วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
อุทธรณ์พิพากษากลับ จำคุก ‘ชวน ภูเก้าล้วน‘ รุกเกาะปอดะ 3 ปี 6 เดือน

อุทธรณ์พิพากษากลับ จำคุก ‘ชวน ภูเก้าล้วน‘ รุกเกาะปอดะ 3 ปี 6 เดือน

  • Share:

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำคุกคนดังกระบี่ ‘ชวน ภูเก้าล้วน‘ คดีบุกรุกที่เกาะปอดะ เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน ไม่รอลงอาญา ก่อนอนุญาตให้ประกันตัวด้วยหลักทรัพย์ 2 แสนบาท

วันที่ 1 พ.ค.61 ศาลจังหวัดกระบี่ ได้อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี และอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายชวน ภูเก้าล้วน อดีตนายกเทศมนตรีเมืองกระบี่หลายสมัย และเป็นคหบดีชื่อดังของจังหวัดกระบี่ พี่ชายนายกีรติศักดิ์ ภูเก้าล้วน นายกเทศมนตรีเมืองกระบี่ คดีบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ สร้างรั้วลวดหนามที่เกาะปอดะ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดกระบี่ เนื้อที่ 22 ไร่ ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1088/59 คดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1843/60  

ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษากลับ ตัดสินจำคุกนายชวน ภูเก้าล้วน เป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากนั้นทนายความได้ยื่นขอประกันตัวนายชวน และศาลได้อนุญาตให้ประกันตัวออกไปในวงเงิน 2 แสนบาท เพื่อยื่นฎีกาต่อไป

สำหรับคดีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2559 อัยการจังหวัดกระบี่ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องคดีอาญาต่อนายชวน ในข้อหาบุกรุกพื้นที่อุทยานฯ ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ และ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ วันที่ 20 เมษายน 2560 ศาลชั้นต้นได้พิพากษายกฟ้อง อัยการได้ยื่นอุทธรณ์ และวันนี้ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษากลับให้จำคุก 3 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การฟ้องร้องที่ดินเกาะปอดะนั้นมีมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2528 ทางกรมอุทยานฯ ได้ฟ้องร้องนายชวน ว่าครอบครอง นส.3 ก รวม 4 ฉบับ เนื้อที่กว่า 50 ไร่ ที่ออกโดยมิชอบ ขณะที่นายชวนได้เข้าไปก่อสร้างรีสอร์ตบนเกาะ กระทั่งวันที่ 30 ธันวาคม 2554 ศาลฎีกาได้ตัดสินให้นายชวนแพ้คดี ต้องรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและให้บริวารออกจากพื้นที่ปี 2557 ทางกรมอุทยานฯ จึงเข้ารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ทางนายชวนได้อ้างเอกสาร สค.1 อีก 1 ใบ ว่าครอบครองมาก่อนแล้วลงไปปักรั้วลวดหนาม ทางอุทยานฯ จึงได้ฟ้องร้องเพิ่มเติมอีก 1 คดี เมื่อปี 2559 และนำมาสู่การตัดสินในชั้นอุทธรณ์ในวันนี้

ขณะเดียวกันก่อนหน้านั้นเมื่อวันที่ 16 ก.พ.2558 นายชวนได้ฟ้องร้องอุทยานฯ ในคดีแพ่ง โดยอ้างเอกสาร สค.1 เลขที่ 1 ต.อ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ เนื้อที่ประมาณ 71 ไร่ ว่าครอบครองมาก่อนและให้อุทยานฯ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง พร้อมเรียกค่าเสียหาย จนกระทั่งวันที่ 25 ก.ค.2560 ศาลชั้นต้นได้ตัดสินให้นายชวนเป็นฝ่ายชนะคดี และทางกรมอุทยานฯ โดยอัยการจังหวัดกระบี่ได้ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้