วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
สูตรสำเร็จทางการเมือง

สูตรสำเร็จทางการเมือง

โดย สายล่อฟ้า
1 พ.ค. 2561 05:01 น.
  • Share:

“ดูด” ใครคิดว่าไม่สำคัญ...

ก็ไม่ต่างไปจากเพลงดังระดับตำนาน “จูบใครคิดว่าไม่สำคัญ”...ซึ่งโด่งดังไปทั่วทุกวงการ เพราะเป็นการอธิบายความได้เข้าถึงรสชาติ

มายุคสมัยนี้เปลี่ยนเป็น “ดูด” ที่พรรคการเมือง 2 พรรคใหญ่ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้จะเคยทำกันมาก่อน แต่มาครั้งนี้ได้แสดงอาการรังเกียจอย่างออกหน้าออกตา

ถ้าว่ากันทางการเมืองแล้วถือเป็นเรื่องปกติ เพราะเมื่อต้องการสร้างพรรคใหม่ก็ต้องหาผู้คนเข้าร่วมสังกัดจากคนเก่าบ้าง จากคนใหม่บ้างเป็นธรรมดา

อยู่ที่ว่าทั้ง 2 ฝ่าย ยินยอมพร้อมใจหรือเปล่า...เท่านั้น

คงไม่ต้องรอให้ถึงเดือน มิ.ย. ปี 61 ซึ่งรัฐบาล คสช. เชิญตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมหารือว่าจะเลือกตั้งกันวันไหน จะมีเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม

ที่สำคัญก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะประกาศท่าทีชัดเจนในทางการเมืองว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ว่าไปแล้วน่าจะชัดเจนว่า “เล่นแน่” แต่จะไปอยู่พรรคไหน อย่างไร ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าต้องอยู่ที่ผลการประเมินว่าจะเล่นแบบไหนเท่านั้น

เก้าอี้นายกฯนั้น ต้องการแน่ แต่จะได้มาแบบไหนตรงนี้ก็สำคัญ

ถ้าคิดจะมาแบบ “คนนอก” ก็คงไม่ยุ่งยากมากนัก หากสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ได้จาก ส.ว. 250 คนนั้นแน่นอนอยู่แล้ว

แต่จะต้องได้เสียง ส.ส. ยกมือสนับสนุนมากกว่าพรรคคู่แข่ง ดังนั้นพันธมิตรจากพรรคการเมืองและนักการเมืองจึงสำคัญยิ่ง

ยิ่งไปกว่านั้นมีอีกประเด็นที่เข้ามาเกี่ยวพันก็คือ แม้จะมี ส.ว.ในมือ 250 เสียง แต่ก็ต้องมีเสียง ส.ส.สนับสนุนมากพอสมควร เพราะจะต้องได้เสียง 2 ใน 3 ของสมาชิกรัฐสภา

คือ 500 เสียงจาก 750 เสียง จึงจะฝ่าด่านเข้าสู่การเข้าชิงเก้าอี้ นายกฯ

หากผ่านจุดนี้ไปได้ก็สามารถให้พรรคการเมืองเสนอชื่อเข้าชิงนายกฯ ซึ่งให้เสียงเพียงแค่กึ่งหนึ่งคือ 350 เสียงจาก 700 เสียง

ถ้าเป็นไปตามนี้ก็ได้เป็นนายกฯแล้ว

แต่เป็นนายกฯที่จะทำงานอย่างยากลำบาก เพราะถ้าไม่ได้เสียง ส.ส.เกินกึ่งหนึ่งก็จะเกิดปัญหาในด้านเสถียรภาพที่ไม่มั่นคงเจอเกมป่วนเปิดซักฟอกก็เรียบร้อยแล้ว

การเลือกมาทางนี้ ฝ่ายการเมือง กลุ่มการเมืองต่างๆที่ “จองกฐิน” ล่วงหน้าคงเปิดฉากโฉมตีสร้างความระส่ำระสายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อีกทางหนึ่งก็มาจาก “คนใน” อันหมายถึงจะต้องมีพรรคการเมืองสังกัด แล้วพรรคการเมืองนั้นเสนอชื่อ 1 ใน 3 คน เพื่อให้รัฐสภาลงมติเลือกเป็นนายกฯ

พูดง่ายๆว่ามาตามกฎกติกา แม้จะไม่ลงเลือกตั้งก็ตาม

แต่ที่สำคัญไม่ต่างกันก็คือจะต้องมีเสียงสนับสนุนเกิน 250 เสียง และจะต้องเลือกพรรคการเมืองที่มั่นใจได้ว่าจะต้องได้รับการเลือกตั้งอย่างน้อยต้องมี ส.ส.เกิน 25 คนขึ้นไปจึงจะเสนอชื่อได้

การเลือกพรรคการเมืองสังกัดก็เป็นเรื่องที่จะต้องให้ความสำคัญเพราะหากผิดพลาดก็ไม่มีทางเลือกอย่างอื่น

นั่นคือกลับไปเลี้ยงหลานที่บ้านแทน

อย่างเสียงร่ำลือว่าน่าจะสังกัดพรรคการเมืองใหม่ “พลังประชารัฐ” ที่เดินเกมกระหึ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะ “พลังดูด” นักการเมืองจากพรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่างๆ

“พลังประชารัฐ” น่าจะเป็นพรรคแบบลูกผสมคือมีนักการเมืองเก่าส่วนหนึ่งและนักการเมืองหน้าใหม่อีกส่วนหนึ่ง

ที่แน่นอนก็คือต้องได้ ส.ส. เกิน 25 คนทะลุเป้า.

“สายล่อฟ้า”

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้