วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'ราเยวัช' เปิดใจหลังช้างศึกอยู่สายแข็ง ศึกชิงแชมป์อาเซียน

'ราเยวัช' เปิดใจหลังช้างศึกอยู่สายแข็ง ศึกชิงแชมป์อาเซียน

  • Share:

"มิโลวาน ราเยวัช" กุนซือทีมชาติไทย เปิดใจหลังทราบผลการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018...

วันที่ 2 พ.ค. มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย พอใจกับการจักสลากแบ่งสายฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ซึ่ง "ช้างศึก" อยู่ในสายบี ร่วมกับ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และผู้ชนะในรอบคัดเลือกระหว่าง บรูไนฯ หรือ ติมอร์-เลสเต และมั่นใจว่าหากไทยทำผลงานได้ดี ก็มีโอกาสที่อันดับฟีฟ่าแรงกิ้งจะสูงขึ้นกว่าเดิม

มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย จะลงคุมทัพ "ช้างศึก" ลงแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 เป็นครั้งแรก โดยทีมชาติไทยที่มีดีกรีเป็นแชมป์เก่ารายการนี้ อยู่ในสายบี ร่วมกับ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และผู้ชนะในรอบคัดเลือกระหว่าง บรูไนฯ หรือ ติมอร์-เลสเต โดยทั้ง 2 ทีมจะแข่งขันกันแบบเหย้า-เยือน ระหว่างวันที่ 1 กับ 8 กันยายน 2561

มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า "ภายหลังจากการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ผมมองว่าไม่มีอะไรน่าหนักใจสำหรับทีมชาติไทย ถือว่าผลการจับสลากแบ่งสายมีความเหมาะสมทั้งสองกลุ่ม เราพร้อมที่ลงแข่งขันกับทุกทีมด้วยความไม่ประมาท และจะเล่นอย่างเต็มที่ทุกนัด"

"ข้อดีของผลการแบ่งสายครั้งนี้คือ เราเจอทีมฟิลิปปินส์ ที่อันดับฟีฟ่าแรงกิ้งสูงกว่าเรา ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ซึ่งเป็นเกมระดับเอ แมตช์ ที่จะมีการนับคะแนนด้วย หากเราทำผลงานได้ดีคงทำให้อันดับในฟีฟ่าแรงกิ้งเราสูงขึ้น หลังจากนี้เราต้องเตรียมตัวและศึกษาทีมคู่แข่ง วางแผนการเดินทาง เลือกนักเตะ และเตรียมแท็กติกที่จะใช้ในการลงแข่งขันครั้งนี้"

ทางด้าน พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ กล่าวว่า "ผมมองว่าการแข่งขันรูปแบบใหม่ จะทำให้เกมการแข่งขันมีความสนุกสนานและตื่นเต้นมากขึ้น ในสายบี เรามีโอกาสได้เปิดบ้านสู้กับทีมที่มีแฟนบอลเยอะอย่าง อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ทำให้แฟนบอลจะช่วยสร้างความได้เปรียบได้ ผมคิดว่าแฟนบอลน่าจะสนุกกับเกมการแข่งขันในนัดที่พบกับสองทีมนี้"

"ส่วนการไปเยือนบรูไนฯ หรือ ติมอร์-เลสเต เป็นโปรแกรมที่ถูกจัดให้ทีมที่แรงกิ้งสูงกว่าได้ออกไปเยือนทีมที่มีแรงกิ้งน้อยกว่า เพื่อกระตุ้นกระแสนิยมของฟุตบอลในอาเซียน หลังจากนี้ทางสมาคมฯ จะทำงานอย่างเต็มที่ เพราะระบบการแข่งขันของซูซูกิ คัพ มีการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ทีมที่ออกไปเล่นเป็นทีมเยือนจะต้องออกค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พักเอง ทำให้เราสามารถเลือกที่พักที่ดีที่สุดให้กับทีมชาติไทยได้"

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 มีดังนี้

วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 (บรูไน หรือ ติมอร์-เลสเต)- ไทย
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ไทย - อินโดนีเซีย
วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ฟิลิปปินส์ - ไทย
วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ไทย - สิงคโปร์

การแข่งขันครั้งนี้ไม่มีเจ้าภาพในรอบแบ่งกลุ่ม โดยแต่ละทีมจะได้เล่นเกมเหย้า 2 นัด และเกมเยือน 2 นัด เพื่อหาแชมป์กลุ่มกับรองแชมป์กลุ่มผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ซึ่งจะแข่งขันนัดแรกในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2561 ส่วนนัดที่สองจะแข่งขันในวันที่ 5-6 ธันวาคม 2561 ขณะที่รอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันในวันที่ 11 และ 15 ธันวาคม 2561 ต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้