั้น ตั้งอยู่บนทำเลเอกมัย 11 แหล่งรวมไลฟ์สไตล์ที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพฯ และได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติในแถบตะวันตก แวดล้อมไปด้วยคอมมูนิตี้ มอลล์ ซุปเปอร์มาร์เกต โรงเรียนนานาชาติ โรงพยาบาล เป็นต้น ส่วนโครงการที่ 2 จะตั้งอยู่บนทำเลสุขุมวิท 50 หรือซอยอ่อนนุช ใกล้รถไฟฟ้าและจุดขึ้นลงทางด่วน โดยจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์ (Low Rise) ความสูง 8 ชั้น เน้นการพัฒนาภายใต้แนวคิดมอบความสงบและเป็นส่วนตัวให้กับชีวิตเมือง

“โครงการทั้ง 2 โครงการนี้ ทางโตคิวมีส่วนร่วมอย่างมากในการแชร์ความรู้ของการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่มอบความเป็นส่วนตัวใจกลางเมืองศูนย์กลางธุรกิจ ทั้งในด้านรูปแบบการใช้ชีวิตของคนเมืองของชาวญี่ปุ่น ที่จัดเต็มทั้งเรื่องไลฟ์สไตล์และเทคโนโลยี เพื่อใช้ในการออกแบบโครงการ โดย เฉพาะการใช้เทคโนโลยีในการใช้ชีวิตประจำวัน และรักษาความปลอดภัย อีกทั้งยังเน้นเรื่องของธุรกิจให้บริการสำหรับลูกบ้านของเรา ซึ่งโตคิวมีความถนัดในเรื่องนี้มาก เพราะทำธุรกิจด้านโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ตเมนต์ โดยทางแสนสิริเองก็มีบริษัทลูกที่ทำธุรกิจให้บริการลูกบ้านอยู่แล้ว คือ บริษัท พลัส พรอพเพอตี้ ซึ่งจะสามารถช่วยสร้างบรรยากาศในการอยู่อาศัยที่เป็นมาตรฐานของ
คนญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นการยกระดับคอนโดมิเนียมสำหรับคนไทยในมาตรฐานญี่ปุ่น”

นายอุทัย กล่าวว่า เชื่อว่าทั้ง 2 โครงการนี้จะได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยและต่างชาติ ซึ่งในส่วนของโครงการเอกมัยจะเปิดขายอย่างเป็น ทางการในเดือน มิ.ย.นี้ ขณะที่โครงการสุขุมวิท 50 จะเปิดขายในเดือน ก.ค.2561 ขณะที่ในส่วนของโตคิวจะเปิดขายในญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในเดือน ส.ค. พร้อมกันทั้ง 2 โครงการ ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ประมาณ 50% ในแต่ละโครงการภายใน 1-2 สัปดาห์แรก

อย่างไรก็ตาม ภายใต้ความร่วมมือ 2 โครงการดังกล่าว แสนสิริและโตคิวได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทใหม่ ภายใต้ชื่อบริษัท สิริ ทีเค ทรู จำกัด และ บริษัท สิริ ทีเค ทรี จำกัด ในสัดส่วนการถือหุ้นกลุ่มแสนสิริ 70% และกลุ่มโตคิว คอร์ปอเรชั่น 30% นอกจากนี้ บริษัทยังมองถึงความร่วมมือระยะยาวในอนาคต ที่ไม่เพียงแค่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมองถึงการเป็นพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างประเทศที่จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กันและกันอย่างยั่งยืน อาทิ การที่โตคิว คอร์ปอเรชั่น มีฐานลูกค้าที่จะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจในการผลักดันแบรนด์ “แสนสิริ” ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มลูกค้าชาวญี่ปุ่นเพิ่มมากขึ้น

“นอกเหนือจากการขายขาดแล้ว ธุรกิจที่เราวางไว้สำหรับตลาดญี่ปุ่น คือการให้เช่าคอนโดมิเนียมของแสนสิริ ทั้งการให้ปล่อยเช่าต่อของผู้ซื้อและบางส่วนทางบริษัทลูกของเราจะดำเนินการให้เช่าเอง เพราะที่ผ่านมาโครงการคอนโดมิเนียมกลางเมืองของบริษัท ซึ่งคนซื้อเป็นคนไทยทั้งหมด 400 ยูนิต แต่มีคนญี่ปุ่นมาเช่าต่อถึง 300 ยูนิต ดังนั้น ในส่วนนี้นอกจากขายขาดแล้ว เรายังจะเสนอให้โตคิวทำแผนขายการให้เช่าด้วย โดยจะเสนอแผนนี้ในโครงการทากะ เฮาส์ และ 2 โครงการใหม่ด้วย ทั้งนี้ แสนสิริตั้งเป้าที่จะเพิ่มยอดขายของลูกค้าญี่ปุ่นเป็น 10% ของลูกค้าต่างชาติทั้งหมด หรือมีมูลค่า 2,400 ล้านบาทภายในปีนี้ จากเดิมที่มีสัดส่วน 3-5%”

ด้านนายโทชิยูคิ โฮชิโนะ ผู้จัดการใหญ่ โตคิว คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า การร่วมมือกับแสนสิรินับเป็นความภาคภูมิใจของบริษัท โดยในปีนี้นอก จากพัฒนาคอนโดมิเนียมใหม่ 2 โครงการแล้ว บริษัทก็ยังมีแผนลงทุนกับแสนสิริต่อเนื่องทุกปี โดยขณะนี้ก็มีความสนใจที่จะร่วมกันทำธุรกิจโรงแรม นอกเหนือจากความเชื่อมั่นในแสนสิริแล้ว โตคิว คอร์ปอเรชั่น ยังมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยที่ยังเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้