วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฟ้อง6ข้อหา! พรานเปรมชัย คดีล่า ‘เสือดำ’

ฟ้อง6ข้อหา! พรานเปรมชัย คดีล่า ‘เสือดำ’

  • Share:

อัยการยื่นฟ้อง “เจ้าสัวเปรมชัย” 6 ข้อหา คดีล่าสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร อัยการสูงสุดเห็นพ้องไม่ฟ้องเพิ่ม 3 ข้อหา เหตุเป็นโทษทางปกครอง เพิ่มค่าเสียหายทางคดีอาญา 3 ล้านบาท ขณะที่ลูกสมุนร่วมก๊วน 3 คน ไม่รอดเจอ 5-8 ข้อหา ปัดสอบพยานเพิ่มชี้เป็นการประวิงเวลา “บิ๊กแป๊ะ” เคารพดุลพินิจอัยการสูงสุด ยันตำรวจทำงานเต็มที่แล้ว อัยการคดีทุจริตภาค 7 ส่งฟ้องบิ๊กอิตาเลียนไทย ติดสินบนเจ้าพนักงานอีกคดี นัดสอบ 28 พ.ค.นี้

สังคมยังเกาะติดคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน เข้าไปล่าสัตว์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี อธิบดีอัยการภาค 7 มีความเห็นสั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหา สั่งไม่ฟ้อง 5 ข้อหา ขณะที่ ผบช.ภ.7 ยืนยันให้ฟ้องนายเปรมชัย อีก 3 ข้อหา คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาเพื่อมีคำสั่ง ชี้ขาดของอัยการสูงสุด

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 เม.ย. ที่ห้องประชุมสำนักงานอัยการ ภาค 7 อ.เมืองราชบุรี นางสมศรี วัฒนไพศาล อธิบดีอัยการภาค 7 พร้อม ด้วยนายสมเจตน์ อำนวยสวัสดิ์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 2 ภาค 7 ร่วมกันแถลงข่าว ภายหลังอัยการสูงสุดส่งความเห็นชี้ขาดกลับมาให้อัยการภาค 7 สั่งฟ้องนายเปรมชัยกับพวก รวม 4 คน นางสมศรี กล่าวว่า อัยการสูงสุดพิจารณาแล้วมีความเห็นพ้องตามสำนักงานอัยการภาค 7 ให้สั่งฟ้องนายเปรมชัย 6 ข้อหา ได้แก่ 1.ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. ร่วมกันล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันมีไว้ครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันซ่อนเร้นช่วยพาเอาไปเสียหรือรับไว้ซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยกระทำผิดกฎหมาย และ 6.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต

ส่วนนายยงค์ โดดเครือ หนึ่งในผู้ต้องหา มีความเห็นสั่งฟ้องข้อหาเหมือนกับนายเปรมชัย แต่เพิ่มประเด็นร่วมกันมีปืนและกระสุนปืนไว้ในครอบ ครองโดยไม่ได้รับอนุญาต นางนที เรียมแสน หนึ่ง ในผู้ต้องหา มีความเห็นสั่งฟ้อง 5 ข้อหา คือ 1.ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันช่วยซ่อนเร้นซึ่งซากสัตว์ป่าอันได้มาโดยการกระทำผิดกฎหมาย 5.ร่วมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต และนายธานี ทุมมาศ หนึ่งในผู้ต้องหา

นางสมศรีกล่าวต่อว่า ส่วนกรณีตำรวจเห็นแย้งให้เพิ่มอีก 3 ข้อหา อัยการสูงสุดมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง คือ 1.ร่วมกันเข้าไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันมีเครื่องมือสำหรับล่าสัตว์ และ3.ร่วมกันพยายามล่าสัตว์เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต (กระรอก) ทางอัยการภาค 7 เห็นว่า เป็นโทษทางปกครอง ส่วนโทษทาง อาญาไม่มีกฎหมายบัญญัติ สำหรับค่าเสียหายทางคดีอาญา อัยการสูงสุดเห็นควรเพิ่มค่าเสียหายเป็น 3,012,000 บาท จากเดิมที่อัยการภาค 7 ให้ร่วมกันชดใช้ จำนวน 462,000 บาท ทั้งนี้ นายเปรมชัย ยื่นคำร้องขอความเป็นธรรมให้สอบสวนพยานเพิ่มเติม คณะทำงานและอธิบดีอัยการภาค 7 พิจารณาแล้วเห็นว่าพยานที่อ้างมิใช่พยานที่เกี่ยวข้องกับคดีเป็นเพียงพยานบุคคลที่ให้ความเห็นผ่านสื่อมวลชนเท่านั้น ถือว่าเป็นการประวิงเวลา

