วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ลุ้น 20 ปีไม่ติดฝุ่น ทลฉ.ฝันติดท็อป 20

ลุ้น 20 ปีไม่ติดฝุ่น ทลฉ.ฝันติดท็อป 20

  • Share:

ตีปี๊บเอกชนร่วมลงทุนกระหึ่ม 1.2 แสนล้าน

นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รมช.คมนาคม เปิดเผยระหว่างเป็นประธานเปิดสัมมนารับฟังความคิดเห็นจากภาคเอกชน (Market Sounding) โครงการศึกษาทบทวนความเหมาะสมด้านวิศวกรรมเศรษฐกิจ การเงิน และสิ่งแวดล้อม โครงการท่าเรือแหลมฉบังขั้นที่ 3 เพื่อให้รองรับการขนส่งตู้สินค้าผ่านทางรถไฟและเพิ่มระบบจัดการขนตู้สินค้าแบบอัตโนมัติ (Automation) ว่า โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 นั้นถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมปี 2558-2565 และเป็น 1 ใน 5 โครงการสำคัญในระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยมีเป้าหมายให้ไทยเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมขั้นสูง เชื่อมต่อเครือข่ายคมนาคมขนส่งที่ครบวงจร ด้วยการนำระบบการขนส่งแบบอัตโนมัติและไร้รอยต่อเข้ามาบริหารจัดการ

ทั้งนี้ การพัฒนาลงทุนดังกล่าวใช้งบประมาณลงทุนกว่า 120,000 ล้านบาท รองรับตู้สินค้าได้ 18.1 ล้านตู้ทีอียู/ปี ซึ่งจะทำให้ท่าเรือแหลมฉบังติด 1 ใน 20 ท่าเรือระดับโลกที่มีการขนส่งสินค้าเปลี่ยนผ่านแบบทันสมัย

ร.ต.มนตรี ฤกษ์จำเนียร ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) กล่าวว่า ตามแผนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 นั้น ทาง ทลฉ.จะเปิดให้นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุน (พีพีพี) วงเงินลงทุนรวม 120,000 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ 40,000 ล้านบาท และการประกวดราคาให้เอกชนที่สนใจเข้ามาพัฒนาท่าเรือเฟส 3 จำนวน 5 ท่า มูลค่ารวมกว่า 80,000 ล้านบาท คือ ท่าเรือ E0 ให้บริการท่าเรือรถยนต์ และสินค้าอื่นๆ ท่าเรือ E1, E2, F1, F2 เป็นท่าเรือตู้คอนเทนเนอร์ โดยจะเปิดขายทีโออาร์ในเดือน ส.ค.61 และจะต้องได้ตัวเอกชนที่จะเข้ามาบริหารจัดการท่าภายในสิ้นปี 61-ต้นปี 62 เปิดให้บริการได้ในปี 2567-68

“เมื่อท่าเรือ ทลฉ.เฟส 3 เปิดให้บริการจะเพิ่มปริมาณขนส่งตู้สินค้าจาก 11.1 ล้านตู้ทีอียูเป็น 18.1 ล้านตู้ทีอียู/ปี ซึ่งจากการประเมินพบว่าสัดส่วนสินค้าผ่านท่าจะเพิ่มจาก 7% เป็น 30% ลดต้นทุนค่าขนส่งรวมของประเทศ (Logistics Cost) จาก 14% ของ GDP เหลือ 12% ของ GDP ประหยัดเงินค่าขนส่งได้ถึง 250,000 ล้านบาท”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้