วันเสาร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
พุทธจรัล ไม่ดูทีวี ย้อนดู'ออเจ้า'ดัง หวั่น นักการเมืองทำปท.กลับเหมือนเดิม

พุทธจรัล ไม่ดูทีวี ย้อนดู'ออเจ้า'ดัง หวั่น นักการเมืองทำปท.กลับเหมือนเดิม

  • Share:

ฤาษี พุทธจรัล บอก 50 ปี ไม่ดูโทรทัศน์ กระแสออเจ้า อ้าง มหาเศรษฐี'บิลเกต'ยังพูดถึง จึงย้อนดู ชมเหมาะกับประเทศ ซัด นักการเมืองถูกครอบงำความคิด มีแต่ชิงดีชิงได้ หวั่นประเทศกลับไปเหมือนเดิม 

เมื่อเวลา 16.00 น.วันที่ 1 พ.ค.ผู้สื่อข่าวได้ไปที่อาศรมอมราวตี อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ของฤาษี ดร.พุทธจรัล พุทธจรัล วัย 78 ปี ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจมาก เพราะทุกครั้งที่มาจะมีบทเพลงธรรมดังไปทั่ว แต่ปรากฎว่า มาครั้งนี้มีเสียงเพลงชุด"บุพเพสันนิวาส"คลอเบา และภาพที่เห็น ฤาษี ดร.พุทธจรัล นั่งดูละครย้อนหลังบุพเพสันนิวาส ซึ่งฤาษี ดร.พุทธจรัล ไม่เคยดูโทรทัศน์มานานหลายสิบปีแล้ว

ผู้สื่อข่าวจึงได้ถามด้วยความแปลกใจว่า ทำไมจึงดูละครเรื่องนี้ ฤาษี ดร.พุทธจรัล เล่าว่า เมื่อเดือนมีนาคมในเฟสบุ๊คของตนได้อ่านพบว่า บิลเกตมหาเศรษฐีอันดับ 2 ของโลก ออกมาวิจารณ์ละครเรื่องบุพเพสันนิวาส ตนแปลกใจมากว่าเขาอยู่ห่างไกลนับพันกิโลเมตร เขายังติดตามละครเรื่องนี้ มีคอมเม้นท์ละครและจะมีการติดตามประวัติกรุงศรีอยุธยา ตนจึงได้ค้นหาว่า ละครบุพเพสันนิวาสเป็นอย่างไร เพราะตนก็ไม่ดูโทรทัศน์มานานร่วม 50 ปีแล้ว จึงย้อนดูทางคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ตอนที่ 1จนถึงตอน 10 ภายในวันเดียวพบว่า ตัวละครเพลงและฉากงดงามวิเศษยิ่ง เครื่องแต่งกายและอารมณ์ที่เขาดึงดูดพวกเราเข้าไปอยู่เมื่อเกือบ 300 กว่าปี ทำให้เกิดมิติใหม่ภูมิใจในชาติสถาบัน

เรื่องนี้ต้องฝากไปถึง คสช.ซึ่ง คสช.เขาอยากทำประเทศให้เป็นเช่นนั้น บุพเพสันนิวาสเป็นวิถีจิตอย่างหนึ่งที่เขาใช้ให้เกิดประโยชน์ ได้แล้วพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ใช้อย่างเครื่องแต่กายทันที ที่เราคิดเราก็เป็นบุพเพสันนิวาส แต่งอย่างไรก็เป็นบุคคลคนนั้น เรารู้สึกอย่างไงก็เป็นอย่างนั้น ใครที่เป็นส่วนหนึ่งของพระเพทราชาก็จะเป็นอย่างงั้น ใครที่เป็นส่วนหนึ่งของพระนารายณ์ก็จะเป็นอย่างนั้น ตัวละครแสดงบทบาทให้เราสำนึกถึงสัญญาเดิม คำว่าสัญญาเดิมหากเป็นภาษาสันสกฤตแปลว่า สมฤดี ซึ่งสมฤดียังมีอยู่ในคนไทยทุกคน ดังนั้นอยุธยาไม่ใช่ของเก่าเป็นของใหม่ แต่ที่ใหม่เพราะมาจากเก่า บุพเพสันนิวาสเป็นสิ่งใหม่ในยุคนี้ เป็นของเก่าที่เคยมีมาก่อน ถ้าผู้บริหารแผ่นดิน หรือรัฐบาลจะเป็นอนาคตหรือปัจจุบันเห็นคุณค่าตรงนี้ ก็ฟื้นฟูให้คนไทยทั้งประเทศรักแผ่นดินทำได้ง่าย ได้อารมณ์ ดึงอดีตมาสู่ปัจจุบัน อดีตที่มีความสุขมากกว่าที่เราเป็นกลับมา นั่นเป็นหน้าที่หลักของรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี จะต้องเห็นสิ่งเหล่านี้ทุกวัน ไม่ใช่ตามตอบคำถามสื่อ แต่บอกสื่อว่าฉันเห็นอะไร ปรากฎการณ์อย่างนี้ทำให้คนลืมปัญหาในชีวิตประจำวัน ความขัดแย้งลืมชั่วขณะถือว่า เป็นวิถีที่ผู้บริหารจะต้องมีให้กับคนทั้งประเทศ

