วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
“ร.อ.หญิงนฤตยา วโรทัย” หมอจิตใจงามสมหน้าตา

“ร.อ.หญิงนฤตยา วโรทัย” หมอจิตใจงามสมหน้าตา

  • Share:

“ตั้งเป้าหมายและก้าวไปตามจุดหมาย” เป็นนิยามความสำเร็จในหน้าที่การงานและการดำเนินชีวิตของ ร.อ.หญิง นฤตยา วโรทัย คุณหมอสาวที่มีความมุ่งมั่นในการทำงานในอาชีพแพทย์ ที่ตนรัก และได้นำความรู้ส่งต่อให้กับคนรุ่นน้อง ในฐานะอาจารย์แพทย์ผู้ เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ผู้สูงอายุ

คุณหมองา หรือ ร.อ.หญิงนฤตยา วโรทัย แพทย์กองอายุรกรรม โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ทายาทหนึ่งในสาม ใบเถาของ รศ.ดร.ศิริ–รศ.ดร.ชนิณัฐ วโรทัย เล่าถึงเส้นทางชีวิตการทำงานว่า ตอนเรียนจบจาก ร.ร.สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีผลการเรียนดี จึงเลือกเรียนหมอ เพราะพี่สาวก็เรียนหมอ ด้วยความที่ทางบ้านมีความผูกพันกับรัชกาลที่ 6 คุณตาเคยเป็นราชองครักษ์ ในพระราชวังพญาไท และไม่อยากเดินทางไปต่างจังหวัด เลยทำให้ตนมาเรียนวิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ซึ่งระหว่างเรียนหมอก็ต้องฝึกทหารไปด้วย เป็นการเรียนที่ค่อนข้างหนัก แต่เป็นหมอทหารถูกสอนให้อดทน เพราะเราไม่ใช่จะให้การรักษาที่โรงพยาบาลอย่างเดียว เราต้องอยู่ในค่ายทหารด้วย ในการเรียนได้เปลี่ยนตน ซึ่งเป็นลูกคนเล็กไม่ค่อยกล้าตัดสินใจ ให้มีความเป็นผู้นำมากขึ้น พอเรียนจบตนเลือกเป็นทหารบก มาใช้ทุนเป็นหมออินเทิร์น ที่ รพ.ค่ายประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี 1 ปี แล้วย้ายไปทำงานต่อที่ รพ. ค่ายพิชัยดาบหัก จ.อุตรดิตถ์ แล้วจึงกลับมาทำงานเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาให้กับนักศึกษาแพทย์วิทยาลัย แพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า พร้อมๆกับเตรียมตัวที่จะสมัครสอบไปเรียนและทำงาน ที่เรียกว่า Internal Medicine Residency ที่ St.Elizabeth Health Center เมือง Youngstown รัฐโอไฮโอ สหรัฐฯ ซึ่งกว่าจะสอบได้ต้องผ่านขั้นตอนการสอบถึง 3 ขั้น โดยต้องเดินทางไปสอบสัมภาษณ์ที่สหรัฐฯ พร้อมๆกับต้องแข่งขันกับนักศึกษาจากประเทศอื่นๆ มีความกดดันมาก เกือบจะท้อ แต่ตนรู้สึกว่า ถ้าเราไม่ลอง เราก็จะไม่รู้ ก็ทุ่มสุดตัวจนสอบได้ และได้ทำงานเป็นแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรกรรมที่นั่นอยู่ 3 ปี จากนั้นจึงได้ไปเรียนต่อยอดด้านโรคไต ที่ Tufts Medical Center เมืองบอสตัน อีก 2 ปีและเรียนต่อด้านผู้สูงอายุ ที่ Massachusette General Hospital Harvard University อีก 1 ปี รวม 6 ปี จึงได้กลับมาเมืองไทย และทำงานที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า

“การเรียนที่อเมริกา เป็นไปในลักษณะเรียนด้วย ทำงานรักษาคนไข้ไปด้วย การคัดเลือกจึงยาก เราต้องสอบใบประกอบโรคศิลปของอเมริกาด้วย การทำงานก็ต้องรับผิดชอบต้อง เตรียมพร้อม ทั้งข้อมูลความรู้ สร้างความมั่นใจให้กับอาจารย์และคนไข้ เพราะเราเป็นชาวต่างชาติ ที่ไปรักษาเขา การทำงานและเรียนที่อเมริกา ก็ได้ให้ประสบการณ์มากมาย มีทั้งความสนุกและความกดดัน ซึ่งพอมีปัญหาที่ทำให้เราท้อ แต่ความคิดก็กลับไปสู่จุดแรกของเรา คือ หมอจะวางเป้าหมายชีวิตไว้ชัดเจน เมื่อเรารู้ว่าเป้าหมายเราคืออะไร เมื่อถึงเวลาท้อ เราก็คิดว่า เดี๋ยวมันก็ผ่านไปได้! เราทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ” หมองาเล่าถึงการ ดำเนินชีวิตของเธอที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

สำหรับความภูมิใจของ คุณหมองา คุณหมอสู้งานคนนี้ เธอบอกว่า ความภูมิใจเล็กๆรายวันคือ การรักษาผู้ป่วยให้หายจากอาการเจ็บป่วย ส่วนความภูมิใจระยะยาวคือ การได้เริ่มกลับมาทำงานอย่างจริงจัง ในฐานะอาจารย์สอนหนังสือ เป็นการถ่ายทอดความรู้ของเราที่เรียนมาให้คนอื่น ในขณะเดียวกัน เราในฐานะผู้สอนเองก็จะได้ปรับปรุงตัวเองด้วย...ยกนิ้วโป้งให้กับความมุ่งมั่นของคุณหมอคนเก่งรายนี้จริงๆ.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้