วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดประมูลบ่อก๊าซอ่าวไทย ใครขายก๊าซถูกสุดชนะ

เปิดประมูลบ่อก๊าซอ่าวไทย ใครขายก๊าซถูกสุดชนะ

  • Share:

วันนี้ถือเป็น วันประวัติศาสตร์พลังงานไทย อีกวัน เมื่อ กระทรวงพลังงาน เปิดให้ประมูลแหล่งก๊าซใหญ่ในอ่าวไทย 2 แห่ง คือ แหล่งเอราวัณ และ แหล่งบงกช ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานใน 4 และ 5 ปีข้างหน้า เบื้องต้นมีผู้ยื่นขอสิทธิสำรวจและการผลิต 5 ราย คือ เชฟรอนประเทศไทย เจ้าของแหล่งก๊าซเอราวัณ ปตท.สพ. เจ้าของแหล่งก๊าซบงกช และผู้ท้าชิงรายใหม่ มูบาดา ปิโตรเลียม บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่อาหรับจากยูเออี มิตซุย ออยส์ เอ็กซ์พลอเรชั่น บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่จากญี่ปุ่น โททาล อีแอนด์พีไทยแลนด์ บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่จากฝรั่งเศส

ดูจากฐานะการเงินแล้ว ปทต.สผ. อาจจะเสียเปรียบยักษ์ใหญ่ ต่างชาติ แต่ก็ได้เปรียบในฐานะ เจ้าของแหล่งก๊าซบงกช มีโอกาสที่จะชนะมากกว่า เพราะมีต้นทุนที่ถูกกว่า

ผมขอแสดงความชื่นชม กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ และ กระทรวงพลังงาน ในการเปิดประมูลครั้งนี้ ที่กำหนดเงื่อนไขการตัดสินผู้ชนะการประมูล ต้องเป็น “ผู้เสนอราคาก๊าซต่ำที่สุด” โดยใช้ราคาก๊าซที่ซื้อขายในปัจจุบันเป็นราคาอ้างอิง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ก๊าซในราคาถูกที่สุด การประมูลครั้งนี้จะใช้ระบบใหม่ คือ ระบบแบ่งปันผลผลิต

การประมูลครั้งนี้ รัฐบาลให้น้ำหนักที่ราคาก๊าซธรรมชาติ 65% และให้น้ำหนักส่วนแบ่งกำไรที่จะให้รัฐบาลไม่น้อยกว่า 50% เพียง 25% เท่านั้น

แม้รัฐจะได้ส่วนแบ่งกำไรน้อยลง แต่ประชาชนได้ประโยชน์ ประเทศได้ประโยชน์ ราคาก๊าซที่ถูกลงก่อให้เกิดผลดีต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม ทำให้ต้นทุนการผลิตไฟฟ้าถูกลง ค่าไฟฟ้าถูกลง ต้นทุนการผลิตต่างๆก็จะถูกลงด้วย แต่รัฐก็ยังมีรายได้จากค่าภาคหลวง 10% รายได้จากภาษีปิโตรเลียม 20% ตามปกติ

คุณวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ อธิบายว่า หากราคาก๊าซถูกลง 1 บาทต่อล้านบีทียู จะทำให้ค่าเอฟทีไฟฟ้าลดลง 0.5 สตางค์ต่อหน่วย ยิ่งทำให้ผมชื่นชมทีโออาร์ฉบับนี้มากขึ้น ราคาก๊าซในอ่าวไทยวันนี้อยู่ที่ 4–5 ดอลลาร์ต่อล้านลูกบาศก์ฟุต ราคาตลาดโลกอยู่ที่ 10 ดอลลาร์ต่อล้านลูกบาศก์ฟุต ถ้าราคาก๊าซจากการประมูลครั้งใหม่ ต่ำกว่า 4–5 ดอลลาร์ต่อล้านลูกบาศก์ฟุต ประเทศไทยจะเป็นสวรรค์ของการลงทุนเลยทีเดียว ต้นทุนการผลิตจะถูกลงมาก ช่วยเพิ่มความสามารถแข่งขันของสินค้าไทยมากขึ้น

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งการประมูลครั้งนี้ รัฐบาลจะไม่ทำให้ประชาชนฝันค้าง

วันก่อน คุณบวร วงศ์สินอุดม รองประธานสภาอุตสาหกรรมฯ ได้แสดงความเป็นห่วงในงานสัมมนาเรื่องนี้ว่า การประมูลก๊าซแหล่งเอราวัณและบงกชล่าช้ามานานแล้ว หากการประมูลครั้งนี้ มีการประท้วงต่อต้าน ทำให้ล่าช้าออกไปอีก จะส่งผลกระทบต่อ

เศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก ราคาก๊าซในอ่าวไทยซื้อขายกันที่ 4–5 ดอลลาร์ต่อล้านลูกบาศก์ฟุต แต่ราคาตลาดโลกอยู่ที่ 10 ดอลลาร์ต่อล้านลูกบาศก์ฟุต ถ้าการประมูลล้มเหลว จะทำให้ต้นทุนค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 18 สตางค์ต่อหน่วย กระทบต่อแผนพัฒนาประเทศที่จะพาคนไทยก้าวพ้นความยากจนในปี 2575

ปัจจุบัน แหล่งก๊าซเอราวัณ และ บงกช เป็นแหล่งก๊าซที่ใหญ่ที่สุดของไทย สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติได้วันละ 2,100 ล้านลูกบาศก์ฟุต เกือบครึ่งของก๊าซที่ประเทศไทยต้องใช้ทั้งหมด เทียบเท่าโรงไฟฟ้า 1,200 เมกะวัตต์ ถึง 10 โรง กว่าครึ่งของโรงไฟฟ้าก๊าซทั้งหมด

ถ้า การประมูลต้องล่าช้าออกไป ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม มีการคำนวณออกมาว่า อาจส่งผลกระทบต่อระบบเป็นมูลค่ากว่า 350,000 ล้านบาท เพราะจะไม่มีการขุดเจาะผลิตก๊าซเพิ่ม ปริมาณการผลิตก๊าซจะลดลงเรื่อยๆ ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น ค่าไฟฟ้าจะแพงขึ้น ผมก็หวังว่า รัฐบาล คสช. จะไม่ทำให้ “เสียของ” อีก เหมือนหลายๆ โครงการที่ทำเสียของไปแล้วอย่างน่าเสียดาย.


“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้