วันอาทิตย์ที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
วัดกึ๋น 2 กุนซือ ‘ดิ ฟรานเชสโก-คลอปป์’ ใครเจ๋งกว่ากัน

วัดกึ๋น 2 กุนซือ ‘ดิ ฟรานเชสโก-คลอปป์’ ใครเจ๋งกว่ากัน

  • Share:

ก่อนที่ศึกลูกหนังยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017-18 รอบรองชนะเลิศ นัดที่ 2 ระหว่าง “หมาป่า” โรมา ที่ได้กลับมาเล่นในบ้าน พบกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คืนนี้ มาเทียบฟอร์มของ 2 กุนซือดูว่า ใครมีผลงานที่ดีกว่ากันในช่วงนี้...

ยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก

กุนซือชาวอิตาลี วัย 48 ปี เพิ่งเริ่มคุมทีมฟุตบอลเมื่อปี 2008 ก่อนจะเข้ามาคุมฝูงหมาป่า โรมา ในฤดูกาลนี้นี่เอง แต่ทำผลงานไม่ธรรมดาจริงๆ นำทีมติดท็อปโฟร์ มีลุ้นไปลุยศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าค่อนข้างแน่ แต่ที่เหนือความคาดหมายคือการพาโรมาเข้ามาถึงรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้ โดยในรอบ 8 ทีม ฝ่าด่านหินอย่างทีมบาร์เซโลนา ทำให้ถูกจับตามองทันทีว่ามีโอกาสที่จะนำฝูงหมาป่าเข้าถึงรอบชิงบอลถ้วยยุโรป

แม้ว่าในนัดแรกของรอบรองชนะเลิศ โรมา จะบุกไปพ่าย ลิเวอร์พูล 2-5 แต่การได้ประตูทีมเยือนกลับมาถึง 2 ประตู ก็ทำให้พวกเขายังมีลุ้น เพราะสถานการณ์เหมือนกับในรอบ 8 ทีม ที่นัดแรกแพ้บาร์ซา 1-4 ก่อนจะกลับมาชนะในถิ่นตัวเอง 3-0 ทำให้รวมผล 2 นัด เสมอ 4-4 เข้ารอบตามกฎยิงประตูทีมเยือนนั่นเอง

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ ดิ ฟรานเชสโก เคยค้าแข้งกับทีมหมาป่าเมื่อปี 1997-2001 ก่อนจะกลับมาสู่ถิ่นสตาดิโอ โอลิมปิโก ในฐานะกุนซือในฤดูกาลนี้ ส่วนผลงานในการคุมทีมของเขา เคยนำทีมซาสซูโอโล คว้าแชมป์เซเรีย บี เมื่อฤดูกาล 2012-13 เท่านั้น และถ้าคืนนี้เข้านำโรมาประสบความสำเร็จได้ จะเป็นการเข้าชิงรายการนี้เป็นครั้งแรกเลยทีเดียว   

เยอร์เกน คลอปป์

กุนซือชาวเยอรมัน วัย 50 ปี เริ่มคุมทีมเมื่อปี 2001 กับทีมไมน์ซ อดีตต้นสังกัดของตัวเอง ก่อนจะมาโด่งดังสุดขีดครั้งนำทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์บุนเดสลีกา 2 สมัย เมื่อฤดูกาล 2010-11 กับ 2011-12 ก่อนจะย้ายมาคุมทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล เมื่อฤดูกาล 2015-16 และนำทัพหงส์แดงเข้าชิงชนะเลิศมาแล้ว 2 รายการคือ ลีกคัพ กับ ยูโรปาลีก แต่ทำได้เพียงรองแชมป์เท่านั้น

ในฤดูกาลนี้ จากการที่คว้าตัว "โมฮาเหม็ด ซาลาห์" ปีกทีมชาติอียิปต์ มาร่วมทีม ทำให้ประสิทธิภาพในเกมรุกดีขึ้นทันตาเห็น จนส่งผลให้หงส์แดงมีลุ้นติดท็อปโฟร์ รวมไปถึงเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีกด้วย

สำหรับนัดแรกที่เล่นในบ้าน หงส์แดง เอาชนะ โรมา 5-2 ทำให้ในนัดที่ 2 แค่เสมอหรือแพ้ 0-2 ก็ยังเข้าชิงชนะเลิศ แต่ถ้าดูตามแท็กติกของทีมที่เน้นเกมรุกแล้ว โอกาสที่คลอปป์จะเน้นเกมรับ แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะยังไงก็ต้องลุยแหลกตามสไตล์อยู่แล้ว และถ้าหงส์แดงทำงานสำเร็จ จะเป็นการเข้าชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เป็นครั้งที่ 2 ของคลอปป์ ทันที

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้