วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ดูดใครคิดว่าไม่สำคัญ

ดูดใครคิดว่าไม่สำคัญ

โดย หมัดเหล็ก
4 พ.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

บรรดา พรรคการเมืองและนักการเมือง ที่ออกมาแสดงความเห็นเรื่อง พลังดูด ของพรรคใหม่ที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯต่อไป โดยอ้างว่าไม่มีมรรยาท ขัดกับธรรมเนียมการเมือง หรือด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ จะว่าไปแล้ว การย้ายพรรคของนักการเมือง ก็มีมานานหลายศตวรรษ มีทั้ง ตำนานงูเห่า มีทั้งกบฏ ล้มสัตยาบัน กินก๋วยเตี๋ยวร่วมสาบาน จะร่วมรัฐบาลกันยังไม่ทันจะล้างถ้วย ก็ไปจูบปากตั้งรัฐบาลกับอีกฝ่าย เพราะฉะนั้นเรื่องดูดไม่ดูดจึงเป็นเรื่องใหญ่ของพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ที่พร้อมจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ส่วนพรรคเล็กพรรคน้อย พรรคเอสเอ็มอี คงไม่เดือดร้อนอะไร มี ส.ส. 25 ที่นั่ง สามารถจะเสนอชื่อนายกฯได้ เสนอกฎหมายได้ น่าจะคล่องตัวกว่าเยอะ ที่พรรคขนาดใหญ่ออกมาโวยวายเข้าใจว่า จะเหลือ ส.ส.ไม่เท่าเก่า สมาชิกก็เหลือน้อยไปทุกที เงินสนับสนุนพรรคการเมืองจาก กกต. ก็จะได้รับน้อยตามไปด้วย จึงจำเป็นต้องออกมาดักคอเป็นธรรมดา พ่วงไปถึงเรื่องสกัดทุนหนุนพรรคการเมือง ประจานตัวเองโดยไม่ตั้งใจ

จะว่าไปแล้ว พลังดูด เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ อดีต ส.ส. มีจำนวนจำกัด ถ้าไปดูดเอามาจากพรรคใหญ่มากเท่าไหร่ จำนวน ส.ส.พรรคใหญ่ก็จะน้อยลง พรรคใหญ่ก็จะเป็นพรรคเล็ก ดังนั้น บริบทการเมืองไทยจึงว่ากันด้วยปริมาณเป็นหลัก คุณภาพเอาไว้ทีหลัง ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไม เบื้องหลังของนักการเมืองบางคนถึงไม่ต่างจากเจ้าพ่อ ผู้มีอิทธิพล การเมืองก็เลยกลายเป็นการเมืองน้ำเน่าไปโดยปริยาย

การที่นักการเมืองจะไปต่อว่าต่อขาน พล.อ.ประยุทธ์ ว่าใช้พลังดูดอย่างไม่เป็นธรรมก็ไม่ถูก เพราะถ้านักการเมืองเคารพกติกาตามระบอบประชาธิปไตย พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงไม่มีวันนี้

เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เข้ามาแล้วก็ต้องเดินหน้าให้สุดซอย ขึ้นหลังเสือแล้วก็ต้องหาทางลงให้ปลอดภัยที่สุด บีบบันไดขึ้นทางการเมืองก็ต้องลงบันไดการเมือง อย่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตหัวหน้า คมช. หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ก็ต้องลงจากหลังเสือด้วยวิธีนี้

วิกฤติการเมืองกว่า 10 ปี สอนให้นักการเมืองรู้ว่า ถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูปอาชีพตัวเองให้เข้ากับยุคสมัย ต้องทำให้เป็นอาชีพที่ยั่งยืนและมีเสถียรภาพ ไม่ใช่ล้มลุกคลุกคลานเหมือนปัจจุบัน และต้องไม่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นโดยเฉพาะประชาชน

การข่าวแจ้งว่า นักการเมืองที่รอโอกาสปฏิรูปตัวเอง ให้พ้นจากกับดักการเมืองเดิมๆ เตรียมตัดสินใจทางการเมืองที่ชัดเจนในเดือน มิ.ย.นี้ ถึงจะแจ้งเป็นสมาชิกพรรคการเมืองไปแล้วก็สามารถลาออกกับ กกต.ได้ เพียงแต่รอดูว่า พรรคการเมืองและผู้บริหารพรรคการเมืองจะตัดสินใจอย่างไร

ถ้ายังคิดจะครอบงำให้ การเมืองอยู่ในกับดัก คาดว่าคงจะลาออกแล้วมาร่วมเป็น รัฐบาลแห่งชาติ กันเยอะแน่นอน จับอาการที่ รัฐบาล คสช. พักโทษ ลดโทษ ปล่อยตัวนักโทษการเมือง ทุกสี ดูดเอานักการเมืองที่ยอมปฏิรูปตัวเอง มาร่วมทีมเป็นโครงการสาธิตนำร่อง

ก็พอจะเห็นเค้าลางพลังดูดเพื่อชาติในอนาคต.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้