วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เชื่อหรือไม่ หมอทำนายตาย ม.ค. ยาหมอแสงยื้อชีวิตเกิน 5 เดือน (คลิป)

เชื่อหรือไม่ หมอทำนายตาย ม.ค. ยาหมอแสงยื้อชีวิตเกิน 5 เดือน (คลิป)

  • Share:

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบัน เริ่มมีกลุ่มคนที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ “หมอแสง” หรือ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล เจ้าของสูตรยาสมุนไพรรักษามะเร็ง ที่เริ่มคิดค้นขึ้น เมื่อลูกสาวเริ่มป่วยมะเร็งสมอง จากนั้นได้ทดลองต่อเนื่องจนกระทั่งผลิตยาดังกล่าวออกมาจ่ายแจกให้กับ “คนป่วยที่หมอไม่รักษา” ได้ลอง

บางคนกินแล้วดีขึ้น แต่ก็ย่อมมีที่กินแล้วไม่หาย กระทั่งตายไปในที่สุด

ก็อย่างที่รู้กัน “ชีวิต” คนเรานั้นแสนสั้นนัก บางคนตายเพราะอุบัติเหตุ หรือ เหตุปัจจัยใดก็ตาม แต่สำหรับญาติพี่น้องแล้ว การที่คนในบ้านนอนป่วยสักคน ย่อมทำให้บรรยากาศในครอบครัวเหี่ยวเฉาไปด้วย ยิ่งหากได้ยินจากปากหมอบอกว่า พ่อแม่พี่หรือน้องคุณ จะอยู่บนโลกนี้ได้ไม่กี่วัน ใครจะทานทนได้ ยาอายุวัฒนะ หรือ ยาวิเศษใด ก็คงจะต้องลอง เหตุเพราะ “ไม่มีอะไรจะเสีย” แล้ว...

นายแสงชัย แหเลิศตระกูล เจ้าของสูตรยาที่เชื่อว่ารักษามะเร็งได้

และนี่คือ เหตุผลส่วนใหญ่ของผู้ที่เดินทางรับยามะเร็งจาก “หมอแสง” ซึ่งรายงานพิเศษ จาก ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ได้ทำการพูดคุยกับผู้ป่วยมะเร็งและญาติพี่น้องบุคคลเหล่านั้นที่เดินทางมาลงทะเบียนรับยา ที่ สภ.เมืองปราจีนบุรี และได้คัดเลือกเคสที่น่าสนใจมาฝาก

ก่อนจะเข้าเนื้อหา ทีมข่าวฯ​ ขอย้ำกับท่านผู้อ่านทุกท่านว่านี่คือ “ความเชื่อส่วนบุคคล” โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและรับชม

พ่อป่วยมะเร็งตับระยะสุดท้าย... เดินทางมารับยา ดีต่อใจ แต่ไม่รู้ว่าจะหายหรือไม่

คนแรกที่ทีมข่าวได้พูดคุยด้วย คือ น.ส.สุทายาท คงเมือง อายุ 38 ปี มีคุณพ่อ วัย 66 ปี ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ตับ ระยะสุดท้าย และเดินทางมาลงทะเบียนรับยากับหมอแสง เป็นครั้งที่ 3 เปิดเผยว่า คุณพ่อเป็นมะเร็งที่ตับและลุกลามไปที่กระเพาะ วันนี้มารับเป็นครั้งที่ 3 แล้ว เท่าที่สังเกตอาการตอนนี้เขาก็อยู่ของเขาได้ ร่างกายดูปกติ แต่เขาก็รักษาพร้อมกับให้คีโม เพราะตอนนั้นกว่าจะรู้ป่วยก็อยู่ในระยะสุดท้ายแล้ว จากนั้นได้รักษาแพทย์แผนปัจจุบันได้ 1 ปี ถึงจะมารับยาจากหมอแสง

“ก็ไม่รู้ว่ากินยาหมอแสงแล้วจะหายไหม แต่รู้เพียงว่ากินแล้วเขามีกำลังใจ ด้วยเหตุนี้ทำให้เราต้องมารับยาให้กับคุณพ่อ เพราะดีต่อใจคุณพ่อ”

เดินทางร้อยกิโล ฝ่าฝนทนหนาว เพื่อแม่...หลังหมอบอกให้ทำใจ สุดท้ายอยู่ได้เกินทำนาย

ส่วนอีกคนหนึ่งที่เดินทางมานับร้อยกิโลเมตร ด้วย “รถเครื่อง” หรือ จักรยานยนต์ จากจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเดินทางมาตั้งแต่เช้า และมาถึง สภ.เมืองปราจีนบุรี ประมาณบ่าย 2 ซึ่งวันนั้นถือเป็นวันที่อากาศเลวร้าย ฝนตกตั้งแต่ตี 2 และโปรยปรายตลอดทั้งวัน จนอากาศหนาว...

