วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เหลือพื้นที่ให้สินค้าท้องถิ่นบ้าง

เหลือพื้นที่ให้สินค้าท้องถิ่นบ้าง

  • Share:

คุณพรเพ็ญ สดศรีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย แถลง ภาวะเศรษฐกิจการเงิน 3 เดือนแรก ปี 2561 ว่า แม้เศรษฐกิจไตรมาสแรกจะขยายตัวต่อเนื่องใกล้เคียง 4% แต่กำลังซื้อโดยรวมยังไม่เข้มแข็งนัก โดยเฉพาะ กลุ่มผู้มีรายได้น้อย ทำให้ การขับเคลื่อนการบริโภคในประเทศ เป็น กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูงเป็นหลัก ส่งผลให้ดัชนีการบริโภคภาคเอกชนไตรมาสแรกเติบโตเป็นบวก 3.3%

รานงานของ แบงก์ชาติ สอดคล้องกับ ภาคเอกชน ใน ธุรกิจค้าปลีก

คุณโรเบิร์ต แคนเดลิโน ประธานกรรมการบริหาร ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย แถลงในวันเดียวกันว่า ที่ภาครัฐแถลงว่า ภาพรวมจีดีพีไทยน่าจะเติบโตได้ที่ 4% นั้น ในส่วนของ ภาพรวมกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคกลับมีอัตราการเติบโตน้อยว่านั้น เนื่องจาก กำลังซื้อของผู้บริโภคยังฟื้นตัวไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะ ในตลาดต่างจังหวัด

คุณโรเบิร์ต ได้พูดถึงโครงการ “ร้านธงฟ้าประชารัฐ” ของรัฐบาลว่า เป็นโครงการที่ดีสามารถกระตุ้นให้ผู้บริโภคออกมาใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ในปีนี้บริษัทจะนำสินค้าในเครือเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 48 รายการ จากเดิมที่เข้าร่วมเพียง 20 รายการ เพราะสินค้าที่เข้าร่วมโครงการมียอดขายเติบโตดีกว่าสินค้าที่ไม่ได้นำเข้าร่วม

คุณโรเบิร์ต แถลงด้วยว่า ล่าสุด บริษัทได้จับมือกับคณะวิทยาการจัดการมหาวิทยาราชภัฏเชียงใหม่และเชียงราย เปิดตัวโครงการ “เดอะ มาสเตอร์” เพื่อขยายฐานโมเดล “ร้านติดดาว” ให้เป็น “ร้านค้าปลีก

ข้างบ้าน” ในพื้นที่ภาคเหนือ และจะเปิดตัวสินค้าใหม่เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความหลากหลายและเพิ่มตัวเลือกให้กับผู้บริโภค

ผมอ่านข่าวนี้แล้วก็เห็นภาพ การล้มหายตายจากของร้านโชห่วยในต่างจังหวัด การล้มหายตายจากของเอสเอ็มอีในต่างจังหวัด เพราะสู้กำลังมหาศาลของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างยูนิลีเวอร์ไม่ได้ ทั้งระบบขนส่งสินค้า คุณภาพสินค้า ราคาสินค้าที่ถูกกว่า หลากหลายกว่า รวมทั้ง การขายผ่านอีคอมเมิร์ซ เข้ามาเสริมอีก แล้วธุรกิจเล็กเอสเอ็มอีในต่างจังหวัดจะอยู่รอดได้อย่างไร

ถ้ารัฐบาลไม่คิดแก้ไขในเรื่องนี้ ต่อให้ทุ่มเงินเป็นแสนๆล้าน อุ้มเอสเอ็มอีก็เหมือนเอาเกลือไปทิ้งในทะเล ไม่มีธุรกิจเอสเอ็มอีเหลือรอดแน่นอน

ผมขอร้องให้รัฐบาลใช้อำนาจรัฐ “เหลือพื้นที่ทำมาหากิน” ให้ประชาชนและเอสเอ็มอีบ้างเถิด เพราะในอนาคตจากการส่งเสริมของรัฐบาล หุ่นยนต์จะเข้ามาแย่งงานคนไปหลายล้านตำแหน่ง แล้วจะให้คนเหล่านี้ไปทำมาหากินอะไร

ผมอาจมีประสบการณ์น้อยกว่า คณะรัฐบาล ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ที่ไปดูงานมารอบโลก ทุกครั้งที่ผมไปท่องเที่ยวต่างประเทศ ผมชอบแวะเที่ยวเมืองเล็กที่น่าสนใจ สิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนใน ญี่ปุ่น ยุโรป ก็คือ ไม่มีร้านสะดวกซื้อ ไม่มีห้างสรรพสินค้า ที่มีก็เป็น ร้านสะดวกซื้อในท้องถิ่น ห้างสรรพสินค้าเล็กๆ ที่ขายสินค้าท้องถิ่นเป็นหลัก โดยเฉพาะ ร้านสหกรณ์ มีทุกเมืองใน เยอรมนี สวิตฯ อิตาลี เพื่อรับสินค้าเอสเอ็มอี ของคนท้องถิ่น และขายในราคาถูก เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนในท้องถิ่น

โดยเฉพาะ อิตาลี สวิตฯ ได้ชื่อว่าเป็นประเทศที่มี “เอสเอ็มอี” มากที่สุดในยุโรป ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัว แต่ก็อยู่รอดมาเป็นร้อยปี เพราะรัฐให้ความคุ้มครอง

ผมอยากขอให้รัฐบาล ให้ความสนใจคุ้มครองธุรกิจเอสเอ็มอีบ้าง เหมือนญี่ปุ่น ยุโรป เพื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีในท้องถิ่นอยู่รอด คนในท้องถิ่นอยู่รอด มีธุรกิจ มีงานทำ ไม่ต้องอพยพไปทำงานที่เมืองใหญ่

ยิ่งเห็นข่าว ยูนิลีเวอร์ จับมือกับยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซ อาลีบาบา ลาซาด้า ขายสินค้าอุปโภคบริโภคออนไลน์ส่งถึงบ้าน ตั้งเป้าบุก “ชนชั้นกลาง” ที่เป็นกำลังซื้อหลักในประเทศไทยโดยเฉพาะแล้ว ผมก็อยากเร่งให้รัฐบาลช่วยเหลือพื้นที่ค้าขายให้เอสเอ็มอีไทยให้เร็วที่สุด เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องรีบคิด ก่อนที่เอสเอ็มอีไทยจะล้มตายไปเรื่อยๆ เพราะจะช่วยเหลือก็ไม่ทันแล้ว.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้