วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ป้าทุบรถ' จี้ กทม.ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จ่อ รวมการต่อสู้10ปี ติดหน้าบ้าน

'ป้าทุบรถ' จี้ กทม.ปฏิบัติตามคำสั่งศาล จ่อ รวมการต่อสู้10ปี ติดหน้าบ้าน

  • Share:

'ป้าทุบรถ' จี้ กทม.ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองทันที ไม่ควรยื้อเวลาอีก ยัน ไม่ได้โกรธผู้ค้า รู้สึกเห็นใจ พร้อมเป็นลูกค้าอุดหนุน ด้านผู้ค้าครวญ ต้องรีบไปหาที่ขายใหม่ ไม่งั้นอดตาย หลังศาลตัดสินให้รื้อตลาด 


เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ความคืบหน้าภายหลังศาลปกครองกลางแผนกคดีสิ่งแวดล้อมพิพากษาผู้ว่าฯ กทม. และ ผอ.เขตประเวศ ปล่อยให้ตั้งตลาดล้อมบ้านป้าทุบรถโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สั่งรื้อตลาดทั้ง 5 ภายใน 60 วัน นับแต่คดีถึงที่สุด พร้อมห้ามมีผู้ค้าไปขายของสร้างความรำคาญแก่บ้านครอบครัวแสงหยกตระการอีก และให้  กทม.ชดใช้เยียวยาครอบครัวแสงหยกตระการที่เดือดร้อนมา 7 ปีเศษ เป็นเงิน 1,473,600 บาท


ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศของตลาดภายในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ซอยศรีนครินทร์ 55 จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย ตลาดรุ่งวาณิชย์, ตลาดยิ่งนรา, ตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต, ตลาดร่มเหลือง และตลาดสวนหลวง 1 ยังถูกปิดเงียบ มีเพียงผู้ค้าบางรายในตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต และตลาดยิ่งนรา ที่มานั่งเฝ้าอุปกรณ์ร้านค้าภายในตลาด และจับกลุ่มปรับทุกข์กันถึงคำพิพากษาของศาลปกครอง ขณะที่ผู้ค้าบางส่วนในตลาดยิ่งนราเริ่มมาทยอยเก็บแผงค้าย้ายไปหาทำเลขายของใหม่

ทั้งนี้ แม่ค้ารายหนึ่งในตลาดเปิ้ลมาร์เก็ต กล่าวว่า ยังไม่เคลื่อนย้ายแผงค้าออก เนื่องจากต้องการรอฟังความชัดเจนของเจ้าของตลาดว่าจะเอาอย่างไร เพราะเสียค่าทำสัญญาเช่าแผงรายปีไปแล้ว และเคยไปลองขายที่ตลาดที่อื่นก็ไม่สามารถขายได้กำไร เราขายอาหารปรุงสำเร็จวันต่อวัน ทำมาขายไม่ออกก็ขาดทุน ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาลงทุนต่อ

ส่วนผู้ค้าในตลาดยิ่งนรารายหนึ่งกล่าวว่า ตอนนี้ไม่มีรายได้มา 2 เดือนกว่าแล้ว เงินทุนก็เริ่มหมด เพราะก่อนหน้าที่ทั้งทางเจ้าหน้าที่  กทม.และเจ้าของตลาดบอกให้อดทนรออีกนิด เดี๋ยวก็จะกลับมาขายใหม่ได้ พวกเราก็รออย่างมีความหวัง แต่ผลคำสั่งของศาลปกครองกลางแผนกคดีสิ่งแวดล้อมที่มาเมื่อวาน ทำให้เราตัดสินใจไม่รอต่อไป ต้องไปหาที่ขายใหม่ ก่อนที่จะอดตายกัน ตอนนี้ก็ได้หวังว่าผู้ว่าฯ กทม.จะลงมาดูและให้การเยียวยาช่วยเหลือพวกเรากลุ่มผู้ค้าบ้าง  เพราะพวกเราทำมาหากินสุจริต โดยไม่รู้ว่าตลาดมีปัญหาไม่ถูกกฎหมายมาก่อน