เขาเดินเข้ามาด้วยแววตาอ่อนล้า เนื้อตัวสั่น เดินกอดอก ก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะลงทะเบียนรับยา ทีมข่าวฯ​ ที่นั่งเฝ้าเห็นเข้าจึงไม่พลาดที่จะเข้าไปคุยด้วย

หนุ่มคนนี่แนะนำตัวว่า ชื่อ นายอำพล กลอมกระโทก ก่อนจะสาธยายเรื่องราวชีวิตครอบครัวให้ฟังว่าเขามารับยาแทนแม่ของเขา ในวัย 50 กว่าปี

“ผมมาลงทะเบียนรับยาแทนแม่ของผม...แม่ผมป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูก หมอบอกกับแม่ผมว่าให้ทำใจ แม่จะอยู่ได้ไม่เกินเดือนมกราคม”

นายอำพล เล่าว่า ตอนนั้นแม่ป่วยมะเร็งในระยะที่ 3 กำลังไประยะที่ 4 กระทั่งในเดือนธันวาคมเห็นข่าวจากทีวี จึงได้คุยกับแม่ว่าจะลองยาหมอแสง เนื่องจากตอนนี้หมดหนทางรักษาแล้ว เพราะที่ผ่านมาได้ทำการรักษาทางแพทย์ปัจจุบันทุกทางแล้ว ทั้งฉายแสง เข้าอุโมงค์ แม่ตนรับมาหมดแล้ว

“หมอบอกผมว่า ให้แม่อยู่กับโรคนี้ เพราะโรคนี้ไม่ได้ไปจากเรา “ให้ทำใจ...เพราะโรคมะเร็งในตัวกระจายไปหมดแล้ว อยู่ได้ถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่พอได้กินยาของหมอแสง ก็อยู่เกินมาแล้ว 4 เดือน” นายอำพล กล่าวด้วยท่าทีเศร้าสร้อย น้ำตาคลอ ตลอดเวลา

แต่..หลังจากที่แม่ได้กินยาหมอแสง 2-3 เม็ดแรก แม่พูดกับเราว่ารู้สึกดี ซึ่งก่อนหน้านั้นมีอาการหอบ พูดคุยกันแทบไม่ได้ เรียกว่า นึกว่าจะตายก่อนปีใหม่แล้ว เรียกว่าอยู่ได้ถึงวันนี้ก็ถือว่าดีแล้ว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้แม่ยังเป็นโรคอื่นๆ ผสมด้วย ทั้งเลือดจาง และไต

“เรื่องยาหมอแสงนั้นแล้วแต่ความเชื่อ บางคนอาจจะกินแล้วดี แต่บางคนอาจจะบอกว่าไม่ดีก็ได้ เรื่องนี้แล้วแต่ความเชื่อ..” นายอำพล กล่าว

พ่อป่วยมะเร็งลำไส้ คีโมไม่ได้ นี่คือความหวังสุดท้ายของเขา 

นอกจากนายอำพลแล้ว ยังมี น.ส.ธันย์วรัชญ์ ศรีสงคราม สาววัย 34 ปี ที่มีคุณพ่อ วัย 67 ปี ที่ป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย กล่าวว่า คุณพ่อป่วยมะเร็งลำไส้ โดยเป็นตรงระหว่างลำไส้และท่อน้ำดี เพราะเนื้อมันใหญ่แล้ว ส่งผลให้หมอไม่สามารถให้คีโมได้ ซึ่งที่ผ่านมาได้นอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาแล้ว 20 วัน

“ช่วงที่ระหว่างรักษา คุณหมอบอกว่าไม่สามารถรักษาได้ให้ลองหาแพทย์ทางเลือกอื่น และที่ผ่านมา ข่าวหมอแสง ก็ดังมากอยู่แล้ว พ่อจึงมีความเชื่อและความหวังสุดท้ายของเขา จึงได้พูดคุยกับเขา”

น.ส.ธันย์วรัชญ์ เผยต่อว่า ตนทำงานอยู่ที่ศาลแห่งหนึ่ง และได้รับคำแนะนำจากผู้พิพากษาคนหนึ่งให้ลองรับยาดู เพราะเป็นช่วงที่จำเป็นต้องรีบรักษาอย่างเร่งด่วน เพราะหมอคุยกับเราแล้วว่า “หากถึงวาระสุดท้ายทั้งที่อยู่โรงพยาบาลจะทำอย่างไร...นี่คือวาระสุดท้ายจริงๆ”

นอกจากนี้ เธอยังเล่าให้ฟังด้วยว่า คุณพ่อไม่สามารถกินข้าวได้ เพราะอาหารที่เข้าไปทางปากจะเข้าไปอุดลำไส้ จึงจำเป็นต้องให้อาหารทางสายยาง เมื่อให้เข้าไปสู่กระเพาะ...

