วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
จวก เพนกวิน บุกกราบนายกฯ ป่วนเวทีแรงงาน ผิดกาลเทศะ

จวก เพนกวิน บุกกราบนายกฯ ป่วนเวทีแรงงาน ผิดกาลเทศะ

  • Share:

ผู้นำแรงงาน จวกคนอยากเลือกตั้งป่วนวันแรงงานแห่งชาติ ย้ำเวทีนี้เพื่อคนทำงาน ไม่ใช่การเมือง กระทรวงแรงงาน ขานรับ "บิ๊กตู่" คุมสัดส่วนต่างด้าว ไม่ให้แย่งงานคนไทย

วันที่ 2 พ.ค. นายพนัส ไทยล้วน ประธานสภาลูกจ้างแรงงานแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานจัดงานวันแรงงานแห่งชาติ ที่ลานคนเมือง เมื่อวันที่ 1 พ.ค. กล่าวถึงกรณี นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน แนวร่วมกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง แฝงตัวเข้ามาในงานด้วยการสวมเสื้อสีน้ำเงินของสำนักงานประกันสังคมที่แจกให้กับผู้ใช้แรงงานใส่ร่วมกิจกรรม บุกประชิดเข้าหานายกรัฐมนตรี แล้วนั่งก้มกราบบอกว่า อยากเลือกตั้ง จนทีมรักษาความปลอดภัยต้องเข้าล็อกตัวออกไป เป็นการมาผิดที่ผิดทาง ผิดกาลเทศะ เพราะเวทีวันแรงงานแห่งชาติ เป็นเวทีเรียกร้องสิทธิประโยชน์เพื่อผู้ใช้แรงงาน ไม่ใช่เวทีการเมือง 

นายพนัส กล่าวว่า ตรวจสอบแล้วพบว่ามีการไปขอเสื้อมาจากคนที่เคยอยู่ในองค์กรแรงงาน เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่เข้าร่วมงาน ซึ่งตอนนี้รู้แล้วว่าเอามาจากไหน แต่หลังเกิดเหตุ นายกฯ และทีม รปภ.ไม่ได้ตำหนิอะไร เพราะเจ้าหน้าที่ มีการดูแลความปลอดภัยเข้มงวดอยู่แล้ว คนมาหลายพันคน แต่เปิดให้เฉพาะคนใส่เสื้อและมีบัตรที่คณะกรรมการจัดงานออกให้เข้าร่วมพิธีตอนนายกฯ เปิดงานเท่านั้น เนื่องจากสถานที่แคบ ตนยังถูกผู้ใช้แรงงานต่อว่าต่อขานไม่จบ เพราะมากันมากแต่เข้าไม่ได้ 

นายพนัส กล่าวอีกว่า ข้อเรียกร้อง 10 ข้อที่ยื่นไป นายกฯ บอกว่าทำไปแล้ว 6 ข้อ ที่จริงเป็นการทำในบางส่วนเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด เช่น การขยายอายุเกษียณเป็น 60 ปี เป็นการขยายเฉพาะกลุ่มที่นายจ้างไม่มีการกำหนดอายุไว้เท่านั้น ส่วนกลุ่มที่นายจ้างมีการกำหนดอายุไว้ที่ 45 ปี 55 ปี หรือ 60 ปี เป็นกลุ่มใหญ่มีมากเป็น 10 ล้านคน ยังไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างไร รวมทั้งการให้ประกันสังคมปรับฐานบำนาญ เริ่มต้นที่ 5 พันบาท ให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นภาคบังคับที่นายจ้างต้องจัดให้มีขึ้น เป็นสิ่งที่รัฐบาลควรเร่งดำเนินการ

ส่วนเรื่องที่นายกฯ พูดบนเวทีว่าต้องคุมสัดส่วนต่างด้าว และมีร้องเรียนนายจ้างบีบคนไทยออก ใช้ต่างด้าวทำงานแทน เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น ทุกวันนี้ต่างด้าวเข้ามาอยู่เยอะแยะ ที่บอกว่ามีผ่อนผันทำงานกว่า 1 ล้านคน จริงๆ มันมีกว่า 4 ล้านคน ผิดกฎหมายมีมากกว่าถูก เพราะใน 100 คน มาจดทะเบียนแค่ 40 คน ที่เหลือ 60 คน ไม่มา 

"พอกำหนดอัตราโทษสูง นายจ้างก็โอดครวญ ลูกจ้างหนีกลับบ้าน วุ่นวายไปหมด พอแก้กฎหมายให้อ่อนลง ก็ยิ่งไม่กลัว มันเลยต้องอยู่กันแบบนี้ เจ้าหน้าที่ทำงานลูบหน้าปะจมูก แรงไปก็ยุ่ง เบาไปก็หย่อน มันจึงต้องกำหนดให้ชัดว่ามีต่างด้าวในประเทศเท่าไรกันแน่ และจริงๆ มีความต้องการใช้มากน้อยแค่ไหน” นายพนัส กล่าว  

ด้าน นายอนุรักษ์ ทศรัตน์ อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวว่า หลังจากครบกำหนดทำทะเบียนประวัติแรงงานต่างด้าวในวันที่ 30 มิ.ย. จะมีการพิจารณากำหนดสัดส่วนแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ในประเทศมีต่างด้าวทำงาน 3.5 ล้านคน ส่วน ลาว กัมพูชา เมียนมา เดิมมีประมาณ 2 ล้านคน แต่เหลืออยู่ 1.3 ล้านคน การกำหนดสัดส่วนไม่ใช่มโนเอง แต่จะมีคณะกรรมการเป็นผู้พิจารณา กำหนดรายละเอียด ว่าเพียงพอไหม ต้องใช้แค่ไหน และอยู่ที่ไหนบ้าง และมีการส่งเสริมให้คนไทยทำงานก่อนใช้ต่างด้าว สำหรับสถานประกอบการที่บีบคนไทยออกแล้วให้ต่างด้าวทำแทน ก็ต้องมีการตรวจสอบต่อไป ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มนายจ้างที่ยังใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ไม่มีใบอนุญาตทำงาน ซึ่งจะมีความผิดที่จ้างต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต  

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้