วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
เปิดแนวคิดการเมืองบิ๊กตู่

เปิดแนวคิดการเมืองบิ๊กตู่

  • Share:

วันนี้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ได้เปิดเผยแนวคิดทางการเมืองของท่านอย่างหมดเปลือก ผ่านรายการ “ศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 27 เมษายน ถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศทางโทรทัศน์และวิทยุ แสดงให้เห็นถึง “จุดยืนทางการเมือง” ของท่าน กับคำถามของสังคมปัจจุบัน

ผมขอลอกคำพูดของท่านในเรื่องการเมืองมาให้อ่านกันช้าๆ อีกรอบ จะได้เห็น “แนวคิดทางการเมือง” ของ นายกฯตู่ เป็นอย่างไร

“กรณีมีข่าวเรื่อง การดูด ส.ส. พรรคต่างๆ ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมทำงานทางการเมืองให้ตอนนี้ แต่ทุกคนทราบดีว่า การดูดมีมายาวนานแล้ว ไม่ใช่มาบอกแต่ คสช.ดูด ผมก็เป็นรัฐบาล ผมก็อยู่ตรงกลางตรงนี้ ที่ต้องอำนวยการให้เกิดการเลือกตั้งให้ได้ เป็นหน้าที่ของผมในขณะนี้ ฉะนั้น การดูดกันก็มีทุกพรรคการเมืองมายาวนานแล้ว เป็นครรลองของประชาธิปไตยของไทยมาตลอด หลายคนอาจจะอ้างว่าทำด้วยอุดมการณ์ ด้วยนโยบาย เพื่อชาติและประชาชน คำว่าดูด ส.ส. คงเป็นภาษาของสื่อ เป็นการตลาดนะครับ”

การดูด ส.ส.จากพรรคอื่นที่ผ่านมาเป็นเรื่องจริง แต่การดูดทุกครั้งต้องใช้เงินจำนวนมากเป็นค่าตัว ส.ส. แล้วใน ยุคปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปนักการเมือง เราจะย้อนยุคกลับไปใช้วิธีการเมืองแบบเดิมๆ ด้วยการ ดูด ส.ส. แบบเดิมๆ อีกหรือ

การดูด ส.ส.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “หากมีเป้าหมายร่วมกัน ก็น่าจะช่วยกันทำงานได้นะครับ เราไม่อาจมองข้ามกันได้ เราจะต้องทำให้นักการเมืองทุกคนที่เข้าสู่ระบบเลือกตั้งครั้งหน้าให้เป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีธรรมาภิบาล ไม่ว่าจะนักการเมืองเก่า นักการเมืองใหม่ หรือคนที่เคยทำผิดกฎหมาย มีคดี ไม่เคารพกระบวนการยุติธรรม หรือเป็นต้นเหตุแห่งความขัดแย้งแตกแยกของคนในชาติ คนเหล่านี้ ใครควรจะได้รับการเลือกตั้ง หรือใครไม่ควรจะได้รับการเลือกตั้ง ก็เป็นเรื่องของประชาชนพิจารณา ผมไปชี้นำไม่ได้”

แสดงว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ได้รังเกียจนักการเมืองรุ่นเก่าที่ท่านปฏิวัติล้มกระดานไปเมื่อ 4 ปีก่อนแต่อย่างใด ดังนั้น พรรคเพื่อไทย ก็ถูกดูดได้เหมือนกัน

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปอีกว่า “ลองไปคิดดูสิว่า เราฝืนข้อเท็จจริงไม่ได้ เรามีนักการเมืองแบบไหนบ้างในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเก่า จะใหม่ จะดี ไม่ดี ก็มีอยู่เท่านี้ เราอาจจะต้องใช้วิธีผสมกันหรือไม่ เราต้องยอมรับความจริงตรงนี้ นักการเมืองใหม่เข้ามาน้อยมาก เราน่าจะอยากได้คณะรัฐมนตรีที่ควรมีนักการเมืองใหม่เข้ามาเติม มาเสริม แล้วมีนักการเมืองเก่าที่ดีๆ หวังดีต่อประเทศชาติจริงๆ เข้ามาทำงานด้วยความสมัครใจ ทำเพื่อชาติ เพื่อพี่น้องประชาชน มากกว่าทำเพื่อพรรคอย่างเดียว”

85 ปีประชาธิปไตยเมืองไทย ผมยังไม่เคยเห็นนักการเมืองหรือพรรคการเมืองไหน ที่หาประโยชน์เข้าตัวและพวกพ้อง พูดอย่างอื่น นอกจากพูดว่า ทำเพื่อชาติ ทำเพื่อพี่น้องประชาชน การปฏิวัติทุกครั้ง คณะปฏิวัติก็พูดว่า ทำเพื่อชาติ เพื่อพี่น้องประชาชน เช่นกัน

พล.อ.ประยุทธ์ ได้พูดตบท้ายเรื่องนี้ว่า “ลองพิจารณาคำกล่าวของผู้นำประเทศหนึ่ง ที่กล่าวว่า “ไม่ว่าแมวขาวหรือแมวดำ ขอเพียงจับหนูได้คือแมวที่ดี” เนื่องจากในการแก้ปัญหาเดียวกัน แต่ต่างพื้นที่ ต่างสภาพแวดล้อม วิธีการย่อมแตกต่างกันในรายละเอียด ไม่มีสูตรตายตัว เพียงแต่สำหรับเราเองนั้น เราจะต้องทำให้ทั้งแมวขาว แมวดำของเรา ไม่ทะเลาะกันเอง ไม่กัดกันเอง แล้วเป็นแมวสะอาด ไม่มีเชื้อโรค ไม่อย่างนั้นก็ไปปราบหนูไม่ได้”

คำพูดประโยคนี้โด่งดังมาก เป็นคำพูดของ เติ้งเสี่ยวผิง อดีตผู้นำจีน ผู้เปลี่ยนประเทศจีนที่ยากจนเป็นมหาอำนาจอันดับ 2 ของโลก ในวันนี้

นอกจาก “แมวดำแมวขาว” แล้ว เติ้งเสี่ยวผิง ยังพูดอีกประโยคหนึ่งที่ยิ่งใหญ่ดังไปทั่วโลกคือ “ข้าฯมิอาจตอบแทนบุญคุณส่วนตัว ด้วยผลประโยชน์ของชาติได้”.

“ลม เปลี่ยนทิศ”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้