วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2562
บริการข่าวไทยรัฐLogin
'กงสุลลาว' บุกพบ ตร.ติดตามคดีเสี่ยรับเหมาชาวลาว ถูกลวงฆ่าปาดคอ

'กงสุลลาว' บุกพบ ตร.ติดตามคดีเสี่ยรับเหมาชาวลาว ถูกลวงฆ่าปาดคอ

  • Share:

"กงสุลลาว" รุดติดตามคดีคนร้ายฆ่าปาดคอเสี่ยรับเหมาหนุ่มลาว ทิ้งศพหนองน้ำสาธารณะ บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น พร้อมเดินหน้าให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้ตายตามกฎหมายระหว่างประเทศ...


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 1 พ.ค. 61 ที่ สภ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นายคำไพ พันธุ์ทองดี รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและประชุมร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและฝ่ายปกครองเพื่อเร่งรดติดตามคดีคนร้ายก่อเหตุฆ่าปาดคอ นายสุทัด ทัดจำปา ชาวเมืองปากงึม สปป.ลาว ก่อนนำศพมาทิ้งไว้ที่บริเวณหนองน้ำสาธารณะ บ.ขุนด่าน ม.1 ต.บ้านดง อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น โดยมี นายณัฐภัทร์ พลอยสุภา นายอำเภออุบลรัตน์ พ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน ผกก.สภ.อุบลรัตน์ พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.สส. 3 บก.สส.ภ.4 พ.ต.ท.ธนาทัศน์ ศรีพิพัฒน์ สว.สทท.1 กก.1 บก.ทท.2 บช.ทท. รวมทั้งชุดสืบสวนสอบสวนร่วม ภ.จว.ขอนแก่น สภ.อุบลรัตน์, บก.สส.ภ.4 และ บช.ทท. เข้าร่วมประชุม


รวมทั้งการประสานให้ น.ส.ไพรรัตน์ คมขำ อายุ 44 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติม รวมทั้งการหารือเรื่องการฌาปนกิจศพของผู้เสียชีวิต เนื่องจากเป็นชาวต่างชาติที่มาเกิดเหตุและเสียชีวิตในประเทศไทย ต้องเป็นไปตามขั้นตอนและข้อกฎหมายร่วมระหว่างประเทศ โดยใช้เวลาในการประชุม และพูดคุยกันนานกว่า 2 ชม.


พ.ต.อ.ยุทธกร วงเวียน ผกก.สภ.อุบลรัตน์ กล่าวว่า การที่ รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น มาพบ เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับการตายของชาวลาว ที่ถูกฆ่าในพื้นที่ สภ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น นั้น เป็นเรื่องปกติ และไม่เป็นที่หนักใจ เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายร่วมกันทำงานอย่างรอบคอบ โดยได้รายงานให้รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ทราบว่า คนตายอยู่ที่ประเทศไทย 10 กว่าปี และอยู่กับภรรยาชาวไทย ร่วม 5 ปี ยึดอาชีพรับเหมาก่อสร้าง และแจ้งให้ทราบว่า ผู้ตายมีประวัติพัวพันกับยาเสพติด ส่วนสาเหตุการตายก็มาจากความขัดแย้งในเรื่องยาเสพติด ซึ่งในจุดนี้ก็แจ้งกับรองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ว่า ประวัติต่างๆ นั้นเราก็เก็บเป็นข้อมูล แต่คดีที่ผู้ตายถูกฆ่าปาดคอนั้นก็ต้องแยกออกมา และทำความกระจ่างชัดด้วยการสืบสวนจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้


ผกก.สภ.อุบลรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ต้องสงสัยรายดังกล่าว ขณะนี้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.อุบลรัตน์ จับกุม ในข้อหาเสพยาบ้าในขณะขับรถ ซึ่งถูกควบคุมตัวไว้และจะครบ 48 ชม. ในเวลา 21.00 น. คืนนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำเรื่องฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ซึ่งพนักงานสอบสวนสามารถฝากขังที่ศาลจังหวัดขอนแก่น 4 ครั้งๆ ละ 12 วัน รวม 48 วัน และในระหว่างที่ฝากขังนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะรวบรวมพยาน หลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่น


