ทำเนียบเตรียมรับสถานการณ์ ส่วนบิ๊กตู่โอ่ตัวเองแรงกว่าฟ้าผ่า 8แกนนำพท.มอบตัวกองปราบ
ฝ่ายมั่นคงผวา สนธิกำลังตำรวจ-ทหาร คุมเข้มทำเนียบ “บิ๊กป้อม” ย้ำมีฮาร์ดคอร์รอผสมโรงจริง ฮึ่มห้ามมาทำเนียบ อุบไต๋แผนเด็ด “ศรีวราห์” ขู่สื่อเสนอข้อมูลให้ดี สมาคมนักข่าวฯ สวน ตร.ไม่เคยประสานย้ำรายงานตามกรอบวิชาชีพ ภาคธุรกิจโวยกระทบท่องเที่ยว คสช.ล็อกตัวเจ้าของเครื่องขยายเสียงเข้าค่าย “วรชัย” ตอกกลับคนที่มีอาวุธคือ คสช. “เชิดชัย” โวยข่าวมั่ว กลุ่มอยากเลือกตั้งมึน มธ.ติดป้ายห้ามใช้สนามหญ้า ตร.ปิดล้อมห้ามเสื้อแดงเข้า ด้านผู้บริหาร มธ.ปัดห้ามใช้พื้นที่ อ้างไม่ได้ขอเอาไว้ “อภิสิทธิ์” เตือนระวังน้ำผึ้งหยดเดียว 8 แกนนํา พท.ตบเท้าเข้าพบกองปราบฯ “อ๋อย” ซัดรวบรัดเลือกปฏิบัติ “ชูศักดิ์” ยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย “บิ๊กตู่” เย้ยฟ้าบอกตัวเองแรงกว่า ป.ป.ช.เชือด “เมียกี้ร์” รวยผิดปกติ 42.8 ล้าน เลขาสภาฯ ปัดลดสเปกใช้เกรดจีน “พรเพชร” หั่นเหลือ 5 พันล้าน อุ้ม “สรศักดิ์” ซื่อสัตย์ให้อยู่ต่อ
ตามที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดชุมนุมและพร้อมเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล กดดันเร่งจัดการเลือกตั้งภายในปลายปี 2561 ขณะที่ฝ่ายความมั่นคง โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ออกมาเปิดเผยข้อมูลมีกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์รอผสมโรง ด้วยการใช้อาวุธหนักก่อความรุนแรงนั้น
วางแนวล้อมรอบทำเนียบฯ
เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล ถึงมาตรการเตรียมรับมือของกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ประกาศยืนยันจะเดินขบวนมาชุมนุมทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 22 พ.ค. เรียกร้องให้มีการจัดเลือกตั้งภายในเดือน พ.ย.2561 ให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ลาออก และให้กองทัพยุติการสนับสนุน คสช.นั้น ล่าสุดตั้งแต่ช่วงเช้าเจ้าหน้าที่ตำรวจเริ่มนำรั้วเหล็กมาวางชิดขอบทางเดินถนนพิษณุโลก ตั้งแต่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ มายังประตู 5 ฝั่งตรงข้ามกระทรวงศึกษาธิการ ไปจนถึงฝั่งประตูน้ำพุ บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก พร้อมสั่งตรวจเช็กกล้องวงจรปิดทุกตัวให้พร้อมใช้งาน ว่าที่ พ.ต.อ.กัมปนาท ณ วิชัย ผกก.4 บก.ส.3 กล่าวว่า ได้ประสานฝ่ายกองสถานที่ยานพาหนะและรักษาความปลอดภัย ทำเนียบรัฐบาล ร่วมกับกองกำกับการตำรวจสันติบาล3 กองกำกับการตำรวจสันติบาล 4 จัดกำลังไว้ 104นาย และกองบัญชาการตำรวจสันติบาลจัดกำลังสนับสนุน รวมเป็น 200 นาย ดูแลพื้นที่ภายใน
สนธิกำลังทหาร–ตร.คุมเข้ม
ว่าที่ พ.ต.อ.กัมปนาทกล่าวว่า ขณะที่พื้นที่รอบนอกทำเนียบฯใช้ตำรวจควบคุมฝูงชน 4 กองร้อย แบ่งเป็น 3 กองร้อย ดูแลตั้งแต่บริเวณถนนราชดำเนินนอก ถนนพิษณุโลก เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ สะพานอรทัย สะพานชมัยมรุเชฐ ประตู 3 ประตู 4 และประตู 5 และคลองผดุงกรุงเกษม มีเจ้าหน้าที่ประจำทุกตึก นอกจากนี้ยังมีหน่วยข่าวกรอง และทหารจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) และกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ร.21 รอ.) ช่วยดูแลด้วย ขณะที่ทาง กทม.สนับสนุนรถดับเพลิงและไฟส่องสว่าง ต้องขอความร่วมมือข้าราชการ เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ และสื่อมวลชน ติดบัตรประจำตัวเพื่อง่ายต่อการตรวจตรา ส่วนการจราจรโดยรอบประสานตำรวจ สน.ดุสิต สน.นางเลิ้ง ช่วยดูแล เชื่อว่าสถานการณ์ไม่มีอะไรน่ากังวล
ผบช.น. คาดมากัน 2 พันคน
ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา พล.ต.ต.ภาณุรัตน์ หลักบุญ รอง ผบช.น. ร่วมประชุมรับฟังสถานการณ์การชุมนุมบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ พล.ต.ท.ชาญเทพกล่าวว่า ที่ผ่านมามีตั้งด่านตรวจตราตลอด แต่ยังไม่พบความเคลื่อนไหวและไม่พบการขนอาวุธเข้ามาในพื้นที่ ส่วนกระแสข่าวว่ามีกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์เคลื่อนไหว จากการตรวจสอบยังไม่พบ ทั้งนี้ ผบ.ตร.กำชับให้ดูแลผู้ชุมนุมให้อยู่ภายใต้กฎหมาย คาดว่ามีผู้ชุมนุมประมาณ 2,000 คน ขอให้อยู่ในความสงบ ล่าสุดได้ประกาศให้ทำเนียบรัฐบาลเป็นพื้นที่ควบคุม ห้ามผู้ชุมนุมเข้าใกล้ในระยะ 50 เมตร มีการตั้งด่านสกัดกั้นผู้ชุมนุมที่จะเดินทางมาจากต่างจังหวัด จากการข่าวทราบว่าแกนนำมีการติดต่อกับนักการเมืองอยู่บ้าง แต่ลึกซึ้งขนาดไหนไม่ทราบ
“ศรีวราห์” ขู่สื่อเสนอข้อมูลให้ดี
พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้ตำหนิ ผกก.สน.ชนะสงคราม ไปแล้ว ที่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมนอนค้างเพื่อเตรียมชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และให้แก้ไขยกเลิกการอนุญาตไปแล้วเมื่อวันที่ 20 พ.ค. การชุมนุมถือว่าขัดคำสั่ง คสช. และฝ่าฝืนกฎหมาย เราจะดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับการเดินเท้าตนจะลงไปตรวจสอบด้วยตัวเอง เพราะใกล้เขตพระราชฐานระยะ 150 เมตรมาก อย่างไรก็ตาม จากการข่าวยังยืนยันว่ามีกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์แน่นอน แต่อยู่ที่ว่าเราจะหยุดได้หรือไม่ ส่วนข้อปฏิบัติของสื่อมวลชนต้องใช้ ปลอกแขนที่ บช.น.ออกให้เท่านั้น ไม่อนุญาตใช้บัตรอื่นใดทั้งสิ้นมิฉะนั้นจะถูกดำเนินคดี ห้ามอยู่รวมกับผู้ชุมนุมเด็ดขาดให้อยู่ฝั่งเดียวกับตำรวจเท่านั้น ห้ามนำเสนอข้อมูลสร้างความแตกแยก ยุยงปลุกปั่น ย้ำว่าหากไม่มีสัญลักษณ์บอกฝ่ายไม่ควรเข้าพื้นที่
