วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ทุกข์ทุกนาที พ่อแม่วอนช่วยลูก 6 ขวบ ป่วยสารพัดโรค-เนื้องอกอุดรูจมูก

ทุกข์ทุกนาที พ่อแม่วอนช่วยลูก 6 ขวบ ป่วยสารพัดโรค-เนื้องอกอุดรูจมูก

  • Share:

พ่อแม่วอนผู้ใจบุญช่วยต่อลมหายใจลูกวัย 6 ขวบ ป่วยลิ้นหัวใจรั่ว-เนื้องอกอุดรูจมูก ต้องหายใจทางปาก ตอนนอนต้องผลัดกันเฝ้า หวั่นช็อกเสียชีวิต หมอเลื่อนผ่าตัดไม่มีกำหนด โอดไม่รู้ลูกจะทนได้แค่ไหน ...

วันที่ 30 เมษายน ศูนย์ข่าวนคร 24 ชม. สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับการร้องขอความช่วยเหลือ จากญาติของหนูน้อยอายุ 6 ขวบที่ป่วยเป็นสารพัดโรคลิ้นหัวใจรั่ว และเนื้องอกจากโพรงจมูกจนก้อนเหนือโผล่ห้อยออกมาปิดรูจมูก ในขณะที่ตาเป็นต้อหินจนโปนโต มองไม่ค่อยเห็น ล่าสุดสะดือจุ่นโป่งยาวออกมาภายนอกเกือบ 1 นิ้ว ได้รับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส และเสี่ยงต่อการช็อก เสียชีวิตได้ตลอดเวลา ในขณะที่ครอบครัวมีฐานะยากจน

เมื่อไปตรวจสอบ ที่บ้านพัก ไม่มีเลขที่ ห่างจากโรงเรียนบ้านบางกระบือ หมู่ 6 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช พบ ด.ช.พัชรพล สุดถือ หรือ “น้องอาชิ” อายุ 6 ปี 5 เดือน กำลังเล่นอยู่ กับพี่สาวคือ ด.ญ.พิมพ์ละภัส สุดถือ อายุ 9 ขวบ โดยมีนายสมพร สุดถือ อายุ 50 ปี และนางลัดดาวรรณ สิทธิบรรณ อายุ 50 ปี พ่อและแม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด

โดยพบว่าจมูกข้างขวามีเนื้องอกออกจากจากโพรงจมูกโดยก้อนเนื้อสีแดง ขนาดเท่าไข่นกกะทาโผล่ย้อยออกมาจนถึงริมฝีปาก ในขณะที่จมูกทางด้านซ้ายมีเนื้องอกสีแดงเช่นเดียวกัน แต่เนื้องอกยังไม่โผล่พ้นออกมาจากรูจมูก โดยเนื้องอกได้ปิดจมูกทั้งสองข้างจน น้องอาชิ ไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ต้องหายใจทางปากแทน ทำให้เสียงพูดไม่ค่อยชัด 

นอกจากนี้ ยังพบว่าดวงตาเป็นต้อหิน จนพล่ามัวมองไม่ค่อยเห็นและยังทำให้ดวงตาโปนโตโผล่ถลนออกมามากว่าปกติ ในขณะสะดือจุ่นโป่งออกมายาวเกือบ 1 นิ้ว พุงโร ตัวเล็กแคระแกร็น ไม่สมส่วน กระดูกสันหลังโค้งงอ ในขณะที่แผ่นหลังจนไปถึงก้นจะเป็นปานสีเขียวเต็มไปหมด นอกจากนี้แพทย์ยังระบุว่าน้องอาชิ เป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วอีกด้วย 

นางลัดาวรรณ กล่าวว่า ตอนที่เกิดมาน้องอาชิ ก็มีอวัยวะเป็นปกติเหมือนเด็กทั่วๆ ไปแต่แพทย์ระบุว่าน้องอาชิเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่ว ตนจึงเข้ารับการรักษาที่ รพ.มหาราช อย่างต่อเนื่อง จนเมื่อประมาณกว่า 1 ปีที่ผ่านมา น้องอาชิก็เริ่มมีเนื้องอกออกมาจากโพรงจมูกทางด้านซ้าย ตนจึงพาไปรักษาและเข้ารับการผ่าตัดเอาเนื้องอกออกจากจมูกด้านซ้ายที่ รพ.มอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แต่หลังจากนั้น เนื้อก็กลับมางอกจากโพรงจมูกด้านขวา จนปิดรูจมูก และโผล่ย้อยพ้นออกมาจนถึงริมฝีปาก

ในขณะที่จมูกข้างซ้ายที่ผ่าตัดมาแล้ว กลับมีเนื้องอกออกมาใหม่จนคับปิดจมูก ทำให้เนื้องอกปิดรูจมูกน้องอาชิทั้งสองข้างจนหายใจไม่ได้ ตนและสามีต้องพาน้องอาชิไปตรวจรักษาที่ รพ.มอ.อย่างต่อเนื่องนับ 10 ครั้ง และแพทย์ได้เจาะเลือดน้องอาชิ ส่งไปตรวจที่ประเทศไต้หวัน และนัดผ่าตัดเนื้องอกในโพรงจมูกในวันที่ 7 พ.ค.2561 ที่จะถึงนี้ แต่ล่าสุดทางแพทย์ได้โทรศัพท์มาแจ้งเลื่อนนัดผ่าตัดออกไปโดยมีกำหนด โดยอ้างว่าเปอร์เซนต์เลือดน้องอาชิไม่พร้อมในการเข้ารับการผ่าตัด หากทำการผ่าตัดจะเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ และในขณะนี้ พบว่าดวงตาน้องอาชิเป็นต้อหินจนตาพล่ามัวมองเห็นไม่ชัดและดวงตาโตโปนออกมามากผิดปกติ

