วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศาลกาญจนบุรี ให้จำหน่ายคดีแพ่ง หวย 30 ล้าน รอผลคดีอาญา

ศาลกาญจนบุรี ให้จำหน่ายคดีแพ่ง หวย 30 ล้าน รอผลคดีอาญา

  • Share:

ศาลกาญจนบุรี จำหน่ายคดีแพ่ง หวย 30 ล้านอลเวง เพื่อรอผลคดีอาญา นัดอีกครั้ง 12 ก.ย. ครูปรีชาควงทนายยื่นฟ้องซ้ำหมวดจรูญ ส่วนทนายตั้มโดนหางเลขด้วย

จากกรณี นายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี และ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือหมวดจรูญ ข้าราชการเกษียณตำรวจ ฟ้องร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 1 พ.ย.60 เลข 533726 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นเงินรางวัลจำนวน 30 ล้านบาท

จากนั้น นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา ได้ยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดกาญจนบุรี คดีแพ่ง กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ในข้อหาละเมิดลาภมิควรได้ ซึ่งศาลได้รับเป็นคดีหมายเลขดำ พ.1230/2560 โดยศาลได้นัดคู่ความเป็นนัดแรกเมื่อวันที่ 12 ก.พ.61 ซึ่งเป็นการนัดชี้เพื่อกำหนดประเด็นนำสืบ และศาลจังหวัดกาญจนบุรีได้ให้ทางทนายของโจทก์นัดสืบเสาะพยานเป็นฝ่ายแรก เริ่มวันที่ 1 พ.ค. ถึง วันที่ 4 พ.ค.61 เป็นเวลา 4 วัน ส่วนทนายฝ่ายจำเลย นัดวันที่ 8 วันที่ 9 และวันที่ 11 พ.ค. รวม 3 วัน

ต่อมาวันที่ 25 เม.ย.61 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายความประชาชนฯ ทนายความส่วนตัวของ ร.ต.ท.จรูญ เดินทางมาที่ศาลจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี คดีหมายเลขดำที่ พ.1230/2560 กรณีนายปรีชา ใคร่ครวญ เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล จำเลย ซึ่งคดีนี้ศาลกำหนดนัดสืบพยานโจทก์นัดแรกในวันที่ 1 พ.ค.2561

ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ 1 พ.ค.61 นายณัฐศักดิ์ ประทุมแก้ว รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 7 นายประหยัด แดงบรรจง นายชยพิชญ์ คันธวร องค์คณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดกาญจนบุรี คดีแพ่ง ได้นั่งบัลลังก์ ห้องพิจารณาคดี 5 ชั้น 2 เพื่อสืบพยานโจทก์ คดีหมายเลขดำที่ พ.1230/2560 ตามที่ได้นัดเอาไว้ โดยครั้งนี้ นายปรีชา ใคร่ครวญ พร้อมด้วย นายสุพัฒน์ อดุลย์ศิริอังกูร ทนายความส่วนตัวในคดีแพ่ง ได้เดินทางมาถึงศาลจังหวัดกาญจนบุรี ในเวลาประมาณ 08.30 น. เวลาไล่เลี่ยกัน ร.ต.ท.จรูญ วิมูล หรือ หมวดจรูญ พร้อมด้วยนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ก็เดินทางมาถึง จากนั้นนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น นางพัชริดา พรมตา หรือเจ๊พัช พยานฝ่ายครูปรีชา พร้อมด้วยนายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความเจ๊บ้าบิ่น ก็เดินทางมาถึงเช่นกัน

ในการนี้มีบรรดาญาติพร้อมครอบครัวของทั้งสองฝ่ายเดินทางมาร่วมรับฟังและคอยให้กำลังใจกันเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความอิสระชื่อดัง เดินทางมาร่วมรับฟังและให้กำลังใจทนายษิทรา และหมวดจรูญด้วย สำหรับการนัดสืบพยานในครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง จึงแล้วเสร็จ

