วันอังคารที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พ่อแม่ลูกหัวร้อน โร่ขอขมา ‘ตำรวจ’ ชาวระยองฮือไล่

สามพ่อแม่ลูกครอบครัวหัวร้อนสำนึกผิดนำกระเช้าขอโทษ ผกก.-รอง สว.จร.สภ.มาบตาพุด หลังก่อเหตุรุมด่าทอตำรวจด้วยถ้อยคำหยาบคาย แถมลูกชายยังต่อยหน้า ร.ต.อ.ซ้ำ หลังไม่พอใจที่ถูกเขียนใบสั่งฐานจอดรถในที่ห้ามจอด พร้อมวิงวอนสังคมให้อภัย อ้อนขอทำมาหากินในพื้นที่ระยองต่อไป ขณะที่ชาวระยองแห่มาให้กำลังใจตำรวจพร้อมรุมสาปแช่งสาดน้ำไล่ครอบครัวหัวร้อนให้พ้นจังหวัด

จากกรณีที่โลกโซเชียลโพสต์ประจานครอบครัว 3 พ่อแม่ลูกที่ก่อเหตุรุมด่าและทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด อ.เมืองระยองขณะออกใบสั่งฐานจอดรถในที่ห้ามจอด นอกจากนี้ยังขุดคุ้ยพฤติกรรมของครอบครัวหัวร้อนที่ไปก่อเหตุทะเลาะกับตำรวจและชาวบ้านอีกหลายจังหวัด ขณะเดียวกันชาว จ.ระยอง ต่างไม่พอใจในพฤติกรรมของครอบครัวกร่างที่มาอาศัยทำงานในพื้นที่ จ.ระยอง พร้อมจะขับไล่ออกให้พ้นจากพื้นที่ ขณะที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุดที่ถูกด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายและถูกลูกชายทำร้ายได้แจ้งความดำเนินคดีกับ 3 พ่อแม่ลูกด้วยนั้น

ต่อมาเวลา 08.00 น. วันที่ 16 พ.ค. ที่ สภ.มาบตาพุด อ.เมืองระยอง นายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายความและประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ได้พานายพยอม แสงวันดี อายุ 32 ปี นางหทัยรัตน์ สมถวิล อายุ 35 ปี และนายอิทธิพล สมถวิล อายุ 18 ปี ลูกชาย รวม 3 คนที่ชาวโซเชียลตั้งฉายาว่า “ครอบครัวกร่าง” หรือครอบครัวหัวร้อนที่รวมหัวด่าทอและทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.มาบตาพุด เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ สุนทรวิภาต ผกก.สภ.มาบตาพุด และ ร.ต.อ.วิทยา วุฒิพันธ์ รอง สว.จราจร เพื่อมอบกระเช้าเครื่องดื่มบำรุงร่างกายและขอโทษ กรณีด่าทอเจ้าหน้าที่ตำรวจ และลูกชายชกหน้า ร.ต.อ.วิทยาจนบาดเจ็บ

จากนั้น พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ เชิญทั้งหมดขึ้นไปที่ห้องประชุมชั้น 3 เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นโดย พ.ต.อ.อรรฆพงษ์กับนายพรชัย ตั้งปณิธานวงศ์ ประธาน กต.ตร.สภ.มาบตาพุด ร่วมซักถาม โดยครอบครัวหัวร้อนยอมรับผิดทั้งหมดและจะไปรับสารภาพที่ศาล ส่วนนายอิทธิพล ลูกชาย บอกว่าจะไปบวชหากอายุครบ 20 ปี พร้อมยกมือไหว้ขอขมา ร.ต.อ.วิทยาอีกครั้ง ส่วน น.ส.หทัยรัตน์กล่าวว่า

พวกตนรู้สึกผิด อยากให้สังคมให้อภัย ส่วนที่มีกระแสต่อต้านจากคนจังหวัดระยองไม่ให้ครอบครัวตนอยู่ในจังหวัดนั้น น.ส.หทัยรัตน์กล่าวว่า พวกเรายังอยากอยู่ต่อเพราะว่างานยังทำอยู่ตรงนี้ ต้องทำมาหากินตรงนี้และบริษัทต้นสังกัดยังให้ทำงานเพราะบริษัทแยกกันระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวจากนั้นทั้งหมดได้ขอตัวกลับ