นายสมเจตน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้เชี่ยวชาญกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ส่วนใหญ่จะอยู่ที่กรุงเทพฯ เพราะฉะนั้น การที่จะไปสืบพยานที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ จะลำบากถ้าจะให้ส่งประเด็นมาให้สืบพยานที่กรุงเทพฯ จะต้องใช้เวลาส่งประเด็นเป็นปี ในฐานะคณะทำงานและเป็นผู้ที่ไปว่าความในคดีนี้อยากฝากถึงกรมอุทยานฯ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถ้าจะกรุณาเพื่อจะเร่งรัดคดีให้เร็วขึ้น ช่วยมาเบิกความที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิคดี จะเสร็จเร็วแน่นนอนแต่ถ้าปล่อยให้เป็นตามกระบวนการอีกหลายปีกว่าจะรู้ผล

ต่อมาเวลา 16.00 น. นายพนมฤทธิ์ หอมนิจสกุล อัยการจังหวัดทองผาภูมิ เดินทางมายังศาลจังหวัดทองผาภูมิ ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อนำสำนวนและคำฟ้องไปยื่นฟ้องนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน จำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 219/2567 คดีล่าสัตว์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที นายพนมฤทธิ์เปิดเผยว่า ขั้นตอนต่อไปจากนี้ ถ้าจำเลยรับสารภาพสามารถตัดสินได้ทันที แต่ถ้าปฏิเสธจะนัดสอบปากคำให้การคุ้มครองสิทธิ์ เพื่อยื่นบัญชีพยานทั้งสองฝ่ายต่อไป

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า การดำเนินการสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องนายเปรมชัย ข้อหาใดเป็นดุลพินิจของทางอัยการ แต่ที่ผ่านมา ทางพนักงานสอบสวนดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานกันเต็มที่อยู่แล้ว

วันเดียวกัน ที่สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริตภาค 7 จ.สมุทรสงคราม นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) และนายยงค์ โดดเครือ เดินทางมารับฟังคำสั่งอัยการ มีนายบุญธรรม วิริยะประสิทธิ์ รองอธิบดีอัยการ รักษาราชการแทนอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 7 นายอภิชาติ ต่อดำรงค์ อัยการพิเศษฝ่าย สำนักงานคดีอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 7 และนายอภิชนษ์ รากบัว อัยการผู้เชี่ยวชาญ เจ้าของสำนวน ร่วมแถลงคำสั่งอัยการสั่งฟ้องนายเปรมชัย จำเลยที่ 1 และนายยงค์ จำเลยที่ 2 ฐานความผิดร่วมกันให้สินบนเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 144 และ 83

จากนั้นนายอภิชนษ์ นำจำเลยทั้ง 2 มาฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 7 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะนั่งบัลลังก์พิจารณาแล้วมีคำสั่งประทับรับฟ้องจำเลยทั้ง 2 ไว้พิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธพร้อมแถลงว่า ยังไม่มีทนายความและประสงค์จะแต่งตั้งทนายความสู้คดีเองขอเลื่อนคดีไปก่อน ศาลสอบโจทก์ไม่ค้านเลื่อนนัดสอบคำให้การทั้ง 2 อีกครั้ง วันที่ 28 พ.ค. เวลา 09.30 น. และอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณา ด้วยเงินประกันคนละ 1 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล ทั้งนี้ นายเปรมชัยเดินทางกลับทันที โดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้