วันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โซเชียลรุมค้าน สร้างที่จอดเรือ บ้านอ่าวกุ้ง หวั่นทำลายแนวปะการัง

ผวจ.ภูเก็ต นำทีมตรวจสอบทุ่งปะการัง บ้านอ่าวกุ้ง หลังมีเอกชนเตรียมจะสร้างมารีน่าจอดเรือยอชต์ในพื้นที่ใกล้เคียง เผยเป็นแนวปะการังเขากวางที่สมบูรณ์ ขณะที่โลกโซเชียลกระหน่ำคัดค้านหนัก...



จากกรณีมีการเผยแพร่ภาพทุ่งปะการังเขากวาง บริเวณเกาะเฮ บ้านอ่าวกุ้ง หมู่ 9 ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ผ่านโซเชียลต่างๆ และมีการเรียกร้องให้มาร่วมกันปกป้องทุ่งปะการังดังกล่าว ซึ่งถือเป็นทุ่งปะการังขนาดใหญ่ที่มีความสมบูรณ์เป็นอย่างมาก โดยมีการระบุว่าจะมีภาคเอกชนมาลงทุนสร้างมารีน่าจอดเรือยอชต์ในพื้นที่ ห่างจากบริเวณทุ่งปะการังดังกล่าวราว 2 กิโลเมตร แม้ว่าจะเป็นการก่อสร้างในพื้นที่ ซึ่งมีเอกสารสิทธิ แต่เนื่องจากต้องมีการขุดลอกร่องน้ำ เพื่อให้สามารถนำเรือเข้าไปจอดในพื้นที่มารีน่าได้ การดำเนินการในส่วนนี้จะก่อให้เกิดฝุ่นตะกอน และกระทบกับแนวปะการัง รวมถึงทรัพยากรและสัตว์น้ำอื่นๆ จึงได้มีการเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ รวมทั้งเชิญชวนให้ผู้มีใจอนุรักษ์ได้เข้าไปดูพื้นที่ทุ่งปะการังดังกล่าว เพื่อยืนยันว่าทุ่งปะการังดังกล่าวมีอยู่จริง ไม่ใช่ภาพจากที่อื่น



ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นวันที่ 16 พ.ค. นายนรภัทร ปลอดทอง ผวจ.ภูเก็ต พร้อมด้วย นายวัชรินทร์ ถิ่นถลาง ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 นายสาคร ปู่ดำ นักวิชาการขนส่งชำนาญการ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาภูเก็ต นายณัฐกฤษณ์ พลเพชร นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชำนาญการพิเศษ สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.ภูเก็ต นายมนัส เกิดทรัพย์ รองนายกเทศมนตรีตำบลป่าคลอก ผู้แทนศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน และผู้เกี่ยวข้องร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว โดยมี นายประดิษฐ พวงเกษ ประธานชมรมอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านอ่าวกุ้ง พร้อมด้วยสมาชิกร่วมกันให้ข้อมูลสภาพพื้นที่และนำสำรวจแนวปะการัง รวมถึงชี้แจงถึงผลกระทบ หากมีการก่อสร้างมารีน่า โอกาสนี้ยังได้มีการไปตรวจสอบบริเวณพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นจุดที่จะมีการขุดลอกร่องน้ำสำหรับให้เรือเข้า-ออกด้วย



นายนรภัทร กล่าวภายหลังสำรวจพื้นที่พร้อมพูดคุยกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกลุ่มอนุรักษ์ ว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพทางโซเชียลเกี่ยวกับกรณีที่จะมีบริษัทเอกชนรายหนึ่งทำการขอสร้างท่าเทียบเรือหรือมารีน่าในพื้นที่ โดยอ้างว่ามีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็น นส.3ก. ซึ่งหากมีการอนุญาตก่อสร้างโครงการดังกล่าวจะส่งกระทบกับแนวปะการังในบริการดังกล่าว ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวก็ไม่ใช่ท่าเทียบเรือที่มีอยู่เดิม



"จากข้อมูลที่ได้รับรายงาน พบว่าขณะนี้ผู้ประกอบการยังไม่ได้ยื่นคำขออนุญาตในการสร้างท่าเรือต่อกรมเจ้าหน้า หรือทางจังหวัดแต่อย่างใด มีเพียงการยื่นเรื่องต่อสำนักนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อขออนุญาตจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยทราบจากชุมชนว่ามีการดำเนินการไปแล้ว 2 ครั้ง และตามหลักการแล้วกรณีที่เอกชนจะมีการดำเนินการใดๆ ในลักษณะเช่นนี้จะต้องมีการแจ้งให้นายอำเภอท้องที่ทราบ เพื่อที่จะมีการร่วมรับฟังข้อมูล รวมทั้งจะได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริงด้วย"