ระหว่างเดินทางกลับ พ.ต.อ.อรรฆพงษ์ได้ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มกันจนไปถึงรถ เนื่องจากบริเวณหน้าโรงพักมีกลุ่มชาว จ.ระยองจำนวนมากมาชุมนุมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจ และตะโกนเสียงขับไล่ 3 พ่อแม่ลูกออกไปจาก จ.ระยอง พร้อมตะโกนสาปแช่งสาดน้ำไล่เสนียดจัญไรออกไปและประกาศโรงงานไหนยังให้ครอบครัวนี้ทำงาน ชาว จ.ระยองจะไม่ให้ความร่วมมืออีกต่อไป

ต่อมา พ.ต.อ.อรรฆพงษ์กล่าวว่า ถึงแม้ทั้งสามจะมาขอขมาแต่การดำเนินคดีต้องว่ากันต่อไป ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากครอบครัวหัวร้อนออกไปจากโรงพักแล้วได้ย้อนกลับมาอีกครั้งโดยนางหทัยรัตน์มาเซ็นรับรองภาพถ่ายบาดแผลที่อ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำร้าย พร้อมกันนี้นางหทัยรัตน์กล่าวว่า ได้ขอโทษตำรวจและขอขมาแล้ว และอยากจะให้ทั้งสองฝ่ายไม่เอาเรื่องซึ่งกันและกัน ขณะนี้จิตใจดีขึ้น คนเริ่มมาให้กำลังใจเหมือนกัน ต่อไปจะประพฤติตัวใหม่ให้เย็นลง และขอเตือนผู้อื่นด้วยว่าอย่าใจร้อน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ 3 พ่อแม่ลูกถูกตั้งข้อกล่าวหาดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ แต่พ่อแม่ปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมแจ้งความกลับเจ้าหน้าที่ว่ากระทำเกินกว่าเหตุ ขณะที่ลูกชายชกตำรวจถูกดำเนินคดีฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางและทำร้ายเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) ท่าพระจันทร์ นายอุดม รัฐอมฤต คณบดีคณะนิติศาสตร์ มธ.กล่าวถึงกรณีครอบครัวหัวร้อนที่แอบอ้างจบคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ออกแถลงการณ์เรื่องนี้แล้วว่าการกระทำที่เป็นการขัดขวางการดำเนินการของเจ้าพนักงานตำรวจตามที่เป็นข่าวถือเป็นการกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานอยู่แล้ว ส่วนการแอบอ้างว่าจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ฯเพื่อขัดขวางการดำเนินการของเจ้าพนักงานตำรวจนั้นไม่เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2558 มาตรา 88 เพราะมิใช่เป็นการแอบอ้างว่าสำเร็จการศึกษาเพื่อแสดงให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิการกระทำแอบอ้างว่าจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทั้งที่ไม่ได้จบการศึกษา เป็นการกระทำที่ไม่สมควรและย่อมถูกลงโทษจากมาตรการทางสังคม

ส่วนกรณีที่ผู้ใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการทำหน้าที่ของเจ้าพนักงานควรใช้การต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ทั้งนี้ คณะนิติศาสตร์ยึดมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสอนและเผยแพร่กฎหมายให้ประชาชนไปใช้ในทางที่ถูกต้องเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้สังคม หากสงสัยว่ามีบุคคลที่แอบอ้างว่าจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สามารถขอตรวจสอบรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษาได้ที่สำนักงานทะเบียนนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้

พร้อมวิงวอนสังคมให้อภัย อ้อนขอทำมาหากินในพื้นที่ระยองต่อไป ขณะที่ชาวระยองแห่มาให้กำลังใจตำรวจพร้อมรุมสาปแช่งสาดน้ำไล่ครอบครัว 17 พ.ค. 2561 00:59 ไทยรัฐ