บก.จร.แจ้งเลี่ยง 12 เส้นทาง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ประกาศแจ้งเตือนประชาชนทั่วไปผู้ใช้รถใช้ถนน ผู้ปกครองและนักเรียน ขอหลีกเลี่ยงเส้นทางดังต่อไปนี้ 1.ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า 2.ถนนราชดำเนินใน 3.แยกสวนมิสกวัน 4.ถนนหลานหลวง 5.ถนนราชดำเนินนอก 6.แยกผ่านฟ้าฯ 7.ถนนพิษณุโลก 8.ถนนมหาไชย 9.ถนนราชดำเนินกลาง 10.แยกมัฆวานฯ 11.ถนนพระรามแปด 12.ถนนจักรพรรดิพงษ์ ด้าน พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. กล่าวว่า จัดกำลังเสริมจาก สน.ชนะสงคราม และ สน.ใกล้เคียงพื้นที่ชุมนุม เตรียมพร้อมอำนวยความสะดวกให้ประชาชน แต่หากมีการเคลื่อน ขบวนหรือเหตุฉุกเฉิน ขอให้ประชาชนตรวจสอบสภาพการจราจรก่อนออกเดินทาง หรือโทร.สอบถาม ได้ที่สายด่วน 1197
ภาคธุรกิจโวยกระทบท่องเที่ยว
ด้าน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. นำคณะผู้แทนภาคธุรกิจการท่องเที่ยว 20 องค์กร จำนวน 200 คน เข้าพบนายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อหารือกรณีมีการชุมนุมทางการเมืองที่อาจส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทย โดยผู้แทนภาคธุรกิจท่องเที่ยวระบุว่า ทุกวันนี้ประเทศพัฒนาไปไกลเกินกว่าจะย้อนไปจุดเดิมที่มีแต่ความขัดแย้ง ปิดสนามบิน ออกมาเดินบนท้องถนน พฤติกรรมเหล่านั้นล้วนส่งผลเสียต่อการท่องเที่ยวระยะยาว จึงอยากให้ทุกฝ่ายกลับไปทบทวน และให้มองเห็นประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน
“ป้อม” ย้ำฮาร์ดคอร์รอผสมโรง
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า มีกฎหมายควบคุมอยู่ ไม่ต้องเป็นห่วง และห้ามเดิน กำลังดำเนินการให้เกิดความสงบอยู่ และคงไม่ต้องประเมินจำนวนผู้ชุมนุม มีเท่าที่เห็นเป็นพวกอยากเลือกตั้ง ส่วนกลุ่ม ฮาร์ดคอร์เสื้อแดงที่จะเข้ามาผสมโรง โดยใช้อาวุธ เข้ามาสร้างสถานการณ์ ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง ในเชิงการข่าวมีการเชื่อมโยงว่ามีการจับอาวุธได้ แต่จับได้ที่ไหนไม่รู้ การชุมนุมต้องอยู่ในสถานที่ที่จัดให้ เจ้าหน้าที่พูดคุยกับแกนนำกลุ่มชุมนุมแล้วว่าเดินไม่ได้ ถ้าเดินต้องรับผิดชอบ เพราะผิดกฎหมาย
เบรกกลุ่ม กปปส.ห้ามชุมนุม
เมื่อถามถึงกรณีกลุ่ม กปปส.ประกาศนัดชุมนุม วันที่ 27 พ.ค. ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ พล.อ.ประวิตร ตอบว่า ยังไม่ถึงวัน แต่ก็ออกมาไม่ได้เหมือนกัน ไม่ว่ากลุ่มไหนไม่สามารถชุมนุมทางการเมืองได้ มั่นใจว่าทั้งสองกลุ่มจะไม่เกิดปะทะกัน “ผมเอาอยู่ เพราะเอาอยู่มา 4 ปีแล้ว ขอย้ำให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวในทิศทางที่ดี ขอตำหนิสื่อที่เขียนกล่าวหาว่า ผมไปพบนายเสนาะ เทียนทอง แกนนำพรรคเพื่อไทย ยืนยันว่าไม่ได้เจอกันมากว่า 50 ปี ส่วนกรณี พล.อ. ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้ตั้งรัฐบาลเฉพาะกาลนั้น ให้ พล.อ.ชวลิตไปจัดตั้งเอง”
“บิ๊กตู่” เลื่อนเยือนเบลเยียม
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบฯว่า เดิมกำหนดเดินทางเยือนยุโรปของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เริ่มที่การเยือนกรุง บรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม ปลายเดือน พ.ค.นี้ ล่าสุดมีรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศว่า การเยือนเบลเยียมได้ยกเลิกกะทันหัน เนื่องจากนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.ต่างประเทศ เสนอนายกฯให้เลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากกังวลการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค. อาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ประเทศที่ยังเกิดความวุ่นวาย อาจถูกต่างประเทศตั้งคำถามถึงสถานการณ์ในประเทศไทยได้ ให้เลื่อนไปเป็นช่วงเดือน มิ.ย.แทน
ดีอีจับตากระแสปั่นในโซเชียลฯ
นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงดีอีติดตามความเคลื่อนไหวผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ พบว่ามีปลุกปั่น แต่ก็ยังอยู่ในระดับปกติ แนวทางที่ต้องปฏิบัติคือการสร้างความเข้าใจ ดูแล พร้อมขอความร่วมมือผู้ที่ไม่หวังดี อย่าสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย
ล็อกเจ้าของเครื่องเสียงเข้าค่าย
พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช.กล่าวว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าวว่ากองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.)จังหวัดปทุมธานี เชิญตัวนายอุทัย แถวโพธิ์ อายุ 51 ปี เจ้าพนักงาน บ.ทีโอที จำกัด มหาชน มาสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการเป็นผู้สนับสนุนการจัดการชุมนุมและเคลื่อนไหวทาง การเมืองนั้น เป็นการเชิญตัวมาสอบถามข้อมูลความเกี่ยวข้องเชื่อมโยง ในการเป็นผู้สนับสนุนการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองในหลายโอกาส ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า ให้การสนับสนุนระบบไฟฟ้าและ เครื่องเสียงในหลายครั้งที่ผ่านมา โดยได้รับค่าตอบแทน จากแกนนำการชุมนุมจริง และให้ข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อทางราชการ จากการพูดคุยขอความร่วมมือ และทำความเข้าใจว่า สถานการณ์ปัจจุบัน การชุมนุมหรือเคลื่อนไหวทางการเมืองควรต้องอยู่ในกรอบกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิ์บุคคลอื่น อาจเป็นความผิดตามกฎหมายได้ โดยเจ้าตัวตอบรับและแสดงออกถึงความร่วมมือเป็นอย่างดี ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ปล่อยตัวและนำตัวไปส่งกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ
สมาคมฯ แจง ตร.ไม่ได้ประสาน
นายปรัชญาชัย ดัชถุยาวัตร โฆษกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมนักข่าวฯตรวจสอบกับองค์กรสื่อในภาคีแล้ว พบว่า การจัดทำปลอกแขนดังกล่าวเป็นการดำเนินการเองของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ได้ประสานหรือแจ้งมายังสมาคมนักข่าวฯ หรือองค์กรสื่อแต่อย่างใด รวมทั้งมีสื่อมวลชนบางส่วนไม่สบายใจหากต้องนำบัตรสื่อมวลชนไปแลกปลอกแขนที่จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ เพราะเคยเกิดกรณีมีเจ้าหน้าที่แอบแฝงเป็นสื่อมวลชน นำปลอกแขนที่ออกโดยองค์กรสื่อไปใส่ในการทำข่าวชุมนุมมาแล้ว จนเกิดปัญหาในการรายงานข่าวในพื้นที่ ดังนั้น เพื่อความรอบคอบรอบด้าน ป้องกันไม่ให้สื่อมวลชนตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใด สมาคมนักข่าวฯ ขอแนะนำให้สื่อมวลชนแสดงตนทำข่าวตามหลักวิชาชีพ ด้วยการห้อย-ติดบัตรประจำตัวสื่อมวลชนที่แต่ละองค์กรออกให้ หรือบัตรสื่อมวลชนที่ผ่านการลงทะเบียนกับกรมประชาสัมพันธ์แล้ว และรายงานข่าวตามกรอบจริยธรรมวิชาชีพอย่างเคร่งครัด ส่วนการจัดทำเครื่องหมายของสื่อมวลชนในการทำข่าวการชุมนุมนั้น สมาคมฯ จะมีการปรึกษาหารือกับองค์กรสื่อภาคี กองบรรณาธิการสื่อที่เป็นสมาชิก เครือข่ายสื่อมวลชนต่อไป
“วรชัย” สวนมีแต่ คสช.ที่มีอาวุธ
ด้านนายวรชัย เหมะ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. กล่าวว่า ตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่า การข่าวพบกลุ่มแดงฮาร์ดคอร์เตรียมสร้างสถานการณ์นั้น การชุมนุมทุกครั้งมักมีข้อกล่าวหาใส่ร้ายมาตลอด ทั้งที่เขาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพและการคืนอำนาจให้ประชาชน ไม่ประสงค์ใช้กำลัง คนที่ใช้กำลังในการยึดอำนาจ และใช้อำนาจพิเศษเท่านั้นที่มีอาวุธในมืออยู่ตอนนี้ คสช.เข้าตรวจพื้นที่ทุกตารางนิ้วในประเทศมาตลอด 4 ปี มวลชนทั่วไปจะเอาอาวุธมาจากไหน อย่าสร้างภาพเรื่องการใช้อาวุธทำให้ประเทศเสียหายอีกเลย
โวยข่าวมั่วไร้ความรับผิดชอบ
นพ.เชิดชัย ตันติสิรินทร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เป็นข่าวที่ทั้งโกหก ทั้งมั่ว ถ้ามี แดงฮาร์ดคอร์จริง คงรบกันตั้งแต่พวก คสช.ทำรัฐประหารแล้ว ตลอด 4 ปีมานี้ คสช.ทำอะไรกันอยู่ ทำไมไม่ไปตามจับ การให้ข่าวแบบนี้ถือว่าไร้ความรับผิดชอบ ไม่น่าอยู่ในตำแหน่งระดับสูง เพราะข่าวแบบนี้ทำให้บ้านเมืองไม่สงบ เป็นข้ออ้างให้คนที่อยากอยู่ในอำนาจเอาไว้อ้าง วิธีการนี้เป็นกลยุทธ์ที่คนอื่นรู้ทันหมดแล้ว เลิกเสียที
มธ.ติดป้ายห้ามใช้สนามหญ้า
ส่วนบรรยากาศที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ซึ่งกลุ่มคนอยากเลือกตั้งนัดรวมตัวกัน มีความเคลื่อนไหวว่าตั้งแต่ช่วงเช้า แต่ทางฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีคำสั่งปิดการใช้สนามหญ้าโดยนำป้ายข้อความมาปักไว้ว่า “งดการใช้สนามชั่วคราว กำลังลงปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืช 20-23 พ.ค.” ส่งผลให้แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งต้องปรับแผนใหม่ โดยไปขอใช้พื้นที่บริเวณถนนด้านหลัง หอประชุมใหญ่ ติดกับรั้วด้านหน้ามหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จากนั้นกลุ่มแนวร่วมเริ่มทยอยเดินทางมาในพื้นที่ โดยมีการลำเลียงข้าวปลา อาหาร เครื่องเสียง เครื่องปั่นไฟ เต็นท์พับ และรถห้องน้ำ มาตระเตรียมไว้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน เริ่มระดมกำลังมารวมตัวกันที่ท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยฯ ตั้งเต็นท์อำนวยการส่วนหน้าไว้ พร้อมกระจายตรึงกำลังอยู่รอบทุกประตูเข้าออกด้วย
ตร.ปิดล้อมห้ามเสื้อแดงเข้า