"มุมมองบ้านเมืองไม่มีปัญหา แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันมีเพียงคนกลุ่มสองกลุ่มเท่านั้นที่เขาต้องการมีอำนาจ ต้องการผลประโยชน์เขาก็สร้างปัญหาขึ้นมา แล้วเขาก็ไปเอาแนวความคิดของนานาชาติ ที่เขามีความสัมพันธ์ในด้านเศรษฐกิจเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่บ้านเมืองภูมิขององค์สยามเทวาธิราช มีพลังมหาศาล เราไม่ควรเป็นห่วงบ้านเมือง เพียงแต่ว่าเราทำอย่างไรให้เราสบายอกสบายใจ แค่นั้น เหมือนบุพเพสันนิวาสเข้ามามีบทบาทในชีวิต เลือกตั้งในอนาคตก็ไม่ต้องเป็นห่วงเพราะว่า ไม่มีใครสามารถกำหนดชะตากรรมของชาติได้ ยกเว้นแต่บุพเพสันนิวาส ที่ยกขึ้นมาเพราะมันมีอดีตอยู่และทุกอย่างก็เป็นไปตามขบวนการอันนั้น หรือเราไม่พ่วงบุพเพฯ จะพ่วงอดีตกรรมก็ได้

ซึ่งตนดูแล้วนายกฯตู่ ใช้แนวคิดนี้นำทางมาตลอด เมื่อ 4 ปีที่แล้ว นายกฯตู่ต้องการทำประเทศให้เป็นอดีต เป็นอดีตที่น่าส่งเสริมน่าเลื่อมใส มันมีอยู่แล้ว นายกฯตู่ เพียงจะมาทำให้มันเกิดสำนึกใหม่ขึ้นมา แล้วท่านก็พยายาม แต่แล้วคนที่เสียผลประโยชน์ไม่เข้าใจ และพยายามที่จะทำให้มันเป็นเรื่องมาก ท่านก็เหนื่อย ตนส่งเสริมท่านตลอด ตนเห็นคุณค่าของท่าน เหตุการณ์บ้านเมืองมันจะมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาตลอด เหมือนเกาหลีเหนือเกาหลีใต้ เซ็นสัญญาจับมือกันเรียบร้อย แต่อีก2-3 เดือน อาจจะมีเหตุการณ์ให้เขาเป็นข่าวอีกเพราะสัญญามันฉีกเมื่อไหรก็ได้ มันไม่เคยมั่นคง แต่อย่างน้อยมันก็เป็นภาพที่โลกเห็นแล้วพอใจ

เพราะฉะนั้นสัญญาระหว่าง คสช.กับพรรคการเมืองกับธรรมนูญมันเป็นสัญญาที่ฉีกเมื่อไหรก็ได้ มันอยู่ที่ทุกคนอยากให้มันเกิดการเลือกตั้งหรือไม่ ถ้าหากอยากให้เกิดก็เงียบๆ อย่างไปวุ่นวายมาก ถ้าวุ่นวายมากเกิดสับสนมากก็จะไม่เกิด ไม่มีใครรับผิดชอบได้ว่าเกิดหรือไม่เกิด ทุกคนมีส่วนรับผิดชอบหมดโดยเฉพาะคนที่เสียงดังออกมาพูดออกข่าวทุกวันพวกนั้นต้องรับผิดชอบ อยากให้เกิดก็ต้องนิ่ง หากไม่อยากให้เกิดก็ออกมาพูดมากๆ ต่อว่าคนนั้นต่อว่าคนนี้ น้อยใจคนนั้นก็ไม่เกิด

"ที่สำคัญองค์พระสยามประเทศก็ไม่อยากให้ประเทศกลับไปเหมือนเดิม ทุกคนก็กลัว กลัวว่าถ้านักการเมืองเข้ามาบริหารประเทศอีก 500 คนมันก็จะเป็นแบบเดิมอีก เพราะความคิดของคนกลุ่มนี้ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ได้รับการพัฒนาอย่างที่ควรจะเป็น ตนอยากอาสาอบรมคนกลุ่มนี้อยาเปิดประเด็นการเมืองให้เห็นภาพ หากมีเจตนาดีต่อบ้านเมือง อยากเห็นบ้านเมืองเจริญเศรษฐกิจดี ทุกคนท้องอิ่ม เพราะนักการเมืองร้อยทั้งร้อยถูกต่างชาติครอบงำความคิดหมด เป็นเรื่องของผลประโยชน์ ชิงดีชิงได้ เป็นเรื่องของโอกาส แต่ชาวบ้านทั่วประเทศต้องการเห็นความสงบร่มเย็นในบ้านเมือง เดินทางปลอดภัยไม่มีโจรพูดร้าย นักการเมืองไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้เลย ที่ผ่านมาพวกที่เคยเป็นผู้นำอยู่บนเวทีก็ไม่ได้พิสูจน์เลยว่ามีเจตนาบริสุทธิ์ที่จะทำให้ชาวบ้านไว้วางใจได้ นักการเมืองในอนาคตจะต้องมีบารมีธรรมด้วยไม่ใช้บารมีเงินอย่างเดียว" ฤาษี ดร.พุทธจรัล กล่าวทิ้งท้าย

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้