กระทั่งได้ยาหมอแสงมา จึงนำมาละลายน้ำเพื่อให้กิน ซึ่งทุกครั้งที่คุณพ่อจะกิน คุณพ่อจะยกมือไหว้ด้วยความหวังว่าจะหาย คุณพ่อกินยานั้นอยู่ 10 วัน หมอก็ให้ออกจากโรงพยาบาล และไปใช้ชีวิตปกติ (แต่ก็ยังกินอาหารไม่ได้ แต่ก็พูดคุยได้ เดินได้ และ “เหมือนว่าจะดีขึ้น”

น.ส.ธันย์วรัชญ์ กล่าวต่อว่า พอยาที่ได้รับหมด พ่อก็จะถามหาว่าเมื่อไหร่จะได้ยามาอีก ส่วนตัวมีความเห็นกรณีที่มีการทดลองในห้องแล็บว่า บางทียาของหมอแสงอาจจะไม่ได้รักษาที่ตัวโรค แต่อาจจะรักษาที่ภูมิคุ้มกันอื่นๆ ทำให้อาการดีขึ้น โดยตัวแกรู้สึกแบบนั้น...

รักษาสองทาง ทั้งวิทยาศาสตร์และสมุนไพร หายมั้ย..ไม่รู้! 

นอกจากญาติพี่น้องคนป่วยมาลงทะเบียนแล้ว ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับ ผู้ป่วยที่เดินทางมาลงทะเบียนด้วยตนเอง ซึ่งบางคนก็ยอมเปิดเผยตัว แต่บางรายก็มีเหตุจำเป็นที่ต้องปกปิดบังใบหน้า และชื่อ เนื่องจากกลัวมีปัญหาอื่นๆ ตามมาภายหลัง

ซึ่ง น.ส.อ้อม (นามสมมติ) ก็เป็นหญิงสาววัย 47 ปี ก็เป็นหนึ่งคนที่ขอปิดบังใบหน้า แต่เผยเรื่องราวว่า เธอป่วยมะเร็งที่เต้านม จากนั้นได้รักษาจนเริ่มดีขึ้น เหมือนจะหายดี แต่แล้วจู่ๆ กลับมาเชื้อลุกลามไปที่ปอด ซึ่งถือว่าเป็นระยะที่ 4

น.ส.อ้อม เล่าว่า มะเร็งที่พบในปอดเป็นเชื่อที่มาจากเต้านม การเดินทางมาวันนี้มองว่าเป็นทางเลือกของคนป่วยในระยะสุดท้ายแล้ว..น่าจะลองสมุนไพรดู พอทานยาหมอแสงแล้วรู้สึกว่า มีแรงมากขึ้น กินข้าวได้ การหายใจสะดวกขึ้น

“ก่อนหน้านี้ที่กินข้าวไม่ได้อาจจะเป็นฤทธิ์ของคีโม ส่วนตัวก็เชื่อทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งสมุนไพรและวิทยาศาสตร์ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะจิตวิทยาหรือเปล่า ที่ทำให้เรากินข้าวได้มากขึ้น..” น.ส.อ้อม ยังยิ้มได้

ตู้โชว์สมุนไพรของ นายแสงชัย

อาจจะเป็นเพราะยาหมอแสงทำให้ภูมิคุ้มกันของเราดีขึ้น ส่วนจะหายหรือไม่..ก็ยังตอบไม่ได้ ถึงแม้ว่าก้อนมะเร็งจะลดลง แต่อย่าลืมว่าตนก็รักษากับทางวิทยาศาสตร์ด้วย

น.ส.อ้อม กล่าวกับผู้สื่อข่าวอย่างมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคร้าย

ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือตัวอย่าง ของผู้ป่วยและญาติที่มาลงทะเบียนรับยากับ นายแสงชัย แหเลิศตระกูล หรือ หมอแสง ถึงแม้กระทรวงสาธารณสุข จะออกมายืนยันว่า “ฆ่ามะเร็ง” ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ดีต่อใจกับคนป่วย และคือทางเลือกหนึ่งในการเยียวยา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน 

อ่านเพิ่มเติม 

ผมมีไม้ตาย! บุกโรงยาคุย ‘หมอแสง’ รักษามะเร็ง ฟังชัดๆ เลิกแจก-ขายสูตร? (คลิป)

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้