กระทั่งเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ เริ่มปิดประตูทางเข้าทุกทาง โดยฝั่งเข้าออกถนนพระอาทิตย์ และประตูฝั่งท่าพระจันทร์ มีตำรวจตั้งจุดคัดกรองผู้ที่จะผ่านเข้าออก ให้ผู้ที่อยู่ด้านในออกได้อย่างเดียว ไม่อนุญาตให้ผู้ชุมนุมเข้า สร้างความไม่พอใจให้แนวร่วมกลุ่มคนเสื้อแดงที่เริ่มทยอยเดินทางมา ขณะที่แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้งต้องนำรถกระบะมาใช้เป็นเวทีปราศรัยแทน เนื่องจากรถเครื่องเสียงที่เช่าไว้เป็นเวทีปราศรัยถูกตำรวจยึดไปเมื่อคืนวันที่ 20 พ.ย. โดยประกาศให้ผู้ชุมนุมที่ทยอยเดินทางมาแต่เข้าไม่ได้ให้รวมตัวกันที่ป้ายรถเมล์หน้าธรรมศาสตร์ และจะจัดส่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายประสานงานไปรับเข้ามา กลุ่มคนเสื้อแดงจึงรวมตัวส่งเสียงโห่ฮาด่าทอรัฐบาลอยู่ที่หน้าธรรม– ศาสตร์ เพราะไม่พอใจตำรวจที่ไม่ให้เข้าร่วมชุมนุม
ผู้บริหาร มธ.ปัดห้ามใช้พื้นที่
นางเกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ภาพรวมการขอใช้พื้นที่จัดกิจกรรมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในครั้งนี้ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา และทางมหาวิทยาลัยฯไม่กังวลเรื่องมือที่สามที่จะเข้ามาสร้างสถานการณ์ เพราะได้จัดเวรยามและมีอาจารย์ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ได้ร้องขอให้เจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลเป็นพิเศษ เพราะส่วนตัวคิดว่าทุกคนอยู่ในกติกา
นายอรรถสิทธิ์ พานแก้ว ผู้ช่วยอธิการบดี มธ. กล่าวว่า กลุ่มคนอยากเลือกตั้งขอใช้พื้นที่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้ขอใช้พื้นที่บริเวณสนามฟุตบอล ภาพที่ปรากฏในสื่อว่าทางมหาวิทยาลัยติดป้ายงดใช้สนามชั่วคราว เพราะกำลังลงปุ๋ยและยากำจัดศัตรูพืชนั้น ขอชี้แจงว่าไม่เกี่ยวข้องกัน และสนามฟุตบอลอยู่ในช่วงปรับปรุงพื้นที่พอดี ส่วนการรักษาความปลอดภัยนั้น จัดเวรยามตามปกติ ไม่ได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติม ส่วนที่เห็นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแลนั้นเข้ามาตามหน้าที่ ไม่คิดว่าจะมีความรุนแรงหรือมีมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ ส่วนที่ต้องปิดประตูด้านหน้ามหาวิทยาลัย เพราะเป็นสัปดาห์สอบของทุกคณะ ตั้งแต่ระดับปริญญาตรี โท และเอก ดังนั้นเพื่อจัดการปัญหาการจราจรจึงขอปิดประตูด้านหน้า และเปิดให้ผู้ร่วมกิจกรรม รวมทั้งนักศึกษาที่จะเข้าสอบเดินเข้าทางประตูฝั่งท่าพระจันทร์ และท่าพระอาทิตย์ ไม่ได้มีแรงกดดันจากฝ่ายใด เป็นสิ่งที่มหาวิทยาลัยต้องดูแล ส่วนการขอใช้พื้นที่จัดกิจกรรม เป็นสิทธิที่สามารถกระทำได้ แต่ต้องไม่ละเมิดกฎหมาย
สั่งสแกนยิบเชื่อชุมนุมไม่ยืดเยื้อ
ต่อมาช่วงค่ำ พล.ต.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษก คสช. กล่าวว่า จากการประเมินสถานการณ์การชุมนุมจะไม่ยืดเยื้อ คาดว่ามีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 500-700 คน ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มนักศึกษา คนเสื้อแดง กลุ่มนักวิชาการ กลุ่มเอ็นจีโอ และมวลชนจากภูมิภาคประมาณ 100-200 คน ทางเจ้าหน้าที่จะดูแลอำนวยความสะดวก ดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด โดยเฉพาะก่อนที่ผู้ชุมนุมจะเดินทางเข้ามาในมหาวิทยาลัย ต้องผ่านจุดคัดกรองของเจ้าหน้าที่ ห้ามนำอาวุธเข้าไปเด็ดขาด เมื่อถามถึงกระแสข่าวจะมีกลุ่มฮาร์ดคอร์เข้ามาผสมโรง พล.ต.ปิยพงศ์ตอบว่า เบื้องต้นทราบว่าจะมีกลุ่มเสื้อแดงฮาร์ดคอร์มาร่วม แต่เจ้าหน้าที่จะดูแลความปลอดภัยให้ดีที่สุด ต้องสแกนคนเข้าพื้นที่ไม่ปล่อยเข้ามาแบบมั่วๆ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกระดับจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
องค์กรสากลร่วมสังเกตการณ์
จากนั้นบรรยากาศการชุมนุมกลุ่มคนอยากเลือกตั้งตั้งแต่ช่วงเย็นถึงค่ำ เริ่มคึกคักขึ้นเมื่อมวลชนทยอยเดินทางมาสมทบอย่างคับคั่ง เจ้าหน้าที่ประเมินยอดไว้ราว 300-500 คน โดยมีเจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบทั้งทหารตำรวจนับร้อยคน กระจายกำลังเข้าแฝงตัวสังเกตการณ์บันทึกภาพการชุมนุมไว้อย่างละเอียด โดยมีคณะผู้สังเกตการณ์จำนวน 9 คน จากฮิวแมนไรท์วอทช์ และแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ตัวแทนสำนักข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เจ้าหน้าที่สถานทูตต่างๆ นำโดยนายสุนัย ผาสุก มาร่วมสังเกตการณ์ด้วย ต่อมานายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือจ่านิว แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง เดินนำมวลชนไปที่ประตู 3 ก่อนจะใช้ทีมงานนำคีมตัดเหล็กตัดกุญแจที่ล็อกประตูไว้ออก เปิดให้มวลชนที่ถูกสกัดไว้เดินเข้ามาที่หลังหอประชุมใหญ่ได้ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำแผงรั้วเหล็กมาล้อมนอกประตู 3 เปิดจุดคัดกรองและขอถ่ายบัตรประชาชนผู้ที่จะผ่านเข้าไปแทน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมไม่ยอมเกิดการยื้อยุดกันสักพัก จนมี การเจรจาก่อนที่เจ้าหน้าที่จะยอมผ่อนปรนให้ บรรยากาศ จึงเริ่มผ่อนคลายลง
ขออำนาจศาลคุ้มครองชั่วคราว
