วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สมช.ลุย 2 ปี ผุดศูนย์ศูนย์ข้อมูลอัตลักษณ์แห่งชาติ แก้แรงงาน อาชญากรรม

สมช.ลุย 2 ปี ผุดศูนย์ศูนย์ข้อมูลอัตลักษณ์แห่งชาติ แก้แรงงาน อาชญากรรม

  • Share:

สมช.ชงนายกฯเซ็นคำสั่งบริหารข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลแห่งชาติ ให้เสร็จภายใน 2 ปี แก้ปัญหาอาชญากรรม-แรงงาน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.61 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการฐานข้อมูลด้านความมั่นคง ครั้งที่ 1/2561 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมพร้อมเพียง

ทั้งนี้ พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมรับทราบผลการดำเนินงาน ของคณะอนุกรรมการ 3 คณะ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการจัดทำฐานข้อมูลด้านความมั่นคงในการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะอนุกรรมการพิจารณาแนวทางการจัดทำฐานข้อมูลด้านความมั่นคง และคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาแนวทางการจัดตั้งฐานข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลแห่งชาติ ตามที่มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องการบริหารข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลฯ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบในหลักการร่างคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึงแนวทางการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องซึ่งมีสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม เป็นหน่วยงานกลาง และมอบหมายให้ สมช.นำร่างคำสั่งดังกล่าวตามที่คณะกรรมการพิจารณา เพื่อเสนอให้นายกรัฐมนตรีลงนามให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ทั้งนี้ สืบเนื่องจากข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้รวมศูนย์การทำงาน ด้านข้อมูลอัตลักษณ์บุคคล เช่น การจัดเก็บลายนิ้วมือ ดีเอ็นเอ ใบหน้า ม่านตา เพื่อใช้ในการติดตามตัว และแก้ปัญหาคดีอาชญากรรม และแรงงาน โดยเป็นข้อมูลกลางที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สามารถนำไปใช้ เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพสูงสุด

ด้าน พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร สั่งการในที่ประชุมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมด ส่งให้กับหน่วยงานกลางของ สมช.ได้จัดเก็บ โดยคาดจะดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 2 ปี อีกทั้งยังกำชับให้หน่วยงานกลางในการจัดเก็บข้อมูลและจังหวัดชายแดนภาคใต้ สนับสนุนข้อมูลให้กับ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้านำไปใช้ หากต้องการข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ให้รีบทำการจัดทำบันทึกข้อตกลงในการใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน ซึ่งการจัดทำฐานข้อมูลทั้งหมดเพื่อช่วยลดความซ้ำซ้อนในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคล เนื่องจากจะดำเนินการตรวจสอบเพียงครั้งเดียว และการดำเนินธุรกรรมต่างๆ หลังจากนี้จะเกิดความสะดวกรวดเร็วกับประชาชนมากขึ้น และจะเป็นการแก้ปัญหางานด้านความมั่นคงที่จะครอบคลุม ทั้งการปลอมแปลงบัตร การทำธุรกรรมต่างๆ ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติและตามแนวชายแดน

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้