วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

อุดมการณ์แบบเฉพาะบุคคล

เล่นทุกท่า มุ่งสู่อำนาจ

ว่าไปแล้วก็ไม่ต่างกันเพียงแต่วิธีการเท่านั้นที่จะนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเมืองของตนและพวกพ้อง

มองไปให้ทั่วก็จะพบเองไม่ว่าจะเป็นก๊กประชาธิปัตย์ เพื่อไทยหรือกองหนุนนายกฯประยุทธ์ล้วนหากลยุทธ์เพื่อชัยชนะ

เพื่อไทยก็ต้องอาศัย “ทักษิณ” หากิน กองหนุนลุงตู่ก็ต้องใช้พลังดูดเพื่อสร้างพรรคสู้ ประชาธิปัตย์ก็อย่างที่เห็นๆกันอยู่

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่หวังการเลือกตั้งครั้งต่อไปนั้นยังเชื่อว่ามีหนทางไปสู่ตำแหน่งสูงสุดทางการเมืองอีกครั้ง

ก็ต้องหาวิธีการที่จะตอบโจทย์ให้ได้

เพราะเดิมพันมีสูงมากหากแพ้การเลือกตั้งอีกครั้งก็เท่ากับว่าหมดเวลาทางการเมืองมีทางเดียวก็ต้องอำลาในฐานะ “จอมทัพ” ทันที

ไม่ว่าจะด้วยมารยาทหรือการที่เคยประกาศเอาไว้แล้ว ดังนั้นจึงไม่แปลกที่นายอภิสิทธิ์จะเดินหน้าทางการเมืองแบบ “ลุยเดี่ยว รายวัน”

การเปิดศึกกับ คสช. ทุกเม็ด ทุกประเด็น ซึ่งว่าไปแล้วมีน้ำหนักไม่น้อย เพราะด้วยวาทกรรม ลีลาถือว่าระดับต้นๆของนักการเมืองไทย

สร้างความโดดเด่นขึ้นมาอีกครั้ง แม้ในบทบาทนี้ถูกมองว่าไม่เหมาะสม เพราะน่าจะเป็นไมตรีมากกว่าการเป็นศัตรูโดยตรง

แทนที่จะมุ่งลุยใส่ “เพื่อไทย” มากกว่า

จึงกลายเป็นว่าเปิดหน้าใส่ทั้ง คสช. และเพื่อไทย นั่นหมายความว่าวางคู่แข่งเอาไว้ทั้ง 2 ส่วน คือ ไม่เอา คสช. ไม่ร่วมงานกับเพื่อไทย

หวังความโดดเด่นเฉพาะตัวเขาเท่านั้น

ว่าไปแล้วในทางการเมืองที่เป็นจริงโอกาสที่นายอภิสิทธิ์จะชนะการเลือกตั้งและเป็นคู่ชิงเก้าอี้นายกฯนั้นค่อนข้างจะไม่ราบรื่นเท่าใดนัก

แม้กระทั่งนักการเมืองในพรรคเองหรือนักการเมืองจากพรรคอื่นล้วนอยากให้มีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในพรรคนั้นมีทั้งพวกที่ชอบและไม่ชอบ ที่ไม่ชอบก็คงเห็นว่าชำรุดแล้ว

นักการเมืองค่ายอื่นมองว่าคุยกันยาก ทำงานร่วมกันลำบาก

อีกไม่นานหาก คสช. ให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมได้ ประชาธิปัตย์ยังมีประเด็นสำคัญก็คือการเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคกันใหม่

แม้จะมั่นใจว่าจะได้รับเลือกต่อไป เพราะอย่างน้อยการที่นายชวน หลีกภัย ให้การสนับสนุนแต่ก็ยังมีคลื่นใต้น้ำดำรงอยู่

แต่เพื่อให้แน่ใจก็ได้เปลี่ยนแปลงวิธีการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคด้วยการให้สิทธิสมาชิกพรรคมีสิทธิลงคะแนนได้

นี่คือวิธีการที่เชื่อว่าจะชนะและเท่อีกด้วย

หรือแม้กระทั่งล่าสุดก็ยกเคส “มหาธีร์” วัย 92 ปี ยังสามารถกลับมาเป็นนายกฯได้อีกครั้ง จึงโยงไปถึง “ชวน หลีกภัย” ก็มีสิทธิเป็นได้

เพราะอายุแม้จะมาก แต่ก็ยังน้อยกว่านายกฯมาเลเซีย แบบนี้การเสนอเพื่อชิงนายกฯ 3 คน น่าจะมีชื่อ “ชวน” อย่างไม่ต้องสงสัย

นั่นเท่ากับว่านอกจากผลักดันตัวเองแล้ว ยังให้เกียรติอาจารย์การเมืองที่หนุนช่วยมาตลอดและไม่มีทางแย่งชิงหัวหน้าพรรคแน่

เป็นอุดมการณ์ประชาธิปไตยเสรีนิยมอีกรูปแบบหนึ่ง.

“สายล่อฟ้า”

ว่าไปแล้วก็ไม่ต่างกันเพียงแต่วิธีการเท่านั้นที่จะนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการเมืองของตนและพวกพ้อง 16 พ.ค. 2561 11:46 16 พ.ค. 2561 14:03 ไทยรัฐ