กระทั่งถึงช่วงหัวค่ำ ปรากฏว่าทางมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ไม่เปิดไฟด้านหลังหอประชุมใหญ่และหอประชุมศรีบูรพา ซึ่งเป็นพื้นที่ชุมนุม ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมทั้งหมดราว 300 คน ต้องรวมตัวกันอยู่ในความมืดมิด โดยผู้ชุมนุมจำนวนหนึ่งทยอยเดินทางกลับเพื่อเตรียมกลับมาร่วมชุมนุมใหม่ในช่วงเช้า จนเวลาประมาณ 20.00 น. ฝนตกลงมาอย่างหนัก มวลชนพากันแตกกระเจิงหาที่หลบฝน ทำให้การปราศรัยต้องยุติลงโดยปริยาย น.ส.ชลธิชา แจ้งเร็ว แกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลปกครองกลาง ขอให้คุ้มครองการชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งในวันที่ 22 พ.ค. เนื่องจากการที่ทางกลุ่มยื่นขอจัดการชุมนุมตาม พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว แต่ได้รับคำตอบว่าต้องขออนุญาตจากทาง คสช.ด้วย เนื่องจากการชุมนุมเกิน 5 คน เข้าข่ายขัดคำสั่ง หน.คสช.ที่ 3/58 ทางกลุ่มมองว่าคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 3/2558 นั้นขัดกับ พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองการชุมนุม ทราบว่าศาลรับไต่สวน รอคำสั่งอยู่ว่าจะคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่
“อภิสิทธิ์” แนะค่อยๆผ่อนอำนาจ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในโอกาสครบ 4 ปี คสช. เรายัง หวั่นใจกลัวว่าเหตุการณ์รัฐประหารจะเกิดขึ้น ที่ คสช. ประกาศไว้ตอนเข้ามาว่าจะทำให้ประเทศก้าวพ้นความขัดแย้ง เราสรุปบทเรียนแล้วว่าจริงหรือไม่ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็ยังมีอารมณ์รุนแรง จึงวางใจไม่ได้ ต้องช่วยกันคิดว่าอนาคตจะหลีกเลี่ยงเรื่องนี้ได้อย่างไร ที่กลุ่มอยากเลือกตั้งนัดชุมนุม ตนเคยบอกว่าการใช้กฎหมายพิเศษไม่สามารถทำได้ตลอดไป วันหนึ่งก็ต้องหมดไป การถืออำนาจเบ็ดเสร็จอาจใช้ได้ในห้วงเวลาหนึ่ง แต่ถ้าถูกตั้งคำถามท้าทายมากขึ้น ถึงจุดหนึ่งต้องดูว่าปฏิบัติได้แค่ไหน อย่างไร อยากเสนอรัฐบาลว่าควรหรือไม่ว่าต้องมีโรดแม็ปเฉพาะ จะค่อยๆผ่อนคลายการใช้อำนาจพิเศษวันนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังไม่ปลดล็อก มีแค่จะไม่เอาพลเรือนไปขึ้นศาลทหาร
เตือนให้ระวังน้ำผึ้งหยดเดียว
นายอภิสิทธิ์กล่าวต่อว่า การชุมนุมของกลุ่มคนอยากเลือกตั้งที่เคยเคลื่อนไปหน้ากองทัพบก ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าใครจะเป็นคนตัดสินว่ารูปแบบการชุมนุมอะไรที่ถือว่าผิด หรือถูก การรวมตัวกันเกิน 5 คนก็มีหลายครั้ง จึงเสนอให้ค่อยๆปรับ ไม่อย่างนั้นเราทำตัวไม่ถูกว่าอำนาจพอเลิกแล้วจะทำอย่างไรก็ได้ ต้องยอมรับว่ามีแนวคิดการต่อต้าน และต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลหน้าที่เป็นรัฐบาลปกติ ต้องสามารถอยู่ร่วมได้กับการชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธ ส่วนที่เกรงว่าการชุมนุมวันที่ 22 พ.ค. จะบานปลายนั้น หลายฝ่ายมองว่าสถานการณ์น่าจะควบคุมได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับการปฏิบัติที่เกิดขึ้นจริงด้วย อย่าให้เป็นน้ำผึ้งหยดเดียว
“สุเทพ” ตัดบท กปปส.ไม่ชุมนุม
ช่วงบ่าย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) แถลงถึงกรณีมีบุคคลอ้างชื่อกลุ่ม กปปส. นัดชุมนุมเพื่อแสดงออกว่าไม่อยากเลือกตั้ง ในวันที่ 27 พ.ค. ว่าแกนนำ กปปส.ไม่มีความคิดว่าไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เราเคารพรัฐธรรมนูญที่ต้องการให้มีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ จุดยืนชัดเจนว่าสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ขอตั้งข้อสังเกตว่ามีผู้พยายามสร้างสถานการณ์เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น ทำท่าทีว่าอยากให้มีการเลือกตั้ง แต่เป็นการยั่วยุให้เกิดปัญหาจน คสช.ไม่อาจจัดการเลือกตั้งได้ และยังมีอีกกลุ่ม ที่คิดเลยเถิดไปถึงขั้นให้มีรัฐบาลแห่งชาติ แล้วไม่ต้องมีการเลือกตั้ง ทั้งสองความคิดนี้ไม่ใช่ของ กปปส. ฝากถึงมวลชน กปปส. ระมัดระวังอย่าตก เป็นเครื่องมือฝ่ายใดทั้งสิ้น ดังนั้นจะไม่มีการชุมนุมของ กปปส. ที่จะทำให้เกิดความยุ่งเหยิงต่อบ้านเมืองมากไปกว่านี้ ที่ผ่านมาไม่เคยพูดว่าจะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯคนต่อไป เพียงแต่สนับสนุนให้ทำหน้าที่นายกฯในขณะนี้ให้สมบูรณ์
ร้อง ผบ.ทบ.ถูกทหารประกบ
ที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ของรัฐ กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) นางอาอีซะฮ์ เสาะหมาน ชาวบ้าน อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น พร้อมนายคารม พลพรกลาง ทนายความกลุ่ม นปช. เข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ขอให้ตรวจสอบกรณีมีทหารสังกัดกองทัพภาคที่ 2 ติดตามนางอาอีซะฮ์ จนเกรงว่าจะเกิดอันตราย หลังจากได้แสดงพฤติกรรมล้อเลียน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ต่อมามีคนนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ยูทูบ นางอาอีซะฮ์กล่าวว่า รู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยในชีวิต เพราะไม่ทราบว่าทหารมาติดตามด้วยสาเหตุใด ที่ผ่านมาเคยไปร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวบ้าง เช่น กับกลุ่มเครือข่ายภาคประชาชน ที่จัดกิจกรรม “We Walk...เดินมิตรภาพ”
8 แกนนำ พท.เข้าพบกองปราบ
