วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผักผลไม้แพง มะนาว-ทุเรียน ราคาขยับ ดันเงินเฟ้อ เม.ย.พุ่งปรี๊ด!!

ผักผลไม้แพง มะนาว-ทุเรียน ราคาขยับ ดันเงินเฟ้อ เม.ย.พุ่งปรี๊ด!!

  • Share:

เงินเฟ้อ เม.ย.พุ่งปรี๊ด รอบ 14 เดือน จากน้ำมัน-ผัก-ผลไม้แพง พบมะนาว คะน้า ราคาปรับสูงขึ้น รวมถึงทุเรียน เงาะ ลำไย พาณิชย์ ชี้ มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทำคนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น...

เมื่อวันที่ 1 พ.ค. น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรือเงินเฟ้อ เดือน เม.ย.61 อยู่ที่ 101.57 ขยายตัว 1.07% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และหากเทียบเดือน มี.ค.61 ขยายตัว 0.45% ทั้งนี้เป็นการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 14 เดือน

ขณะที่อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ย 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.61) เพิ่มขึ้น 0.75% ซึ่งเป็นอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในกรอบคาดการณ์ปีนี้ของกระทรวงพาณิชย์ที่ 0.7-1.7% โดยมีสาเหตุสำคัญจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน, การลดลงของผลผลิตสินค้าเกษตรบางตัว และกำลังการบริโภคเฉลี่ยของประชาชนที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี ในขณะที่ต้นทุนราคาสินค้าอุตสาหกรรมโดยรวมยังชะลอตัว สอดคล้องกับเครื่องชี้วัดด้านการใช้จ่าย การลงทุน และต้นทุนการผลิต ซึ่งชี้ว่าการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อที่ผ่านมาเป็นผลจากปัจจัยด้านความต้องการใช้จ่ายและการลงทุนมากกว่าผลด้านต้นทุนและการผลิต

นอกจากนี้ในเดือน เม.ย. 61 ดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ อยู่ที่ 101.71 เพิ่มขึ้น 0.68% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.78% จากเดือน มี.ค. 61 ส่วนดัชนีหมวดอื่นๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม อยู่ที่ 101.51 เพิ่มขึ้น 1.31% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 0.26% จากเดือน มี.ค. 61

สำหรับการเปลี่ยนแปลงของราคาสินค้าในเดือน เม.ย.61 จากรายการสินค้าทั้ง 422 รายการ ที่นำมาคำนวณดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) หรืออัตราเงินเฟ้อทั่วไป พบว่า สินค้า 239 รายการมีราคาสูงขึ้น เช่น ข้าวสารเจ้า, ขนมปังปอนด์, ผักสด, ผลไม้สด, กุ้งขาว, ก๊าซหุงต้ม, ค่ากระแสไฟฟ้า และน้ำมันเชื้อเพลิง เป็นต้น ส่วนสินค้าที่ราคาลดลงมี 112 รายการ เช่น เนื้อสุกร, ไก่สด, ไข่ไก่, ข้าวสารเหนียว, น้ำยาล้างห้องน้ำ, สบู่ และน้ำปลา เป็นต้น ในขณะที่มีสินค้าอีก 71 รายการที่ราคาไม่เปลี่ยนแปลง

ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อที่เข้าสู่กรอบคาดการณ์ในเดือนนี้ แม้ส่วนหนึ่งจะมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของราคาพลังงาน และการปรับตัวของราคาสินค้าเกษตรที่สำคัญบางชนิด โดยเฉพาะผักสดที่ปรับสูงขึ้น 6.82% เช่น มะนาว, หัวผักกาด, คะน้า, ถั่วฝักยาว, ผักกวางตุ้ง, แตงกวา, ผักกาดขาว, มะเขือเทศ, ต้นหอม และกะหล่ำปลี เป็นต้น ส่วนผลไม้ปรับขึ้น 0.53% เช่น ทุเรียน เงาะ ลองกอง และลำไย แต่เครื่องชี้วัดต่างๆ โดยรวมยังสะท้อนว่าการบริโภคและการใช้จ่ายของภาครัฐและเอกชนยังอยู่ในระดับที่ดี ประกอบกับการจ้างงาน การจัดเก็บรายได้ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และการหมุนเวียนของปริมาณเงินในระบบยังอยู่ในระดับที่เอื้อต่อการบริโภค

ส่วนการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. ไม่พบว่าส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อในเดือน เม.ย.ให้เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด ซึ่งการเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อในเดือนนี้เป็นผลจากราคาพลังงาน และผักสด ในขณะที่ราคาอาหารนอกบ้าน เพิ่มขึ้นจาก มี.ค.เพียง 0.05% เท่านั้น ดังนั้นจึงมองไม่เห็นผลกระทบในการปรับขึ้นราคาสินค้าจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตามคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในระยะต่อไปจะเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคบางส่วนเริ่มคาดการณ์สถานการณ์ด้านราคาสินค้าและบริการว่าจะเพิ่มสูงขึ้นตามราคาพลังงาน ประกอบกับโครงการลงทุนของภาครัฐและเอกชนเริ่มดำเนินการได้เป็นรูปธรรม ส่งผลให้ความต้องการและราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยประเมินว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้จะอยู่ในกรอบเป้าหมายนโยบายการเงินที่รัฐบาลตั้งไว้ที่ 1-4% และคาดว่าทั้งปีนี้เงินเฟ้อทั่วไปจะอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์คาดการณ์ไว้ที่ 0.7-1.7% ได้

สำหรับช่วงเดือนที่เหลือของปีนี้ คาดว่าการจับจ่ายใช้สอย การบริโภคจะเพิ่มมากขึ้นหลังจากที่ส่วนหนึ่งภาครัฐออกมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ทำให้ประชาชนมีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น สามารถช่วยลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนในกลุ่มดังกล่าวลงได้ 7.2% ซึ่งหากรัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือด้านราคาสินค้าเกษตรอีกส่วนหนึ่ง จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อ การจับจ่ายใช้สอย และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวมได้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้