วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
รุ่งเรืองทุกยุคทุกสมัย

รุ่งเรืองทุกยุคทุกสมัย

  • Share:

ขณะนี้หลายองค์กรกำลังตรวจการทุจริตสารพัดของหน่วยราชการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการโกงเงินคนจนในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การทุจริตทุนการศึกษาของกองทุนเสมาพัฒนาอาชีพ กระทรวงศึกษาธิการ การทุจริตการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และการทุจริตเงินทอนวัดหลายแห่งทั่วประเทศ

น่าสังเกตว่าการตรวจสอบการทุจริตเงินทอนวัดที่ผ่านๆมา จะกล่าวหาข้าราชการในสังกัดสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นตัวการสำคัญเนื่องจากข้าราชการเป็นฝ่ายเสนอเงินอุดหนุนให้วัด แต่ขอเงินทอนคืนประมาณ 70-80% แต่การตรวจสอบรอบหลังๆ ไม่พูดถึงข้าราชการ แต่ระบุชื่อวัดและพระเถระที่ถูกกล่าวหาทางอาญาและวินัย

ส่วนการตรวจสอบคดีทุจริตโกงเงินคนจน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ท.) แถลงว่า จากการตรวจสอบงบประมาณปี 2560 ทั้งเงินสงเคราะห์ผู้มีรายได้น้อย คนไร้ที่พึ่งและอื่นๆ พบการทุจริตใน 67 จังหวัด ทำให้รัฐเสียหายกว่า 100 ล้านบาท มีข้าราชการเกี่ยวข้อง 250 คน

ส่วนอีก 9 จังหวัด ไม่ได้หมายความว่าไม่มีการทุจริต กลายเป็นจังหวัดที่บริสุทธิ์ผุดผ่อง เพียงแต่ว่ายังไม่พบพยานหลักฐาน ส่วนพฤติการณ์การทุจริตทำคล้ายๆกัน เริ่มต้นด้วยการขอบัตรประจำตัวประชาชน อ้างว่าจะใช้ในกิจการต่างๆ แต่นำไปปลอมแปลงเอกสารเพื่อเบิกเงิน เงินที่ได้มาจะแบ่งให้ประชาชนบ้าง แต่ไม่ยอมแบ่งและงาบไปทั้งหมดก็มาก

การโกงเงินคนจนจึงกลายเป็นการทุจริต ที่มีสัดส่วนในการงาบสูงถึง 100% เพราะไม่ยอมแบ่งให้คนจนแม้แต่บาทเดียว เปรียบเทียบกับการทุจริตโดยทั่วไป มักจะหักค่าหัวคิวประมาณ 25–35% แม้แต่เงินทอนวัดที่มีการงาบในอัตราสูง ก็กินไปอย่างมาก 80% เช่น เสนอให้เงินวัด 10 ล้านบาท ขอเงินทอนคืน 8 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าเป็นการโกงที่รุ่งเรือง

คดีทุจริตทั้งหลายที่เกิดขึ้น พิสูจน์ชัดเจนว่าอาจเกิดขึ้นได้ในทุกยุคทุกสมัยไม่ว่าจะเป็นยุครัฐบาลจากการเลือกตั้ง หรือรัฐบาลคณะรัฐประหาร สามารถ เกิดขึ้นได้แม้ในช่วงที่บ้านเมืองว่างนักการเมือง มีแต่เพียงข้าราชการก็อาจเกิดการทุจริตได้เพียงแต่ว่าข้าราชการอาจจะโกงกินน้อยกว่า เช่น งบคนจน 1,300 ล้านบาท ถูกงาบไปแค่ 100 ล้านบาท

ถ้าเป็นการทุจริตแบบครบสูตร ในยุคที่นักการเมืองมีอำนาจ มีการโกงกินถึงครั้งละร้อยล้านพันล้านหรือหมื่นล้าน ช่องโหว่สำคัญที่สุดคือการปกครองประเทศที่ไร้ธรรมาภิบาล ไม่โปร่งใส ไม่ยึดหลักนิติธรรม ไม่มีระบบการตรวจสอบและถ่วงดุลที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่บ้านเมืองขาดรัฐสภาที่แท้จริง จะไม่มีการตรวจสอบกันอย่างแท้จริง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้