วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สอบปม-ตกตึก ตร.ปัดฆ่า 4 พี่น้องลูกครึ่ง!

สอบปม-ตกตึก ตร.ปัดฆ่า 4 พี่น้องลูกครึ่ง!

  • Share:

ประตูล็อกด้านใน-ระบุร่วงมาเอง 3คนยังโคม่า-หยุดหายใจยื้อชีวิต แม่แย่งสิทธิ์ลูกกับอดีตสามีสวิส

ตำรวจสอบยาย 4 เด็กลูกครึ่งพลัดตกตึก ขณะที่ผู้เป็นแม่ยังไม่ไปรับศพลูกคนเล็ก เก็บไว้นิติเวช เพราะต้องอยู่เฝ้าลูกๆทั้ง 3 คนยังบาดเจ็บสาหัส อาการพี่สาวคนโต ตาซ้ายมองเห็นภาพซ้อน ขาซ้ายหัก และรอเอกซเรย์กระดูกสันหลัง ส่วนลูกชายลูกสาวอีก 2คน สมองบวมยังไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะลูกสาวหยุดหายใจไป 2 รอบ แต่แพทย์ยื้อขึ้นมาได้ พร้อมวอนหน่วยงานรัฐให้ความช่วยเหลือ ขณะเพื่อนร่วมหอพักที่เกิดเหตุ ตั้งกล่องบริจาคเงินช่วยเหลือ

จากเหตุสลด 4 พี่น้องลูกครึ่งไทย-สวิส ประกอบด้วย ด.ญ.ดีมา พาเมล่า โบเรล หรือน้องดีดี้ อายุ 11 ขวบ ด.ช.ลูก้า ฟรองซัว โบเรล หรือน้องต้นกล้า อายุ 10 ขวบ ด.ญ.ชนิดา เดล โบเรล หรือน้องดานี อายุ 7 ขวบ และ ด.ช.คนัธชา หรือริคกี้ โบเรล อายุ 5 ขวบ พลัดตกจากห้องพักชั้น 4 หอพักเกศรี ในซอยรามคำแหง 34 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ โดย ด.ช.คนัธชา น้องคนสุดท้อง เสียชีวิต ส่วนอีก 3 คน บาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นพบว่าเด็กทั้ง 4 คนอยู่ในความดูแลของ น.ส.รัตติกาล ประกายแก้ว อายุ 37 ปี ผู้เป็นแม่ ส่วนพ่อคือนายมาร์เชล เลออง โบเรล ชาวสวิตเซอร์แลนด์ ครูสอนภาษาอังกฤษ ย่านหนองจอก ทั้งคู่อยู่ระหว่างการฟ้องร้องเรื่องสิทธิการเลี้ยงดูบุตรตามที่เสนอข่าวไปแล้ว

ความคืบหน้าเหตุสลดใจเรื่องนี้ เมื่อเที่ยงวันที่ 2 พ.ค. พ.ต.ท.นพพร ศรีสุชาติ รอง ผกก.(สอบสวน) สน.หัวหมาก กล่าวว่า พนักงานสอบสวนได้ไปสอบปากคำ นางรัตนา ประกายแก้ว อายุ 63 ปี ยายของเด็กที่ รพ.แพทย์ปัญญา หลังจากสอบสวนยายและพยานแวดล้อมอื่นๆ แล้วเป็นไปได้ยาก ที่เด็กจะถูกผู้อื่นทำให้ตกลงมา เนื่องจากยายล็อกประตูห้องจากด้านในไว้ คนนอกไม่สามารถเข้าไปได้ แต่เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนสอบสวนแบบรอบด้านโดยตรวจสอบกล้องวงจรปิดดูว่ามีผู้ต้องสงสัยหรือไม่ รวมทั้งประสานข้อมูลจากการผ่าชันสูตรพลิกศพ และผลตรวจที่เกิดเหตุจากกองพิสูจน์หลักฐานเพื่อสรุปสำนวนคดีอีกครั้ง

