วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วัฏจักรการเมืองเรื่องพลังดูด

วัฏจักรการเมืองเรื่องพลังดูด

โดย สายล่อฟ้า
4 พ.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

จะเปิดหน้าใหม่ หรือซํ้ารอย

คงมีหลายคนคิดถึงอนาคตการเมืองประเทศไทยในก้าวต่อไปว่าจะดำเนินไปอย่างไร และที่คิดมากขึ้นเรื่อยๆก็คือ

คณะ “ยึดอำนาจ” ชุดนี้ หรือที่เรียกว่า คสช.จะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ทางการเมืองได้หรือไม่

หมายความว่าจะ “ต่อท่ออำนาจ” หลังจากคืนอำนาจให้ประชาชนด้วยการจัดให้มีการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยได้หรือไม่

ที่พอมีไมตรีก็ส่งเสียงเตือนว่า “พอแล้ว” เดี๋ยวจะลำบาก

ที่ไม่ยั้งไมตรีก็บอกว่ากลับไปศึกษาประวัติศาสตร์การเมืองไทยให้ดีว่าที่คิดจะต่อท่ออำนาจนั้นไม่มีทางเพราะมีแต่ความล้มเหลว

ขอจับความสั้นๆในห้วงการเมืองที่ผ่านมาเอาแค่สัก 50 กว่าปีก่อน ที่เรียกกันว่า “รัฐบาลถนอม-ประภาส” ที่ต้องพ่วง 2 ชื่อ ก็เพราะคนหลังนั้นมีบทบาททางเผด็จการสูงกว่านัก

จะว่าใครเล็ก-ใครใหญ่ไม่ได้เพราะอำนาจพอกันแต่คนละตำแหน่งเท่านั้น

หลังจากมีความจำเป็นที่จะต้องผ่อนปรนความเป็นรัฐบาลเผด็จการ จึงจำเป็นต้องเข้าสู่ระบบรัฐสภาและยังมั่นใจว่าสามารถควบคุมอำนาจเอาไว้ได้

มีการตั้งพรรคการเมืองใหม่เอี่ยมชื่อว่า “พรรคสหประชาไทย” รวบรวมนักการเมืองหน้าเก่าๆเข้ามาชุมนุมกันเพียบเพื่อสมัย พล.อ.ถนอม กิตติขจร เป็นนายกฯต่อไป

แต่ก็เกิดปัญหาทางการเมือง เพราะบรรดานักการเมืองในตอนนั้น ล้วนเขี้ยวลากดินคุมไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องยึดอำนาจตัวเอง

“สหประชาไทย” ก็จบไปโดยดุษณี

มาสมัยที่ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ได้ยึดอำนาจรัฐบาล ธานินทร์ กรัยวิเชียร แล้วได้เป็นนายกฯ แต่ต้องประกาศลาออก เนื่องจากปัญหาราคานํ้ามันและถูกกลุ่มยังเติร์กกดดัน

จากนั้นก็ไปตั้งพรรคการเมืองชื่อว่า “ชาติประชาธิปไตย” ด้วยการ รวบรวมนักการเมืองหน้าเก่าทั้งหลายไปร่วมสังฆกรรมมากมาย
ว่ากันว่าความเหนือชั้นก็คือพรรคนี้ “ทุนหนา”

พล.อ.เกรียงศักดิ์ได้ลงเลือกตั้งที่จังหวัดร้อยเอ็ดและชนะการเลือกตั้งเป็นประวัติการเมืองที่เรียกขานกันว่า “โรคร้อยเอ็ด” ระบาดมาจนถึงทุกวันนี้

มีอีกคนสมัย พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ ยึดอำนาจภายใต้พลังกองทัพภายใต้การนำของ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ผู้นำรุ่น 5

แต่ครั้งนั้นให้ “อานันท์ ปันยารชุน” เป็นนายกฯ

เมื่อประกาศใช้รัฐธรรมนูญและให้มีการเลือกตั้งพรรคการเมืองหนุนทหารชื่อพรรค “สามัคคีธรรม” ให้นายณรงค์ วงศ์วรรณ เป็นหัวหน้าพรรค

ก็ไปไม่รอดอีกเช่นกัน

มาถึงยุคทักษิณครองเมือง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติยึดอำนาจสำเร็จและจัดให้มีการเลือกตั้ง มีการตั้งพรรคการเมืองแต่ก็ล้มเหลวเสียท่านักการเมืองซํ้ารอบเดิม

วันนี้มาถึงยุค คสช.ภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งควบทั้งหัวหน้าและนายกฯ ก็มาในอีหรอบเดียวกัน แม้จะ อยู่ในอำนาจมาถึง 4 ปีเต็มๆแล้วก็ตาม

การตั้งพรรคการเมืองที่แม้จะยังไม่ชัดแต่ก็รับรู้กันดีว่าน่าจะเป็น “พลังประชารัฐ” โดยมีทีมงานในรัฐบาลชุดนี้ทำการขับเคลื่อน

ก็มีคำถามเช่นกันว่า ในบริบทการเมืองไทยที่เปลี่ยนไปอย่างนี้ โอกาสที่พรรคสนับสนุน คสช.จะก้าวไปสุดฝั่งฝาหรือไม่

หรือก็เพียงแค่เรื่องเก่าๆเดิมๆที่นำมาฉายซํ้าเท่านั้น.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้