วันเดียวกัน เวลา 09.30 น. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) แกนนำพรรคเพื่อไทย 8 คน ได้แก่ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ รักษาการหัวหน้าพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค นายชูศักดิ์ ศิรินิล ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรค นายชัยเกษม นิติสิริ อดีต รมว.ยุติธรรม นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีต รมว.ศึกษาธิการ นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์ และนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีต รมว.คลัง เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา หลัง คสช.แจ้งความดำเนินคดีกรณีจัดแถลงข่าววิจารณ์ผลงานรัฐบาล 4 ปี โดยมีบรรดาอดีตรัฐมนตรี อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย แกนนำ นปช. และผู้สนับสนุนมารอให้กำลังใจจำนวนมาก อาทิ นายโภคิน พลกุล อดีต รมว.มหาดไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายวรชัย เหมะ
ลั่นทำตามเนื้อผ้าไม่มีนอกใน
ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางมาร่วมสอบปากคำ 8 แกนนำพรรคเพื่อไทย พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า พนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมาย ไม่มีซ้ายไม่มีขวา ไม่มีนอกไม่มีใน แยกดำเนินการตามข้อหา โดย 3 คนที่เป็นผู้นั่งแถลงต้องแจ้งข้อหาความผิดตาม ป. อาญามาตรา 116 ส่วนที่เหลือโดนข้อหาร่วมกันมั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้มีการแถลงข่าวหลายต่อหลายครั้งทำไมไม่โดนแจ้งข้อกล่าวหานั้น เพราะตนไม่ทราบ หากมีการร้องทุกข์มาจะดำเนินคดี ยืนยันว่าตรงไปตรงมาทำงานตามเนื้อผ้า วันนี้ผู้ถูกกล่าวหายังมาไม่ครบขาดไป 1 คน คือ นายศักดา นพสิทธิ์ ส่วนทั้ง 8 ราย ที่มาตามหมายเรียกไม่ได้มีท่าทีหลบหนี ภายหลังการสอบปากคำจะปล่อยตัวทันทีโดยไม่ได้มีเงื่อนไขใดๆ
“อ๋อย” ตอกรวบรัดเลือกปฏิบัติ
ขณะที่นายจาตุรนต์กล่าวภายหลังได้รับการ ปล่อยตัวว่า มีข้อสังเกตหลังได้ดูเอกสารการแจ้งข้อหาแล้ว พบว่าขั้นตอนทุกอย่างมีความรวบรัด มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่เป็นธรรมกับพวกตน มีการเลือกปฏิบัติ จึงได้พูดต่อหน้า พล.ต.อ.ศรีวราห์ว่าประเทศที่เป็นประชาธิปไตย ไม่ควรให้เกิดสิ่งเหล่านี้ โดยเฉพาะตำรวจเป็นต้นทางกระบวนการยุติธรรม ไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด และหวังว่าการกระทำแบบนี้จะไม่เกิดกับประชาชนทั่วไป ส่วนจะมีการจะฟ้องกลับบุคคลใดหรือไม่ คงเป็นขั้นตอนต่อไป
“ชูศักดิ์” ยันไม่ได้ทำผิดกฎหมาย
นายชูศักดิ์กล่าวว่า ยืนยันว่าการแถลงข่าวไม่ใช่การชุมนุมทางการเมืองตามที่มีการแจ้งข้อกล่าวหา การแถลงข่าวเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อ ไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดแม้แต่ข้อเดียว ขอฝากพนักงานสอบสวนให้พิจารณาด้วยความยุติธรรม ไม่ใช่มีใครมาแจ้งความแล้วจับดำเนินคดีทันที เห็นว่าการใช้ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 เป็นเครื่องมือสกัดยับยั้งคนที่เห็นต่าง ถือเป็นเรื่องที่ไม่ชอบธรรม
ซัดใช้ ก.ม.กลั่นแกล้งการเมือง
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ข้อกล่าวหาทั้ง 4 ข้อสะท้อนว่าฝ่ายความมั่นคงใช้กฎหมายไม่ยุติธรรม ไม่เสมอภาค เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีสมาชิกนั่งแถลง 3 คน อีก 5 คนไม่ได้เกี่ยวข้อง และก่อนแถลงได้เจรจากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ไม่สามารถให้คำตอบที่ชัดเจนได้ วันนั้นพรรคก็ไม่ได้แถลงใดๆ แต่เป็นเรื่องของสมาชิกพรรคที่ดำเนินการ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คิดว่าเป็นการใช้กฎหมายเพื่อกำจัดคนเห็นต่างอย่างไม่ยุติธรรม เป็นเครื่องมือทางการเมือง เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ฝ่ายรัฐบาลต้องรับผิดชอบหากเกิดสิ่งใดขึ้นในอนาคต ส่วนข้อกล่าวหาที่แจ้งจับจะโยงไปถึงการยุบพรรคหรือไม่นั้น ดูทุกเรื่องที่แถลงยังไม่เห็นมีข้อไหนเข้าข่ายความผิดจนนำไปสู่การยุบพรรค และไม่คิดว่ารัฐบาลจะกล้าทำในสิ่งนี้
ให้ รบ.แยกวิจารณ์-ความมั่นคง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การดำเนินคดีกับแกนนำพรรคเพื่อไทย รัฐบาลไม่ควรตีความการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเรื่องความมั่นคง ยกเว้นว่ามีเจตนายุยงปลุกปั่น ถ้าเป็นเรื่องหมิ่นประมาทใส่ร้ายก็ว่ากันไป ถ้าไม่แยกการวิจารณ์กับการปลุกระดมยุยง มันอันตราย ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ระบุว่าถ้าไม่ดีจริงคงอยู่ไม่ได้ถึง 4ปีนั้น เห็นว่าถ้า คสช.ประเมินแบบตรงไปตรงมากับประชาชน น่าจะเป็นผลดีมากกว่า
“บิ๊กตู่” เย้ยฟ้าบอกตัวเองแรงกว่า