ทั้งนี้ นายสุชพงศ์ บุญเสริม ทนายความของเจ๊บ้าบิ่น เปิดเผยว่า วันนี้ไม่มีอะไร การที่เจ๊บ้าบิ่นกับเจ๊พัช เดินทางมาในฐานะพยาน ซึ่งคดีที่นัดเอาไว้วันนี้ ศาลได้พิจารณาจำหน่ายคดีออกไปเพื่อรอฟังผลในคดีอาญา ซึ่งจะนัดอีกทีเพื่อสอบถามความคืบหน้าของพยานในวันที่ 12 ก.ย. แต่ในวันดังกล่าวพยานทั้งสองคนนี้ไม่ต้องเดินทางมา คงต้องไปทำมาหากินเหมือนเดิม แต่ว่าคดีอาญาก็ต้องเดินต่อไป ซึ่งต้องแยกแยะบทบาทของแต่ละคนออกให้ชัดว่า ทั้งสองคนไม่ได้เป็นเจ้าของผู้เสียหายที่ฟ้องเรียกเงิน 30 ล้าน เพราะเขาเป็นเพียงแค่พยานเท่านั้น อย่างที่ผมเคยบอกในเบื้องต้นไปว่าจากพยานแล้วกลายมาเป็นผู้ต้องหาไปด้วย ก็เลยต้องไปแก้ในส่วนที่มีปัญหา

ด้านนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความอิสระชื่อดังเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า วันนี้เดินทางมาในนามส่วนตัว เพื่อติดตามดูว่าจะมีการสืบพยานโจทก์ตามที่ได้นัดหมายเอาไว้หรือไม่ ซึ่งเป็นการมาหาความรู้ หรือเพื่อศึกษาความรู้ แต่พอดีมีการจำหน่ายคดีออกไปตามคำร้องขอของคู่ความ จึงไม่ได้ความรู้กลับไป แต่ก็ได้บรรยากาศที่ดีกลับไปเท่านั้นเอง สำหรับบรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดี ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน คือรอฟังผลคดีอาญา ซึ่งทุกคนมีจุดหมายเดียวกันอยู่แล้ว เมื่อศาลสั่งก็ต้องเคารพ

สำหรับความคิดเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับคดีในฐานะที่เราเป็นทนายความด้วยกัน เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลแล้ว การพิจารณาคดีก็ต้องรอการพิจารณาของศาล อะไรที่มันอยู่นอกศาล หรืออะไรที่มันอยู่นอกสำนวน ก็ไม่จำเป็นต้องไปให้ข่าว ไม่ต้องไปพูดอะไรกันให้เยอะ มันจะเป็นการกระทบกระทั่งกันไป โดยเฉพาะทนายความด้วยกัน ขอให้หลีกเลี่ยงที่จะปะทะคารมกัน

เพราะหน้าที่ของทนายคือการประสานเป็นหลัก อะไรที่เป็นพยานหลักฐานหรือสำนวนก็ให้เก็บเอาไว้แค่นั้นเอง ไม่จำเป็นต้องไปกระแนะกระแหนพูดจาแดกดันกัน หรือโต้เถียงกันไปวันๆ มันไม่ได้อะไรขึ้นมา ส่วนพยานหลักฐานก็เก็บเอาไว้ไปสู้กันในศาล ไม่ต้องเอาไปสู้กันในโลกโซเชียล เมื่อกระบวนการเข้าสู่ศาลแล้วก็ให้เป็นกระบวนการของศาลก็เท่านั้นเอง ในฐานะเป็นทนายความด้วยกันเมื่อเห็นทนายความกระทบกระทั่งกันตนก็รู้สึกไม่สบายใจ จึงอยากเตือนไปยังทนายความด้วยกัน เพราะเรื่องมันขึ้นสู่ศาล และไม่มีอะไรดีไปกว่าศาลแล้ว และสุดท้ายเรื่องก็จบที่ศาลอยู่ดี

ทนายเกิดผล เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องของลอตเตอรี่ ส่วนตัวแล้วแต่เดิมไม่ได้คิดอะไร เพราะไม่ได้ติดตามเรื่องราว แต่ตอนหลังมาเห็นกองปราบชี้มูลประมาณว่ามีพยานหลักฐานที่บิดเบือนข้อเท็จจริง แต่ผมก็ไม่กล้าฟันธงว่าลอตเตอรี่นั้นเป็นของใคร แต่ผมมีความเชื่อว่าเป็นไปตามที่กองปราบวิเคราะห์ออกมาเท่านั้นเอง

ผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับเรื่องสำนวนของกองปราบกับสำนวนของภาค 7 ดูแล้วมีความขัดแย้งกันหรือไม่ ทนายเกิดผลตอบว่า มันขัดแย้งกันอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับศาลเท่านั้น ที่จะเป็นผู้วินิจฉัย เพราะกองปราบก็วินิจฉัยไปอีกแบบหนึ่ง ส่วนภาค 7 ก็วินิจฉัยไปอีกแบบหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้คดีดังกล่าวเป็นที่จับตามองของสังคม จะฝากถึงสังคมอย่างไรบ้าง ทนายเกิดผลตอบว่า ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องน่าศึกษา ในฐานะที่เป็นนักกฎหมาย เพราะเพียงหนึ่งคดีแต่แตกประเด็นไปได้อย่างมากมาย นักศึกษา ทนายความ หรืออะไรที่เกี่ยวข้องกับด้านกฎหมาย ก็แบ่งการเรียนรู้ ทั้งวิธีการสืบพยาน และวิธีการต่อสู้คดี ส่วนเรื่องของสังคมก็เป็นที่น่าสนใจ

เพราะสังคมเราบางครั้งก็ไปตัดสินคนก่อน หรือมันเป็นประเด็นที่น่าศึกษาหลายอย่าง โดยเฉพาะคดีหวยสามสิบล้าน ซึ่งก็มีอยู่หลายคดี ซึ่งมันจะเป็นบทเรียนหรือเป็นบรรทัดฐานให้เราทราบว่า คนไม่ดีกับคนซื่อตรงและซื่อสัตย์จะได้รับบทเรียนแบบไหน สำหรับคดีหวยสามสิบล้าน คาดว่าคงจะไม่เกิน 1-2 ปี ก็จะทราบผล” นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความอิสระ กล่าว

ด้านนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา กล่าวว่า วันนี้ศาลให้จำหน่ายคดีแพ่งออกไปเพื่อรอคดีอาญา โดยมีการนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ 4 มิ.ย. สำหรับการจำหน่ายคดีออกไปก็ไม่ได้หนักใจอะไร เพราะว่าข้อเท็จจริงเรามีอยู่แล้ว และก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างหลังจากวันที่ 4 มิ.ย. ทุกคนก็จะได้ทราบว่าการไต่สวนมูลฟ้องจะเป็นอย่างไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นครูปรีชาได้แจ้งเรื่องให้สื่อมวลชนทราบว่า การมาในวันนี้ครูได้นำนายวชิระ ทานท่า ทนายความเดินทางมาด้วย เพราะได้ดำเนินการฟ้อง ร.ต.ท.จรูญ กับทนายษิทรา ในการร่วมกันฟ้องเท็จในกระบวนการยุติธรรม โดยใช้พยานทั้งหมด 10 ปาก ซึ่งมีทนายวรยุทธเป็นทนายความให้

ผู้สื่อข่าวถามว่า การพบหน้ากันกับหมวดจรูญในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งที่สอง ครูปรีชารู้สึกอย่างไรบ้าง ครูปรีชาตอบว่า เมื่อพบก็ได้สวัสดีพี่เขา เพราะเขาอายุมากกว่า ซึ่งเป็นวัฒนธรรมไทยที่ดีงาม ซึ่งท่านก็รับไหว้ แต่ก็ไม่ได้พูดคุยอะไรกัน เพียงแค่ไหว้เท่านั้น ถามว่า การที่ศาลจำหน่ายคดีแพ่ง จะมีผลกระทบหรือไม่ ครูปรีชาตอบว่า เชื่อว่าไม่กระทบ เพราะเรามีข้อเท็จจริงอยู่แล้ว

ถามว่า วันนี้รู้สึกหนักใจเรื่องคลิปเสียงที่มีข่าวออกมาว่า สอนเด็กนักเรียนซื้อลอตเตอรี่หรือไม่ ครูปรีชาตอบว่า ลักษณะหลักฐานเป็นหลักฐานที่ผมไม่ได้เป็นคนทำ ดังนั้นหลักฐานต่างๆ เหล่านี้เป็นหลักฐานที่มีคนอื่นเป็นคนทำ ซึ่งเราก็ไม่ทราบที่มาของหลักฐานและหลักฐานบางชิ้น เช่น มีคลิปผู้ปกครองต่อว่าครู เป็นเพจปลอมทั้งนั้น