พ.ต.ท.นพพรกล่าวว่า ล่าสุดอาการของ ด.ญ.ดีมา อายุ 11 ขวบ ที่รักษาตัวอยู่ที่ รพ.แพทย์ปัญญา บาดเจ็บขาซ้ายหัก ยังไม่ได้รับการผ่าตัด แพทย์ตรวจพบ ดวงตาข้างซ้ายมองเห็นภาพซ้อน ปอดมีฝ้า จากนี้จะเอกซเรย์กระดูกสันหลัง และพักฟื้นให้ร่างกายพร้อมสำหรับการผ่าตัด ส่วน ด.ญ.ชนิดา อายุ 7 ขวบ อาการสมองบวมยังไม่ดีขึ้น ขณะที่ ด.ช.ลูก้า แพทย์ตรวจพบอาการของสมองบวมเช่นกัน แพทย์ผ่าตัดเด็กทั้งสองคนไปแล้ว 1 รอบ และตรวจพบม้ามฉีกทั้งคู่ จึงผ่าตัดเอาม้ามออก ส่วนศพ ด.ช.คนัธชา อายุ 5 ขวบ ยังอยู่ที่นิติเวชฯ รพ.ตำรวจ แม่ของเด็กยังไม่พร้อมที่จะนำศพออกมา เนื่องจากยังมีลูกอีก 3 คน ที่ต้องเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดอยู่ใน รพ. อยากจะรอให้มีความพร้อมมากกว่านี้

พ.ต.ท.นพพรกล่าวอีกว่า ในส่วนของ น.ส.รัตติกาลแม่ของเด็กทราบว่า ทำงานเป็นพนักงานโรงแรมกะดึก ย่านถนนวิทยุ เลิกกับนายมาร์เชล เลออง โบเรล ได้ 4 ปี ทั้งคู่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน โดยนายมาร์เชลได้ต่อสู้ในชั้นศาล และได้สิทธิเป็นผู้ปกครองเด็กทั้ง 4 คน อย่างถูกต้องตามกฎหมายเมื่อปี พ.ศ.2559 แต่ที่ผ่านมาถูก น.ส.รัตติกาลไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับเด็ก

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 23.20 น. วันที่ 1 พ.ค. น.ส.รัตติกาล ประกายแก้ว อายุ 37 ปี แม่ของเด็กลูกครึ่งทั้ง 4 คน เผยกับผู้สื่อข่าวทางโทรศัพท์ว่า ทำงานเป็นพนักงานต้อนรับที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนวิทยุ เท่าที่สอบถามพบว่า ก่อนเกิดเหตุพี่สาวคนโตคือ ด.ญ.ดีมา พาเมล่า โบเรล หรือน้องดีดี้ออกไปล้างจานที่ระเบียง แต่น้องๆหิวข้าวจึงมาช่วยล้างจานเพราะต้องการให้พี่ไปต้มมาม่าให้ ระหว่างนั้นน้องคนเล็กที่เสียชีวิต ไปนั่งตรงแผ่นไม้ที่ทำไว้วางของริมขอบระเบียงก่อนพลัดตกลงมา พี่ๆอีก 3 คนเข้าไปช่วยเลยตกมากันหมด ทั้งนี้ ตนเลี้ยงลูกคนเดียวมาโดยตลอด หวังว่าหน่วยงานของรัฐจะให้การช่วยเหลือในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล ส่วนพ่อของเด็กไม่ได้จดทะเบียนสมรส ที่ผ่านมาชอบตีลูก หากเขาเปิดรับบริจาคขอความช่วยเหลือ ขออย่าไปบริจาคให้

สำหรับอาการลูกๆอีก 3 คน น.ส.รัตติกาลกล่าวว่า ด.ญ.ดีมา พาเมล่า โบเรล หรือน้องดีดี้ พี่สาวคนโต ขาหัก แพทย์ยังไม่สามารถผ่าตัดได้ รวมทั้งต้องรอดูอาการปอดอีกครั้งหนึ่ง ลูกคนที่ 2 ด.ช.ลูก้า ฟรองซัว โบเรล อาการสาหัส แม้จะลืมตาได้ ขยับตัวได้เล็กน้อย แต่สมองบวม โหนกแก้มแตก กระดูกหักหลายแห่งต้องตัดม้ามออก ส่วนคนที่ 3 ด.ญ.ชนิดา เดล โบเรล หรือน้องดานี อาการสาหัส เมื่อช่วงกลางวันหยุดหายใจไป 2 รอบ แต่แพทย์ยื้อชีวิตมาได้ ขณะนี้ไม่รู้สึกตัว ส่วน ด.ช.คนัธชา หรือริคกี้ โบเรล ลูกชายคนเล็กที่เสียชีวิต ศพยังอยู่ รพ.ตำรวจ ยังไม่ไปรับศพ เพราะต้องดูอาการของลูกทั้ง 2 คน ที่ยังอาการสาหัสก่อน แต่จะนำศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลตามพิธีกรรมทางศาสนาที่วัดจันทวงศา-รามวรวิหาร ย่านรามคำแหง

วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ผู้หนึ่งของสถาบันนิติเวช รพ.ตร.กล่าวว่า กรณีที่ญาติไม่สะดวกมารับศพ ทางนิติเวชจะเก็บไว้เป็นเวลา 4 วัน หลังจากนั้นจะนำไปฝังตามสุสานศพไร้ญาติ หากญาติจะมารับศพจะต้องติดต่อที่สถาบันนิติเวช เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

อีกด้านหนึ่ง ผู้สื่อข่าวไปตรวจสอบที่ห้องเกิดเหตุชั้น 4 หอพักเกศรี แต่ไม่มีใครอยู่ ข้างห้องบอกว่าญาติไปเฝ้าอาการเด็กๆที่โรงพยาบาล ขณะที่ลูกชายร้านขายอาหาร ชื่อร้านแม่น้อย ห่างหอพักที่เกิดเหตุประมาณ 200 เมตร กล่าวว่า เด็กๆที่บาดเจ็บและเสียชีวิตมาที่ร้านเป็นประจำ ทุกคนมีท่าทีร่าเริง สมวัย ไม่ซุกซนมากจนเกินไป คนพี่มีวุฒิภาวะดีคอยดูแลน้องๆ เด็กชอบมาสั่งข้าวเปล่า ไข่เจียว ใส่กล่องและน้ำโค้กเอากลับไปทานที่ห้อง ทุกครั้งจะเตรียมเงินมาพอดีกับค่าอาหาร คล้ายเป็นคนที่รู้จักวางแผน คิดคำนวณรอบคอบ เมื่อทราบว่าเด็กทั้งหมดตกตึก รู้สึกใจหาย ส่วนเรื่องการเงิน ไม่ทราบสถานะแต่เขาไม่เคยติดค้างค่าอาหาร ทราบว่าคุณแม่เขามักจะพาเด็กๆไปเดินแบบ ไปถ่ายแบบเสื้อผ้าประจำ

ขณะที่ น.ส.วรรธนา สวดสม อายุ 46 ปี เจ้าหน้าที่นิติบุคคล อาคารชุดเกศรี 3 เปิดเผยว่า ปกติผู้อาศัยที่นี่ทั้งหมดจะเป็นครอบครัวก็ว่าได้ ทุกคนช่วยเหลือเกื้อกูลกันไม่คำนึงว่าใครเป็นใคร แต่ก่อนก็ช่วยกันบริจาคในงานศพ ครั้งนี้ทางนิติบุคคลก็ร่วมรับบริจาคช่วยครอบครัว น.ส.รัตติกาล โดยสำนักงานนิติบุคคล ตั้งอยู่อาคารบี ได้ตั้งกล่องรับบริจาค ทั้งนี้ เพื่อความโปร่งใส ผู้บริจาคต้องลงชื่อจำนวนเงินบริจาคเพื่อตรวจสอบได้ หรือบริจาคโดยตรง โอนเข้าบัญชี น.ส.รัตติกาล ประกายแก้ว บัญชีเลขที่ 243-033451-2 ธนาคารกรุงเทพ สาขารามคำแหง 28

น.ส.วรรธนากล่าวต่อว่า สำหรับครอบครัวน.ส.รัตติกาลและเด็ก มาเช่าห้องอยู่ที่อาคารซี ประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนตากับยายอยู่มาก่อน อยู่มานาน 10 กว่าปี โดยอยู่ชั้น 1 อาคารเดียวกัน เท่าที่รู้จักเด็กๆทั้งหมดมีกิริยามารยาทดี พูดจาไพเราะ ลงท้ายมีหางเสียง ครับ คะ ตลอด แม่สอนมาดีมาก เห็นผู้ใหญ่ยกมือไหว้อ่อนหวาน เป็นลูกครึ่ง หน้าตาดี แม่เขามักพาไปประกวดไปเดินแบบ ไปถ่ายแบบ ที่ห้างเดอะมอลล์ บางกะปิ ก็เคยไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้