เวลา 09.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเตรียมการจัดประชุมผู้นำยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ภายหลังการประชุมนายกฯได้ใช้เวลาหารือกับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เป็นการส่วนตัวไปได้ครู่เดียว ปรากฏว่าบรรยากาศท้องฟ้าบริเวณทำเนียบรัฐบาลได้เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และมีเสียงฟ้าร้องดังเป็นระยะๆ เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์เดินออกมา ผู้สื่อข่าวพยายามตะโกนสอบถามถึงมาตรการรับมือกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ระหว่างนั้นเกิดฟ้าผ่าเสียงดังสนั่น พล.อ.ประยุทธ์ออกอาการตกใจเล็กน้อย แต่ยังคงกล่าวว่า “เห็นไหมฟ้าผ่าแล้ว” ก่อนจะใช้นิ้วชี้เข้าหาตัวเองพร้อมกล่าวว่า “แต่นี่แรงกว่าเสียงของฟ้า” แล้วรีบเดินเลี่ยงขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที
เปรย 4 ปี ยังต้องทำอะไรอีกเยอะ
กระทั่งช่วงบ่าย พล.อ.ประยุทธ์เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ครั้งที่ 2/2561 โดยก่อนปิดการประชุม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า วันนี้วันที่ 21 พ.ค. พรุ่งนี้เป็นวันที่ 22 พ.ค. ครบรอบ 4 ปี การเข้ามาทำหน้าที่บริหารประเทศของรัฐบาล คสช. รู้สึกว่าเป็นเวลาแป๊บเดียว บางคนอาจบอกว่า 4 ปีเป็นเวลาที่นาน แต่สำหรับตนเห็นว่ายังมีอะไรที่ต้องแก้ไข และทำอีกเยอะ
ฟ้องคุ้มครองชื่อ “พรรคเกรียน”
ที่สำนักงานศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้ยื่นขอจัดตั้งพรรคเกรียน เข้ายื่นฟ้องนายทะเบียนพรรคการเมืองต่อศาลปกครองกลาง กรณีไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อพรรคเกรียน จึงขอพึ่งศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครอง แต่เตรียมชื่อสำรองที่จะไปยื่นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองไว้แล้ว คือชื่อพรรคเกียน ที่แปลว่า อ่าว หรือทะเล ไม่มีความหมายในเชิงแสลง แต่หมายถึงความกว้างใหญ่เป็นพรรคของมวลชน โดยจะแนบเหตุผลด้วยว่าเปลี่ยนชื่อโดยไม่เต็มใจ หากศาลปกครองเห็นว่าใช้ชื่อพรรคเกรียนได้ก็จะขอใช้ชื่อดังกล่าว
ต่อมานายสมบัติ บุญงามอนงค์ เดินทางมายื่นขอแก้ไขชื่อพรรค จากพรรคเกรียน เป็นพรรคเกียน ต่อสำนักงาน กกต. โดยนายสมบัติกล่าวว่า มั่นใจว่าชื่อพรรคเกียนที่ยื่นใหม่จะไม่มีปัญหา
ส่งความเห็นเพิ่มให้ศาล รธน.
อีกเรื่อง ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายราเมศ รัตนะเชวง ฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ได้รับมอบอำนาจจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เข้ายื่นความเห็นเพิ่มเติมต่อศาลรัฐธรรมนูญ กรณีพรรคประชาธิปัตย์เคยยื่นคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองมาตรา 140 และ 141 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 นายราเมศกล่าวว่า พรรคมีประเด็นเพิ่มเติมที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อชี้ให้เห็นถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง คสช. ที่ 53/2560 เนื่องจากหลังสิ้นสุดเดือน เม.ย. ที่กฎหมายเปิดให้สมาชิกพรรคยืนยัน ยอดจำนวนการยืนยันการเป็นสมาชิกลดลงจาก 2 แสนคน เหลือแสนกว่าคน ถือว่าเป็นการตรากฎหมายที่ละเมิดสิทธิ และเป็นภาระต่อประชาชน บางคนไม่สามารถเดินทางมายืนยันตัวตนได้ภายในกำหนด บางคนมีปัญหาด้านการเงิน
เชือด “เมียกี้ร์” รวยผิดปกติ
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. แถลงว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดนางระพิพรรณ พงศ์เรืองรอง อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ภริยานายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กรณีร่ำรวยผิดปกติ โดยตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินกรณีการเข้ารับตำแหน่งและพ้นจากตำแหน่งครบ 1 ปี พบว่ามีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นผิดปกติ 42,816,226 บาท คือ 1.เงินฝากธนาคาร 6 บัญชี จำนวน 27.6 ล้านบาท 2.ที่ดิน 3 แปลง มูลค่า 9.4 ล้านบาท 3.สิ่งปลูกสร้าง 1 หลัง มูลค่า 2 ล้านบาท 4.รถยนต์ 1 คัน มูลค่า 1.8 ล้านบาท 5.เงินที่นำมาชำระหนี้เงินกู้ธนาคาร จำนวน 1.9 ล้านบาท โดยให้ส่งสำนวนและรายงานทั้งหมดแก่อัยการสูงสุด เพื่อยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ตกเป็นของแผ่นดินต่อไป
“สรศักดิ์” ปัดลดสเปกไอทีเกรดจีน
ที่รัฐสภา นายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการปรับลดมาตรฐานระบบไอทีของอาคารรัฐสภาใหม่ จากมาตรฐานยุโรปลงเป็นมาตรฐานของจีน ว่า ไม่เคยพูดว่าจะใช้สเปกของประเทศจีน ขณะนี้อยู่ระหว่างการพูดคุยว่าจะปรับลดลงแค่ไหน อย่างไร ยังอยู่ในขั้นตอนการขอกรอบงบประมาณยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างแต่อย่างใด เรื่องคุณภาพต้องสามารถใช้ให้เกิดประโยชน์เท่าที่จำเป็น และพร้อมให้ตรวจสอบเต็มที่ ใจตนอยากลดงบฯให้ได้มากที่สุดจาก 8 พันล้านบาท ให้เหลือไม่เกิน 5 พันล้านบาทด้วยซ้ำ เพราะโอกาสหน้ายังมีโอกาสขอเพิ่มได้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของสมาชิกรัฐสภาในอนาคต ส่วนเรื่องนาฬิกาไม่เอาแล้ว จะเสนอให้ใช้นาฬิกาใส่ถ่านไปก่อน ติดเฉพาะในห้อง ประชุมสภาฯ ขณะที่ไมโครโฟนในห้องประชุมสภาฯที่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อแสดงตน และป้องกันกรณีการเสียบบัตรแทนกันนั้น จะเสนอให้ใช้ระบบยกมือขานชื่อ เพื่อแสดงตนแทน โดยต้องไปแก้ข้อบังคับการประชุม ขณะนี้ได้ร่างไว้คร่าวๆแล้ว