นายนรภัทร กล่าวว่า จากสภาพพื้นที่พบว่ามีความเกี่ยวเนื่องกับป่าชายเลนและทะเล ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) จึงต้องแจ้งให้รับทราบด้วย และมีข้อมูลว่าจะมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นอีกครั้ง ซึ่งจะเป็นช่องทางหนึ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งประชาชนที่มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปรับฟัง และโต้แย้งข้อมูลต่างๆ ในส่วนของการจัดรับฟังความคิดเห็นเมื่อแล้วเสร็จ ทาง สผ.จะต้องส่งเรื่องมายังจังหวัด ซึ่งมีคณะอนุกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัด เป็นผู้พิจารณาเห็นชอบด้วยหรือไม่อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ยังมีอีกหลายขั้นตอนในการให้ข้อมูลหรือข้อเสนอแนะต่างๆ โดยจะมีการรายงานข้อเท็จจริงไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในส่วนกลางด้วย เช่น กรมเจ้าท่า-ทช. และ มหาดไทย เป็นต้น



ในกรณีแนวปะการังนั้น นายนรภัทร กล่าวว่า ทราบเรื่องจากชาวบ้านว่าแนวพื้นที่การขุดร่องน้ำที่มีการนำเสนอในคราวที่มีการเปิดประชาพิจารณ์นั้น ยังไม่ชัดเจนว่าจะผ่านจุดใดบ้าง เพราะในการสร้างมารีน่าจะต้องนำเรือเข้าไปจอด ทราบว่าพื้นที่ก่อสร้างมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็น นส.3 ก.แต่การจะนำเรือเข้าไปจอดจะต้องมีร่องน้ำ ส่วนจะมีผลกระทบหรือไม่อย่างไร เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพิจารณา ส่วนนโยบายของทางจังหวัดที่ยุทธศาสตร์ให้ภูเก็ตเป็นมารีไทม์ฮับ หรือการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเล แต่ในการลงทุนนั้นต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย



ขณะที่ นายประดิษฐ พวงเกษ ประธานชมรมอนุรักษ์ป่าชายเลนบ้านอ่าวกุ้ง กล่าวว่า ในส่วนของชมรมฯ ได้ร่วมกันอนุรักษ์พื้นที่ดังกล่าวมาเป็นเวลาร่วม 30 ปี นับตั้งแต่การร่วมกันต่อต้านการทำประมงโดยใช้อวนรุนอวนลาก ซึ่งเป็นเครื่องมือประมงที่ทำลายล้างทรัพยากรและสัตว์น้ำในทะเลเป็นอย่างมาก จากนั้นร่วมกันดูแลรักษาป่าชายเลน ซึ่งเคยถูกบุกรุกทำลายจากการทำบ่อเลี้ยงกุ้งมาโดยตลอด จนทำให้ปัจจุบันทรัพยากรทางทะเลบริเวณดังกล่าวมีความสมบูรณ์ค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงไม่เห็นด้วยที่จะมีการขุดลอกร่องน้ำเพื่อนำเรือขนาดใหญ่เข้ามาจอด เพราะจะส่งผลกระทบต่อแนวปะการังและทรัพยากรทางทะเลอื่นๆ ซึ่งคนในชุมชนได้ร่วมกันดูแลและอนุรักษ์จนกลับมามีสภาพสมบูรณ์ และยังถือเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ รวมทั้งยังเป็นแหล่งทำประมงพื้นบ้านด้วย และในพื้นที่นี้มีปะการังอยู่หลายชนิด.

ผวจ.ภูเก็ต นำทีมตรวจสอบทุ่งปะการัง บ้านอ่าวกุ้ง หลังมีเอกชนเตรียมจะสร้างมารีน่าจอดเรือยอชต์ในพื้นที่ใกล้เคียง เผยเป็นแนวปะการังเขากวางที่สมบูรณ์ ขณะที่โลกโซเชียลกระหน่ำคัดค้านหนัก...

 17 พ.ค. 2561 09:04 17 พ.ค. 2561 09:26 ไทยรัฐ