ขณะที่ น.ส.อัชพิมพ์ อรุณลักษณ์ หนึ่งในผู้อาศัยในหมู่บ้านเสรีวิลล่า ใกล้กับตลาดทั้ง 5 แห่ง รู้สึกดีใจที่ศาลมีคำพิพากษาดังกล่าวออกมา เพราะหมู่บ้านจะได้สงบขึ้น แต่ในส่วนของผู้ค้าหาบเร่แผงลอยนั้น ตนยังไม่แน่ใจว่า กทม.จะดูแลกวดขันได้ตามคำสั่งศาลได้มากน้อยแค่ไหน เพราะเจ้าหน้าที่ก็มีจำกัด ประกอบกับผู้ค้าบางรายก็พร้อมจ่ายค่าปรับวันละ 2,000 บาท เพื่อแลกกับการตั้งแผงขายอาหารให้คนที่มาเที่ยวสวนหลวง ร.9


ต่อมาเวลา 13.00 น. น.ส.บุญศรี และ น.ส.รัตนฉัตร แสงหยกตระการ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่บริเวณหน้าบ้าน ว่า คำพิพากษาของศาลปกครองกลาง แผนกคดีสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นที่ชัดเจนว่าพื้นที่จัดสรรหมู่บ้านเสรีวิลล่า สวนหลวง ร.9 เป็นพื้นที่จัดสรรสำหรับที่อยู่อาศัย ไม่ใช่เพื่อการพาณิชย์ เป็นสิ่งที่พวกเรารอคอยกันมานาน จะได้อยู่อย่างสงบสุขเสียที เร็วๆ นี้ตนจะจัดทำป้ายคำพิพากษาของศาลปกครองนี้ รวมทั้งเรื่องราวกระบวนการต่อสู้เรียกร้องความเป็นธรรมที่ผ่านมาตลอดเกือบ 10 ปี มาติดหน้าบ้าน ให้ประชาชมทั่วไปได้ศึกษา และสังคมได้เข้าใจในเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด ยืนยันว่าพวกเราพี่น้องแสงหยกตระการไม่ได้มีความโกรธแค้น หรือไม่พอใจพ่อค้าแม่ค้าในตลาดทั้ง 5 แห่งเป็นการส่วนตัว พวกเรารู้สึกเห็นใจและพร้อมจะไปเป็นลูกค้าอุดหนุนร้านค้าต่างๆ หากร้านค้าไปตั้งอยู่ในสถานที่ที่ถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ว่าฯ  กทม. และ ผอ.เขตประเวศ ต้องไปดำเนินการเยียวยาพ่อค้าแม่ค้า เหล่านี้ เพราะว่าเป็นความผิดและการละเลยของผู้ว่าฯ กทม.และ  ผอ.เขตประเวศ มาตั้งแต่ต้น ที่ปล่อยปละให้เกิดเหตุนี้ขึ้นจนเกิดความเสียหายไปทั่ว

ส่วนกรณีที่ผู้ว่าฯ กทม. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามคำสั่งศาลปกครองกลาง คดีการจัดตั้งตลาดรอบบ้านพักของ นางสาวบุญศรี แสงหยกตระการ โดยมี นายวันชัย ถนอมศักดิ์ รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน เพื่อศึกษาว่าจะยื่นอุทธรณ์คดีในส่วน กทม.จะต้องจ่ายชดใช้เยียวยาครอบครัวแสงหยกตระการที่เดือดร้อนมา 7 ปีเศษ เป็นเงิน 1,473,600 บาทนั้น น.ส.บุญศรี กล่าวว่า  กทม.ควรจะปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลทันที ไม่ควรยื้อซื้อเวลาต่อไปอีกแล้ว.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้