“ตนทุกข์ใจและสงสารลูกเป็นอย่างมาก เพราะในบางครั้งมีอาหารเจ็บปวดอย่างรุนแรง และมีเลือดไหลออกมาจากจมูกจำนวนมาก ล่าสุดสะดือที่เคยเป็นปกติกลับเป็นเด็กสะดือจุ่น โผล่ออกมายาวประมาณ 1 นิ้ว เจ็บปวดทุกข์ทรมานเป็นอย่างมาก บางครั้งนอนร้องไห้ดิ้นทุรนทุรายอย่างน่าเวทนา ตนและสามีก็ไม่รู้จะช่วยเหลือย่างไร ทำได้แค่การบีบนวดไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในตอนกลางคืน เมื่อนอนหลับตนจะต้องคอยเฝ้าระมัดระวัง เพราะน้องอาชิจะหายใจทางจมูก และจะช็อกหน้าเขียว ตัวเขียวไปหมด ตนและสามีจะต้องคอยปลุกให้ตื่น เพื่อให้หายใจทางปาก ในปัจจุบันน้องอาชิ ซึ่งเรียนชั้นอนุบาล 2 ก็ต้องหยุดโรงเรียน ไปโดยปริยาย”

นางลัดดาวรรณ กล่าวเปิดเผยอีกว่า ตนไม่ทราบว่าน้องอาชิเป็นโรคอะไรกันแน่ เพราะมันเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันหลายโรคทั้งลิ้นหัวใจรั่ว เนื้องอกจากโพรงจมูก ตาเป็นต้อหิน สะดือจุ่น กระดูกหลังคดงอ และเป็นปานเขียวทั่วร่างกายทั้งหมดไม่ทราบว่าเป็นเกี่ยวข้อง หรือส่งผลอะไรต่อกันหรือไม่ การรักษาก็ต้องเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์เฉพาะทาง ทั้งแพทย์รักษาโรคเด็ก โรคตา จมูก และอื่น ๆ โดยแพทย์แต่ละแผนกก็จะนัดตรวจรักษาไม่พร้อมกัน จนตนต้องหอบหิ้วน้องอาชิไปกลับระหว่างบ้านกับ รพ.มอ.ต่อเนื่อง จนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือประกอบอาชีพหารายได้เลย อีกทั้งแพทย์ก็มาเลื่อนผ่าตัด ซึ่งทำให้ตนเกรงว่า น้องจะช็อก เสียชีวิตไปก่อน จึงอยากวิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพาน้องอาชิ ไปผ่าตัดเนื้องอกโดยเร่งด่วนด้วย

ด้านนายสมพร กล่าวว่า ตนมีอาชีพชาวประมงพื้นบ้าน แต่ในระยะนี้ไม่ได้ออกไปจับปลามากนัก รายได้จึงไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย เดิมครอบครัวตนอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 228 หมู่ 4 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช และต้องหาเลี้ยงแม่ที่พิการ จนแม่เพิ่งจะเสียชีวิต ไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 บ้านถูกน้ำท่วมพังเสียหาย ไม่สามารถอาศัยอยู่ได้ จึงย้ายมาปลูกบ้านใหม่บนที่ดินของน้องสาวในท้องที่หมู่ 6 ต.ท่าไร่ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช โดยญาติ ๆ และเพื่อนบ้านช่วยเหลือมอบวัสดุก่อสร้างบ้านให้คนละชิ้นสองชิ้น ถือว่าบ้านพอจะอยู่อาศัยกันได้สบายแล้ว แม้ทางราชการจะยังไม่สามารถออกเลขที่บ้านได้เนื่องจากไม่มีห้องน้ำห้องส้วม

"ทุกวันนี้ตนต้องทุกข์ กับอาการป่วยสารพัดโรคของน้องอาชิ ได้แต่เฝ้ารอวันที่น้องอาชิได้จะได้รับการผ่าตัด ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ เวลาที่ผ่านไปแต่ละนาที แต่ละชั่วโมง และแต่ละวัน มันเต็มไปด้วยความเครียด ทุกข์ใจเป็นที่สุด นายสมพร" กล่าว

ทั้งนี้ หากใครต้องการช่วยเหลือน้องอาชิ สามารถโอนเงินเข้าบัญชีของนางลัดาวรรณ สิทธิบรรณ บัญชีออมทรัพย์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาเทสโก้โลตัส นครศรีธรรมราช เลขบัญชี 779-0-48652-7 หรือโอนเงินผ่านบัญชีสมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช ธนาคารกรุงไทยสาขาศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช เลขบัญชี 389-0-09343-4 หรือโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่สมาคมสื่อมวลชนจังหวัดนครศรีธรรมราช โทร.08-2333-3139,08-1676-1299 หรือสอบถามโดยตรงได้ที่นางลัดดาวรรณ สิทธิบรรณ แม่น้องอาชิ โทร.08-4065-9378.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้