วันอังคารที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อดีตชาวนาสู่เกษตรผสมผสาน แบบอย่างทำกินให้เหมาะกับพื้นที่

อดีตชาวนาสู่เกษตรผสมผสาน แบบอย่างทำกินให้เหมาะกับพื้นที่

  • Share:

พูดกันมาเนิ่นนาน ทำเกษตรในพื้นที่ไม่เหมาะสม ทำไปแล้วผลผลิตไม่ดี ได้ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า ไม่คุ้มต้นทุน แต่ดูเหมือนเกษตรกรส่วนใหญ่ยังคงไม่เชื่อ ยังคงตั้งหน้าตั้งตาทำการเกษตรด้วยความเคยชินเหมือนเดิมไม่ยอมเปลี่ยนแปลง

นายประจวบ เสมสฤษดิ์ อดีตชาวนาบ้านต้นเลียบ ต.รำพัน อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี น่าจะเป็นตัวอย่างได้เป็นอย่างดี ที่ยอมรับการปรับวิธีการทำเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่

จากที่แต่ละปีต้องคอยลุ้นจะได้ข้าวพอกินหรือไม่...เปลี่ยนมาเป็นตรงกันข้าม

“ที่ดินเราอยู่นอกเขตชลประทาน ทำนามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ ช่วงฤดูฝนน้ำมาก เจอปัญหาน้ำท่วมขังมากเกินความ ต้องการ แต่พอถึงฤดูแล้งน้ำแห้งหายมีไม่พอให้ใช้ ทำนาได้ผลดีแค่ไหน ไม่ต้องถามเรื่องรายได้ เอาแค่ว่าจะได้ข้าวไว้พอกิน กับเหลือเงินไปจ่ายหนี้ที่กู้แบงก์มาได้หรือเปล่าเท่านั้นพอ เพราะทำมาหลายสิบปี ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ กู้แล้วกู้อีก ดอกเบี้ยสะสมเป็นดินพอกหางหมู ใช้หนี้กันไม่รู้จักจบสิ้นกันซะที เพราะที่ดินเราไม่ดี เป็นดินทรายไม่เหมาะจะทำนา”

5 ปีที่แล้ว ภาครัฐมีโครงการมาสำรวจความเหมาะสมของดิน และชักชวนชาวบ้านมาอบรมเรื่องทำเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ พร้อมแนะนำให้เลิกปลูกพืชเชิงเดี่ยว หันมาปลูกพืชผสมผสาน เกิดมีพืชตัวใดตัวหนึ่งราคาไม่ดี จะได้มีพืชอีกหลายตัวมาช่วยชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป

ประจวบตัดสินใจเข้าร่วมโครงการ ทำตามคำแนะนำของ นายปรีชา โหนแหยม ผอ.สถานีพัฒนาที่ดินจันทบุรี

“หลังเข้าอบรมจึงเปลี่ยนมาทำเกษตรผสมผสาน เริ่มตั้งแต่ทำปุ๋ยหมักใช้ปรับปรุงบำรุงดิน นอกจากนี้ยังแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกหญ้าไว้เป็นแหล่งอาหารสำหรับสัตว์ เพื่อเอามูลมาทำปุ๋ยหมักลดต้นทุน”

ที่ดิน 13 ไร่ จากที่เคยทำนาอย่างเดียว แบ่งพื้นที่ 2 งาน ขุดบ่อน้ำลึก 4 เมตร ที่เหลือเปลี่ยนนามาปลูกไม้ผล ทุเรียน มังคุด และเงาะ ไว้เป็นเงินเก็บรายปี ปลูกกล้วยแซมปากขอบบ่อน้ำและพื้นที่ว่าง ไว้เป็นรายได้ประจำเดือน...ส่วนรายได้ประจำวัน มาจากปลูกผักพื้นบ้านรอบขอบบ่อ เอาไปขายตลาดนัดของหมู่บ้าน

จากวันนั้นมาถึงวันนี้ ประจวบ อดีตชาวนาผู้มีหนี้ แน่นอนรายได้ไม่เคยพอจ่ายหนี้ ปรับเปลี่ยนอาชีพมาทำเกษตรให้เหมาะสมกับพื้นที่ เป็นเกษตรกรผสมผสาน เริ่มมีรายได้เห็นน้ำเห็นเนื้อ

รายได้ประจำวันจากผักพื้นบ้านวันละ 300-500 บาท...มีกล้วยเป็นรายได้ประจำสัปดาห์ สัปดาห์ละ 1,500-2,000 บาท...ส่วนเงินได้รายปีจากผลไม้ อีกปีละเป็นแสน

หนี้ติดค้างธนาคารมาเนิ่นนาน ชำระได้หมด...ชีวิตเปลี่ยนไปแบบเห็นหน้าเห็นหลัง.

เพ็ญพิชญา เตียว

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้