วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เกษตรกรร้องดีเอสไอ ถูกตุ๋นปลูกมันญี่ปุ่น เสียหายกว่า 5 ล้าน

เกษตรกรร้องดีเอสไอ ถูกตุ๋นปลูกมันญี่ปุ่น เสียหายกว่า 5 ล้าน

  • Share:

เกษตรกรทั่วประเทศกว่า 50 คน โร่ร้องดีเอสไอ ถูกหลอกให้ปลูกมันญี่ปุ่น และไม่รับซื้อคืน เสียหายกว่า 5 ล้านบาท สงสัยอาจเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 3 พ.ค.61 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายศรีสุวรรณ จรรยา พร้อมด้วยนางธัญชนก ฤทธิ์บำรุง แกนนำกลุ่มเกษตรปลูกมันเทศญี่ปุ่น นายสมบัติ สมแสง เกษตรกร จ.พิษณุโลก พร้อมเกษตรกรผู้เสียหายรวม 50 คน จากทั่วประเทศ เข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ โดยมี พ.ต.จรัล แสงหิรัญ รองผอ.กองบริหารคดีพิเศษ รับเรื่องแทน

นางธัญชนก กล่าวว่า ตนและกลุ่มเกษตรกรปลูกมันเทศญี่ปุ่นถูก บริษัท พีพี. เท็นกรุ๊ป จำกัด โฆษณา ชักชวนให้เกษตรกรจำนวนมากให้เข้าร่วมโครงการเพาะปลูกมันเทศญี่ปุ่นในสายพันธุ์ต่างๆ เช่น พันธุ์โอกินาวา พันธุ์ฮาวาย ฯลฯ เพื่อผลิตยอดพันธุ์ขายให้กับทางบริษัท ซึ่งบริษัท ได้กำหนดให้มีตัวแทนเกษตรกรหรือผู้นำกลุ่ม ขึ้นมาเพื่อชักชวนสมาชิกเกษตรกรให้เข้าร่วมโครงการ โดยมีค่าตอบแทนให้ผู้นำหรือผู้ชักชวนและลูกทีมตั้งแต่ราคา 200-500 บาท ปัจจุบันมีการกำหนดราคาให้หาสมาชิกใหม่จะได้ค่าชักชวน 900-1500 บาท ทั้งนี้การปลูกมันเทศญี่ปุ่นทางบริษัทอ้างว่าเป็นการช่วยปลดหนี้ให้เกษตรกรเพื่อเป็นสิ่งล่อใจทำให้เกษตรกรเชื่อถือและทยอยเข้าร่วมโครงการหลายร้อยคน โดยเป็นเกษตรกรในพื้นที่มากกว่า 25 จังหวัด อาทิ จ.นครราชสีมา พิษณุโลก ชัยภูมิ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ มหาสารคาม เลย อุดรธานี หนองคาย สกลนคร เชียงใหม่ ลพบุรี ขอนแก่น อุทัยธานี สุพรรณบุรี สุโขทัย สระบุรี กำแพงเพชร อุตรดิตถ์ สระแก้ว นครสวรรค์ เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี พิจิตร และร้อยเอ็ด 

นายสมบัติ เผยว่า นอกจากนี้ น.ส.พบพร พิภพโยพิณกุล ผู้จัดการของบริษัทฯ และนายธนกฤต ผันสำโรง ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการตลาด ได้ลงพื้นที่เพื่อชักชวน และทำการจัดอบรมให้ความรู้การปลูกมันเทศญี่ปุ่น เพื่อเอายอดพันธุ์ส่งขายให้กับบริษัทฯ เมื่อเกษตรกรเพาะปลูกตามที่บริษัทต้องการ ทางบริษัทฯ กลับแจ้งว่าให้เกษตรกรนำผลผลิตมาส่งเองยังบริษัทฯ โดยจะจ่ายค่าเดินทางให้ ซึ่งเมื่อเกษตรกรนำผลผลิตมาส่งบริษัทฯ แต่กลับไม่ได้ค่าเดินทางตามที่อ้างไว้ตั้งแต่แรก อีกทั้งเมื่อไปสอบถามบริษัทฯ ก็กลับแจ้งว่าผลผลิตเกษตรกรเน่าเสียหรือความยาวยอดพันธุ์ไม่ถึงเกณฑ์กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่สามารถจ่ายค่ายอดให้เกษตรกรได้ เมื่อเกษตรกรรวมตัวเรียกร้องให้บริษัทฯ ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าว แต่บริษัทฯ ชี้แจงว่าจะโอนให้ภายหลัง โดยกำหนดนัดวันให้ แต่เมื่อถึงเวลากลับไม่โอนเงินให้ และมีการไม่รับสายโทรศัพท์เมื่อเกษตรกรโทรถาม ซึ่งการกระทำดังกล่าวคล้ายลักษณะแชร์ลูกโซ่หรือไม่ เพราะเกษตรกรลงทุนกันหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท รวมแล้วคาดเกินกว่า 5 ล้านบาท

พ.ต.จรัล กล่าวว่า เบื้องต้นรับเรื่องไว้พิจารณาว่าเข้าข่ายคดีพิเศษหรือไม่ พร้อมส่งเรื่องให้อธิบดีดีเอสไอพิจารณาต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้