วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ซีพี ออลล์ย้ำหนุนเอสเอ็มอี รับน้ำพริกป้าแว่นขายเซเว่นฯ

ซีพี ออลล์ย้ำหนุนเอสเอ็มอี รับน้ำพริกป้าแว่นขายเซเว่นฯ

  • Share:

ผู้บริหารซีพี ออลล์ ยืนยันเดินหน้าสนับสนุนสินค้าเอสเอ็มอีต่อเนื่อง ล่าสุด นำคณะลงเยี่ยมชมกระบวนการผลิตโรงงานน้ำพริกป้าแว่น ซึ่งเป็นอีก 1 ใน 10,000 รายการสินค้าเอสเอ็มอีที่ขายในเซเว่นฯ...  

นายบัญญัติ คำนูณวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้ทำธุรกิจและถือสิทธิ์ร้านเซเว่น อีเลฟเว่นในประเทศไทย กล่าวว่า บริษัทฯ มีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนสินค้าของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SME) ที่ผลิตสินค้ามีคุณภาพมาตรฐานและเป็นที่นิยมของประชาชน โดยบริษัทฯ จะเป็นช่องทางจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการ เพื่อส่งสินค้าตรงถึงมือผู้บริโภคผ่านร้าน   เซเว่นฯ ทั่วประเทศ และผ่านช่องทางของบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด โดยจำหน่ายสินค้าผ่านนิตยสารทเวนตี้โฟร์ แคตตาล็อก ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ และอีคอมเมิร์ซ

ปัจจุบันร้านเซเว่นฯ และทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จัดจำหน่ายสินค้าเอสเอ็มอีรวมทั้งสิ้น 10,000 รายการ และมีการพัฒนาเอสเอ็มอีให้เจริญก้าวหน้าเพื่อเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีสินค้าเอสเอ็มอีจำหน่ายหลายประเภท เป็นสินค้าได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เช่น ผลไม้แปรรูป เครื่องดื่ม เบเกอรี่ และผลิตภัณฑ์เสริมความงาม เป็นต้น ซึ่งสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปจะทำให้ผลผลิตทาง การเกษตรมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ช่วยให้เกษตรกรมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

นายบัญญัติ กล่าวต่อว่า ล่าสุด บริษัทฯ นำคณะเยี่ยมชมโรงงานผลิตน้ำพริกป้าแว่น ซึ่งมีวางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ นับเป็นเอสเอ็มอีประสบความสำเร็จอีกราย ทั้งนี้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีความต้อง การนำสินค้ามาจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ เหมือนน้ำพริกป้าแว่นสามารถนำสินค้ามาเสนอที่ร้านเซเว่นฯ และบริษัท ทเวนตี้โฟร์ ช้อปปิ้ง จำกัด หรือเว็บไซต์ www.cpall.co.th www.7eleven.co.th และ www.24shopping.co.th

ด้าน นางบังอร วันน้อย เจ้าของสินค้าน้ำพริกป้าแว่น กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ ทำไร่ทำนาแล้วพลิกชีวิตสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจน้ำพริก ต้องฝ่าฟันกับปัญหานานัปการ แต่ก่อนใฝ่ฝันอยากจะขายสินค้ากับร้านเซเว่นฯ แต่ไม่รู้จะขายอะไรดี ตอนนั้นครอบครัวมีฐานะยากจน และต้องหาเงินส่งลูกเรียนหนังสือถึง 3 คน กระทั่งวันหนึ่งมีคนบอกว่า ทำอาหารอร่อยน่าจะขายอาหารได้ จึงเริ่มต้นทำน้ำพริกขายตามตลาด ขายทั้งวัน กำไรบ้างขาดทุนบ้าง แต่ด้วยความพยายามและไม่ย่อท้อทำให้มีลูกค้าประจำมากมายจนเจ้าของตลาดจึงตั้งชื่อให้ว่าน้ำพริกป้าแว่น

หลังจากขายในตลาดอยู่หลายปี วันหนึ่งมีโอกาสนำน้ำพริกมาขายในร้านเซเว่นฯ โดยมีทีมงานของร้านเซเว่นฯ คอยให้ความรู้เรื่องมาตรฐานต่างๆ เริ่มจากการพัฒนาโรงงานให้ได้มาตรฐาน รวมไปถึงเรื่องคุณภาพของสินค้า มาดูแลให้คำแนะนำทุกๆ 3 เดือน ใช้เวลาค่อนข้างนาน เพราะไม่มีเงินทุน ซึ่งร้านเซเว่นฯ ให้ความช่วยเหลือมาตลอด ใช้เวลาทั้งหมด 2 ปี กับ 3 เดือน ในปี 2555 จึงได้เข้าไปขาย นั่นคือจุดเริ่มต้นสร้างรายได้มากมายให้กับธุรกิจน้ำพริก กระทั่งนำมาสู่การพัฒนาต่อยอดสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการลองผิดลองถูก เป็นการนำเอาวัตถุดิบหลากหลายมาสร้างสรรค์น้ำพริกให้มีความแตกต่างและคงเอกลักษณ์ของสินค้า

"เริ่มจากการนำน้ำพริกแห้งเข้ามาวางขาย เช่น น้ำพริกตาแดง น้ำพริกนรกกุ้ง น้ำพริกลงเรือ น้ำพริกทะเล และน้ำพริกเห็ดหอมเจ และตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ได้เริ่มนำน้ำพริกสดเข้ามาขายในตู้แช่เย็นเป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวของประเทศไทยที่ขายในร้านเซเว่นฯ" นางบังอร กล่าว และว่า ไม่เพียงแค่การพัฒนาธุรกิจเท่านั้น แต่ธุรกิจน้ำพริกป้าแว่นยังได้ช่วยให้เกิดการจ้างงานในชุมชน รับพนักงานสูงอายุเข้าทำงาน และให้การช่วยเหลือเกษตรกรชุมชนด้วยการรับซื้อวัตถุดิบทางการเกษตร โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง เป็นการเสริมสร้างอาชีพให้กับชุมชนและเกษตรกร นอกจากนี้โรงงานยังให้ความสำคัญในการดูแลพนักงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยกุญแจความสำเร็จ คือ การใส่ใจในรสชาติ ความอร่อย มาตรฐานการผลิต วัตถุดิบคุณภาพ พร้อมกับความมุ่งมั่น คาดว่าในปี 2561 จะเติบโตขึ้น 40%.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้