เพราะฉะนั้นขอให้ผู้ที่กล้าเอามาลง ให้เอาเพจจริงมาลง ไม่ต้องใช้เพจปลอม และถ้าเป็นผู้ปกครองนักเรียน ตนก็ยินดีที่จะรับฟังและพร้อมที่จะดูแลบุตรหลานของท่านให้สมกับคำว่าครู สำหรับคลิปเสียงสอนเด็กนักเรียน ครูก็ไม่ทราบว่ามาจากเพจไหน แต่ก็เป็นเสียงที่คล้าย แต่ครูคิดว่ามันเป็นคลิปตัดต่อ ซึ่งถ้าหากเพจเหล่านี้มีตัวตนก็ขอให้แสดงตัวตนออกมา เพราะการสอนนักเรียนครูจะมีการจัดการเรียนรู้เพื่อมุ่งสู่ผลความสำเร็จของนักเรียน ซึ่งครูมั่นใจคำว่าเป็นครูในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปมากว่า 20 ปี และถึงตรงนี้ครูยังเชื่อมั่นว่าลอตเตอรี่เป็นของครู 100 เปอร์เซ็นต์

ด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เปิดเผยว่า วันนี้ศาลได้มีคำสั่งเห็นพ้องกับคำร้องที่ทางฝ่ายเรานั้นยื่นขอเลื่อนคดีไป ซึ่งศาลท่านมีความเห็นว่าเรื่องนี้มันเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เพราะฉะนั้นต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากคดีอาญาให้ถึงที่สุดก่อนว่าจะเป็นยังไงต่อไป แล้วค่อยมาพิจารณาในส่วนของคดีแพ่ง ซึ่งศาลจะนัดคดีแพ่งในวันที่ 12 กันยายน 2561 เวลา 09.00 น.

ซึ่งวันนั้นก็จะเป็นการนัดพร้อมกันเพราะยังไม่ได้สืบอะไร ซึ่งการนัดก็เพื่อฟังผลของคดีอาญาว่าไปถึงไหนแล้ว ซึ่งในวันที่ 4 พ.ค.ก็จะมีการนัดสืบพยานในคดีที่เขาได้ฟ้องคุณลุงจรูญ ในข้อหายักยอกทรัพย์สินหาย และลักของโจร โดยศาลจะมีการไต่สวนมูลฟ้องเวลา 09.00 น.

ผู้สื่อข่าวถามว่า ครูปรีชา พร้อมกับทนายความแจ้งให้สื่อมวลชนทราบว่า ได้ดำเนินการแจ้งความหมวดจรูญ กับตัวทนายษิทรา ตรงนี้รู้สึกอย่างไร ทนายษิทรา ตอบว่า เรื่องนี้มันเป็นสิทธิ์ที่เขาสามารถทำได้ แต่ถ้าหากเราสู้คดีแล้วชนะ เขาก็ต้องรับผลในสิ่งที่เขาทำ อย่างที่เขาฟ้องผมมาเห็นทนายเขาบอกว่าไม่อยากให้ผมไปเป็นความเอง แต่ก็มีการฟ้องเพื่อให้ผมไปเป็นจำเลย

ซึ่งก็ถือว่าเป็นเกียรติที่ผมจะได้เป็นจำเลยร่วมกับคุณลุง ซึ่งเดี๋ยวเราก็ต้องสู้คดีกัน ถามว่าผมจะไปฟ้องแบบเขาไหม ผมว่าการฟ้องแบบนี้ ผมว่าที่จริงแล้วเขาไม่ได้ร่างฟ้องเพียงคนเดียว การที่จะร่างฟ้องให้ทนายเป็นจำเลยด้วยใครๆ ก็ทำได้ ซึ่งผมมองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ “ตลก” มันเป็นเรื่องเด็กๆ ผมคงจะไม่ไปทำตามเขา ซึ่งเดี๋ยวก็มาสู้คดีกันไปตามกระบวนการ ไม่มีอะไรต้องไปวิตก

ส่วนหมวดจรูญ เปิดเผยท้ายสุดว่า ถึงตรงนี้ก็ยังไม่ค่อยสบายใจ เพราะความจริงมันยังไม่ปรากฏต้องผ่านศาลก่อน และถ้าผ่านศาลไปแล้วความจริงปรากฏแล้ว ถึงตรงนั้นมันคงจะทำให้ลุงสบายใจขึ้นเยอะ ถามว่าอยากจะเอ่ยถึงคู่พิพาทบ้างหรือไม่ หมวดจรูญตอบว่า ก็คงจะไม่ปล่อยไปตามข่าวก็แล้วกัน คือยังไงทั้งสองก็รู้อยู่แก่ใจตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งก็ขอให้ต่างคนต่างทำไปตามที่ตัวเองคิดก็แล้วกัน”.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้