“พรเพชร” หั่นเหลือ 5 พันล้าน
นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เปิดเผยหลังการประชุมคณะทำงานพิจารณาการปรับลดงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศในรัฐสภาใหม่เป็นการภายใน ที่มีเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการวุฒิสภา ฝ่ายงบประมาณ ที่ปรึกษาโครงการเข้าร่วม ว่าเป็นการหารือเพื่อปรับลดงบฯจัดซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศ และสาธารณูปโภค ให้เหลือไม่เกิน 5 พันล้านบาท จากกว่า 8 พันล้านบาท ที่ ครม.ตีกลับให้มาทำรายละเอียด แบ่งเป็นงบไอทีรวม 4 พันล้านบาท ระบบสาธารณูปโภคกว่า 1 พันล้านบาท ซึ่งต้องชี้แจงให้ได้ว่าอีก 1 พันล้านบาท ที่เพิ่มขึ้นมาจากงบเดิมเมื่อปี 2556 แตกต่างอย่างไร แม้จะมีการปรับลดงบฯลง แต่สภาฯต้องสามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้ แม้ใช้ระบบไม่ทันสมัยที่สุด ในวันที่ 23 พ.ค.นี้ นายสรศักดิ์จะนำตัวเลขงบประมาณที่ปรับลดแล้วไปหารือกับสำนักงบประมาณเพื่อให้ได้ข้อสรุป และส่งให้ ครม.พิจารณาต่อไป
อุ้ม “สรศักดิ์” ซื่อสัตย์ให้อยู่ต่อ
นายพรเพชรกล่าวต่อว่า ส่วนนาฬิกาดิจิทัลที่สามารถรับสัญญาณดาวเทียมนั้น จะติดในห้องประชุมใหญ่ทั้ง 2 ห้องเพราะต้องมีการควบคุมเวลาการอภิปรายของสมาชิก ส่วนพื้นที่อื่นให้ใช้ระบบอนาล็อก สำหรับการทำงานของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังมีประสิทธิภาพและทำงานดีซื่อสัตย์สุจริต แต่ยอมรับว่าอาจมีปัญหาขึ้นบ้าง เป็นเรื่องปกติที่จะต้องช่วยกันแก้จนกว่าจะแล้วเสร็จ เมื่อถามว่า อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ไปยื่นหนังสือร้องถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อขอให้ปลดนายสรศักดิ์ออกจากตำแหน่งเพราะมีพฤติกรรมส่อทุจริต นายพรเพชรปฏิเสธที่จะตอบคำถามนี้ต่อสื่อมวลชน
นายกฯชี้น้ำมันแพงเป็นกลไกตลาด
อีกเรื่อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กล่าวแสดงความห่วงใยถึงปัญหาราคาน้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นว่า ราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นเป็นไปตามราคาตลาดโลก จึงรู้สึกเป็นห่วงคนไทยที่ต้องใช้น้ำมันราคาแพง แต่ขอให้ทุกคนเข้าใจ เพราะอาจมีการเข้าใจผิดว่ารัฐบาลทำให้ราคาน้ำมันแพง และยังไม่รู้ว่าราคาน้ำมันจะพุ่งขึ้นอีกนานแค่ไหน ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวเสริมในที่ประชุมด้วยว่า ราคาน้ำมันตอนนี้อยู่ที่ลิตรละ 30 บาทกว่า ในอดีตก็เคยมีราคาสูงถึง 40 บาทต่อลิตร
“วัชระ” ร้อง “บิ๊กตู่” ควรปลดไหม
ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (ฝั่ง ก.พ.) นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ขอให้พิจารณาพฤติกรรมและการปฏิบัติหน้าที่ของนายสรศักดิ์ เพียรเวช เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ว่าสมควรดำรงตำแหน่งต่อไปหรือไม่ เพราะอนุมัติการขยายเวลาก่อสร้างรัฐสภาใหม่ออกไปถึง 2 ครั้ง ครั้งแรก 421 วัน ครั้งที่สอง 674 วัน รวมเวลาทั้งสิ้น 1,482 วัน มากกว่าสัญญาการก่อสร้างเดิมที่กำหนดให้เสร็จภายใน 900 วัน และไม่สามารถบริหารงานให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างประหยัด คุ้มค่า โดยของบฯเพิ่มอีก 8,648 ล้านบาท จึงขอให้นายกฯพิจารณา
“ศรีสุวรรณ” จี้สอบ “มิลค์บอร์ด”
วันเดียวกัน นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมการ ป.ป.ช.ขอให้ตรวจสอบเอาผิดคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์ (มิลค์บอร์ด) และคณะอนุกรรมการฯทุกคน กรณีการจัดสรรสิทธิจำหน่ายนมโรงเรียนให้กับโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศตามโครงการอาหารเสริมโรงเรียนที่ได้นำข้อแนะนำและข้อท้วงติงของ ป.ป.ช.ที่ระบุว่า ต้องไม่มีผู้มีส่วนได้เสียในการจัดสรรสิทธิทั้งหน่วยงานและผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายนมโรงเรียนมาเป็นกรรมการพิจารณาจัดสรรสิทธิการจำหน่ายนมโรงเรียนที่อาจนำไปสู่เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน รวมทั้งขอให้ป.ป.ช. เอาผิดกับปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่น่าจะรับรู้แต่เข้าข่ายละเลยเพิกเฉย และอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนด้วย
ศาลแพ่งจำหน่ายคดีชั่วคราว
ที่ศาลแพ่ง ศาลนัดชี้และกำหนดแนวทางคดีที่ กกต.เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ประธานมูลนิธิมวลมหาประชาชนเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย (มปท.) และเลขาธิการ กปปส. กับพวกรวม 39 คน เป็นจำเลย ฐานละเมิดเรียกค่าเสียหาย กรณีกลุ่ม กปปส.ขัดขวางการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2557 ทำให้ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ โดย เรียกค่าเสียหายเป็นเงินรวม 3,100 ล้านบาท ศาลพิจารณาเห็นควรให้จำหน่ายคดีแพ่งไว้ชั่วคราว เพื่อรอฟังผลในส่วนคดีอาญา ที่นายสุเทพกับพวกถูกฟ้องในข้อหากบฏ และข้อหาอื่นที่รวมถึงการขัดขวางการเลือกตั้งจากการชุมนุม ทั้งโจทก์และจำเลยไม่คัดค้าน