วันพฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผู้ว่าฯ นครพนม เสนอ มท.ปลดนายกเทศบาลตำบลน้ำก่ำ ทุจริตรัฐเสียหาย 100ล.

ผู้ว่าฯ นครพนม เสนอ มท.ปลดนายกเทศบาลตำบลน้ำก่ำ ทุจริตรัฐเสียหาย 100ล.

  • Share:

ผู้ว่าฯ นครพนม เสนอปลดนายกเทศบาลตำบลน้ำก่ำ พ้นตำแหน่ง ปม สตง.ตรวจสอบพบทุจริต เสียหายกว่า 100 ล้าน ล่าสุดเงินคงคลังหมด เร่งเอาผิดอาญา 

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความคืบหน้ากรณีความขัดแย้ง รวมถึงปัญหาการทุจริตภายในเทศบาลตำบลน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม เริ่มมีความชัดเจน หลังมีชาวบ้าน รวมถึงข้าราชการ ออกมาร้องเรียนไปยังหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เพื่อทำการตรวจสอบปัญหาการทุจริตในการเบิกจ่ายเงินของผู้บริหารเทศบาลตำบลน้ำก่ำ ภายหลังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน โดยสำนักตรวจสอบพิเศษภาค 5 ร่วมกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจังหวัดนครพนม ร่วมกับอำเภอธาตุพนม ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงมาตั้งแต่ปี 2558 ถึงปัจจุบัน จนกระทั่งมีการสรุปผลการตรวจสอบว่า เทศบาลตำบลน้ำก่ำ โดยมี นายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ เป็นนายกเทศมนตรีตำบลน้ำก่ำ ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงิน เกี่ยวกับโครงการต่างๆ โดยมิชอบหลายโครงการ เข้าข่ายทุจริตประพฤติมิชอบ นอกจากนี้ยังได้ตรวจสอบพบว่า เงินในบัญชีคงคลัง ของเทศบาลตำบลน้ำก่ำ ได้มีการเบิกจ่ายไปตั้งแต่ปี 2558 ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท แต่ส่วนใหญ่ไม่เป็นไปตามระเบียบทางราชการ

เบื้องต้นจาการตรวจสอบเอกสารหลักฐานผลการตรวจสอบของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ที่สรุปความเสียหาย เพื่อดำเนินการเอาผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่ง พบว่ามีประเด็นสำคัญหลักๆ ในการทุจริตรวม 3 ประเด็นหลักๆ คือ ประเด็นที่ 1 การใช้จ่ายงบประมาณอุดหนุนทั่วไปที่ต้องส่งคืน เนื่องจากไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์โครงการ รวมถึงระเบียบการใช้จ่าย รวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 11 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมีเงินคงเหลือแค่ประมาณ 1 แสนบาท

ประเด็นที่ 2 เกี่ยวกับปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างกับบริษัทเอกชน ที่ไม่เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เข้าข่ายผิดกฎหมาย ในการดำเนินการจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมเป็นเงินไม่ต่ำกว่า 15 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการเบิกจ่ายโครงการจ้างเหมาซ่อมแซมถนนลูกรัง จำนวน 33 โครงการ ที่ตรวจสอบพบว่าดำเนินการเป็นเท็จ มีการแปลงปลอมเอกสารในการเบิกจ่าย รวมถึงไม่ได้ดำเนินการซ่อมแซมจริง ทำให้รัฐเสียหายเป็นเงินมากกว่า 29 ล้านบาท

และประเด็นที่ 3 เกี่ยวกับปัญหาโครงการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีสอบราคา รวมทั้งหมด 4 โครงการ อาทิ การจัดซื้อรถยนต์เพื่อการเกษตร รวมถึงเรือตรวจการณ์กู้ภัยทางน้ำ รวมถึงการปรับปรุงก่อสร้างโรงเรียนอนุบาล และการก่อสร้างระบบระบายน้ำคอนกรีต ซึ่งมีการดำเนินการมิชอบด้วยกฎหมาย ทำให้รัฐเสียหายคิดเป็นมูลค้าไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท และยังมีโครงการส่วนย่อยอีกหลายโครงการที่เข้าข่ายการทุจริต เบิกจ่ายงบประมาณไม่เป็นไปตามระเบียบทางราชการ รวมมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท อยู่ระหว่างการสรุปดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ด้าน นายสมชาย วิทย์ดำรงค์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เปิดเผยว่า ในส่วนของการตรวจสอบเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตของพื้นที่เทศบาลตำบลน้ำก่ำ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ถือว่ามีมานานและมีการตรวจสอบปัญหาการทุจริตมานานกว่า 10 ปี และมีประเด็นปัญหาจำนวนหลายเรื่อง ล่าสุดทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้มีการเข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับการใช้จ่ายเงิน พร้อมมีการสรุปเกี่ยวกับปัญหาการทุจริตที่ตรวจพบจำนวนมาก ซึ่งไม่เป็นไปตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง รวมถึงขั้นตอนของกฎหมาย ทั้งนี้ ทางจังหวัดนครพนมจึงได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงจนครบทุกกระบวนการแล้ว พบว่า มีการทุจริตจริงหลายประเด็น ตามระเบียบจึงได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 57 (7) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริการราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 และแก้ไขเพิ่มเติมตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และข้อ 7 ของระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการสอบสวนผู้บริหารท้องถิ่น

พร้อมได้สรุปว่า นายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลน้ำก่ำมีพฤติการณ์ปฏิบัติการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน ละเลยไม่ปฏิบัติตาม หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ เข้าข่ายประพฤติมิชอบ ทำให้รัฐเสียหาย จึงได้พิจารณาเสนอรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ให้นายสุระธวิชญ์ ขันติญาราษฎร์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลน้ำก่ำ พ้นจากตำแหน่ง ตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ.2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และรอผลการพิจารณาคำสั่งตามขั้นตอน ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จะต้องรอขั้นตอนการดำเนินการพิจารณาเอาผิดต่อไป

นอกจากนี้ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง ได้กำชับให้ดำเนินการบริหารด้วยความโปร่งใส การเบิกจ่ายงบประมาณต้องเป็นไปตามกฎหมาย รวมถึงการดำเนินงานจะต้องถูกต้องตามแบบ ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนมากที่สุด หากมีการตรวจสอบพบ จะมีการดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันทีทุกแห่ง.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้