ด้าน นายคำไพ พันธุ์ทองดี รองกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น กล่าวว่า หลังทราบว่ามีคนลาวถูกฆ่าปาดคอที่ อ.อุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น จึงได้ลงพื้นที่มาพบกับเจ้าหน้าที่ ที่รับผิดชอบทำคดี และการสืบสวนหาตัวคนผิด ผู้ตายจะมีอาชีพอะไร ประวัติเป็นเช่นไร แต่เขาคือประชาชนชาวลาว รัฐบาลลาวและพี่น้องชาวลาว รวมถึงพ่อ แม่ญาติพี่น้องคนตายก็ต้องการทราบรายละเอียด การทำงานของเจ้าหน้าที่ ว่าจะสามารถตามหาคนผิดมาดำเนินการตามกฎหมาย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับคนตาย และหวังว่าเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งทราบว่าการสืบสวนสอบสวนคืบหน้าไปมาก เชื่อว่าอีกไม่นานก็จับคนร้ายได้ ในส่วนของการบำเพ็ญกุศลศพผู้ตายนั้น อยู่ที่ภรรยาและญาติพี่น้องคนตายที่ลาวจะคุยกัน ซึ่งหากทั้งสองฝ่ายตกลงกันอย่างไร หากจะบำเพ็ญกุศลที่ไทย ญาติฝ่ายลาวจะเดินทางมาร่วมงาน ทางการทูตก็จะจัดการเรื่องการเดินทางให้


ขณะที่ น.ส.ไพรรัตน์ คมขำ ภรรยาของผู้ตาย กล่าวว่า อยู่กินกับผู้ตายมาร่วม 5 ปี มีปัญหากันบ้างตามประสาผัวเมีย แต่ก่อนที่จะมาอยู่กินกัน ผู้ตายเคยมีภรรยามาแล้วหลายคน แต่พอมาอยู่ด้วยกันสามีก็รับจ้างรับเหมาทั่วไป ซึ่งไม่มีปัญหากับผู้ใด แต่เมื่อประมาณ 1 เดือน ก่อนถูกฆ่า สามีสนิทกับนายวิญญู (นามสมมติ) ผู้ต้องสงสัยรายนี้ เพราะมักจะโทรเรียกสามีออกไปพบตอนกลางคืน ซึ่งสามีบอกเพียงว่าออกไปคุยธุระ และก่อนถูกฆ่านายวิญญูก็เป็นคนโทรศัพท์เรียกสามีออกไป จึงอยากเจ้าหน้าที่สอบสวนผู้ต้องสงสัยรายนี้ให้ชัดเจน เพราะเชื่อว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตายของสามี โดยมีคนอื่นๆ ร่วมลงมือด้วย


น.ส.ไพรรัตน์ กล่าวถึงการจัดการศพสามีว่า ขณะนี้ได้ติดต่อบอกญาติพี่น้องที่ลาวเรียบร้อยแล้ว แต่ญาติยังไม่ยืนยันว่าจะเดินทางมารับศพ หรือจะให้ตัวเองในฐานะภรรยาจัดการบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่ประเทศไทย เพราะถ้าญาติมารับศพกลับไปที่ลาว ตัวเองก็จะตามไปร่วมงานศพด้วย แต่ถ้าจะให้จัดการบำเพ็ญกุศลตามประเพณีก็ทำได้ เพราะประเพณีไทยกับลาวก็ไม่ต่างกัน ซึ่งขณะนี้ยังไม่ยืนยันว่าญาติพี่น้องจะมาได้หรือไม่ได้ อยู่ระหว่างติดต่อประสานงานกัน.

อ่านเพิ่มเติม...

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้